ปราสาทไหวเพลงอมตคนล้านนาภูมิปัญญาที่ถูกเพี้ยนความหมาย

ในสมัยก่อนมหรสพยังไม่มีหลากหลายเช่นปัจจุบัน จึงมีเพลงที่บรรเลงกันสดๆในรั้วในวังเท่านั้น   ในหมู่บ้านมีเพลงพื้นบ้านทั่วๆไปที่ชาวบ้านนิยมเล่นกันในวิถีชีวิตประจำวัน

ตามตำนานที่เล่าขานกล่าวว่า

         เพลงที่เล่นกันในรั้วในวังจึงเป็นเพลงที่ถือว่าเป็นเพลงชั้นสูงโดยเฉพาะเพลงปราสาทไหว(อ่านว่า  ผาสาดไหว)ของบ้านเมืองในดินแดนชาวล้านนา เมื่อเล่นเพลงนี้เมื่อใดผู้คนที่อยู่นอกวังจะพากันหลั่งไหลเข้าไปฟังในวังให้ได้ยินชัดเจนเพราะสมัยก่อนไม่มีเครื่องขยายเสียง  การเข้าไปมากมายของฃาวบ้านนี้เองทำให้เรือนปราสาทของพระเจ้าแผ่นดินสั่นไหว  เคลือนคลอน  แสดงถึงความไพเราะของเพลงที่โดนใจอย่างสุดๆ   ด้วยปรากฏการณ์ที่ปปราสาทไหวนี้เอง  เพลงนี้จึงเรียกกันต่อมาว่าเพลง     ปราสาทไหว     เป็นการบ่งบอกถึงความม่วนงัน(ไพเราะเพราะพริ้ง)นั่นเอง

         ต่อมาฐานะขฃองเจ้าเมืองล้านนาถูกลบล้าง ทำให้ชาววัง  นักดนตรีอพยพออกไปอยู่ตามบ้านเรือนทั่วไป  แต่ก็นำเพลงปราสาทไหวไปเล่นตามงานต่างๆโดยเฉพาะบ้านศพ  เพื่อให้ผู้คนได้ยินเพลงที่ไพเราะได้ฟังให้หายความเศร้า  กำจัดความเสียใจออกไป    นานวันเข้าเวลาล่วงเลยนับเป็นร้อยพันปี เพลงปราสาทไหวกลายเป้นที่นิยมบรรเลงในงานศพ  ผู้คนที่ไมทรายที่มาจึงถือว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เล่นบรรเลงในฌแพะงานศพเท่านั้น   ไม่นิยมนำไปเล่นงานกุศล  งานมงคลเชื่อว่าจะทำให้เสียขวัญ

             ความเชื่อนี้ยังมีอยู่ในปัจจุบัน      จึงนำมาเล่าบอกกล่าวว่าแท้จริงแล้วเพลงปราสาทไหวเป็นเพลงล้านนาชั้นครู   ผู้คนที่จะเล่นเพลงพื้นเมืองล้านนาต้องเล่นเพลงนี้เป็นทุกคน  หรือแม้แต่การประกวดแข่งขันกรรมการจะต้องให้ทุกวงเล่นเพลงนี้เป็นเพลงบังคับ

               หากผู้คนสมัยใหม่ไม่ศึกษาผะหญาปัญญาบรรพบุรุษให้ถ่องแท้แล้วย่อมส่งผลเสียแก่คุณค่าทางผะหญาของบรรพชนโดยแท้