ระทึก version ดิน ฟ้า อากาศ ยังไม่จบนะคะ กลายเป็น series ยาวแบบไม่ได้ตั้งใจ
พี่เบิ้มจากไปแล้ว ผู้เขียนก็เดินทางด้วยทิศทางที่สวนทางกัน ...ไปได้อีกนิดหน่อย ..ก็เริ่มสำเหนียก ...กรรมละสิ ...ต้นไม้ยังมีขวางอีก ..พี่เบิ้มกับอุปกรณ์ก็ไปแล้ว..คราวนี้ เอาไงก็เอา
ผู้เขียนลงจากรถเดินไปหักกิ่งไม้เอง ...ถึงตอนนี้เริ่มมีผู้ร่วมชะตากรรม ...เป็นรถที่กำลังจะเดินไปทางเดียวกัน จากหนึ่งเป็นสอง เป็นสาม และ สี่คัน ...พวกเราช่วยกันหักกิ่งไม้และพากันฝ่าออกไป ทีละเปลาะ ถึงตอนนี้หายกลัวค่ะ แค่เหนื่อย ๆ เปลี้ย ๆ กับหนาว ๆ ฝนก็ซาเม็ด ทิ้งไว้แต่อากาศเย็นจับจิต .. มีเรื่องให้รู้สึกถึงความช่วยเหลือกันในมนุษย์ ใน 4 คันนี้ ...รถที่ติดกันนั้น มี 4 คัน ...เป็นรถเก๋งซึ่งมี 2 แม่ กับลูกสาว .. รถกระบะอีกคัน ก็มีพี่ผู้ชาย 3 คน อีกคันหนึ่งซึ่งเป็น 4 WD เป็นผู้ชายมาคนเดียวเหมือนกัน รถผู้เขียนเป็นกระบะ
ดูรูปการณ์รถที่น่าเป็นห่วงเป็นรถเก๋ง แต่พวกเราก็ไม่ได้ทิ้งกัน ช่วยกันจนทุกคันผ่านได้ ..ไม่ว่าจุดนั้นจะผ่านยากหรือง่ายเราจะช่วยจนมั่นใจว่าทุกคันไปได้ ค่ะแล้วรถที่เป็น 4WD เขาผ่านบางจุดไปได้ง่าย ๆ ...เขาก็ขับพรวดไป ไม่ได้สนใจใคร ...เราก็ช่วยกันใน 3คันค่ะ ...ไม่แน่ใจว่าเราต้องช่วยกันหักกิ่งไม้ ฝ่าออกไปกี่จุด ...ที่จำได้มากกว่า 10 จุด จนในที่สุด เห็นก้นรถ 4WD ที่ผ่านมาได้ จอดสนิท ...
คราวนี้เจอของแข็ง ...ไม้สนต้นเบ้อเริ่ม ...เส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสองฟุต ล้มขวางออกมาทั้งลำ แบบไม่มีปัญญาที่จะขับอ้อมหรือ ข้ามได้... ผู้เขียนแอบสะใจ เล็ก ๆ ... นึกว่าเก่ง ..ที่ไหนได้ ..(ลืมไปว่า ตัวเองก็ติดอยู่ตรงนั้นด้วย เอิ้ก ๆๆ) ...
ตอนนั้นเกือบ ห้าทุ่ม..น้องสาวโทรเข้ามาเป็นพัก ๆ ด้วยความเป็นห่วง เล่าให้ฟังว่าได้โทรไปสำนักงานรับแจ้งเหตุของทางหลวง ทางโน้นก็รับทราบ โทรเข้าไปตามอีก 20 นาทีต่อมา ก็ทราบว่า น่าจะถึงภายในเวลา ประมาณครึ่งชั่วโมง ...ผู้เขียนเองก็นึกไปตั้งแต่โทรบอกน้อง จนถึงพยายามช่วยตัวเอง โดยการหักกิ่งไม่ออกมา กินเวลามาเป็นจะ สองชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีใครมาเลย ...ก็ให้งง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ...
น้องสาวบอกว่า ทางในเมืองรถ อาสากู้ภัยก็วิ่งวุ่น .. เหมือนว่าจะมีอุบัติเหตุ หนัก ๆ ... ตายละวา ..หรือว่าจะต้องติดอยู่นี่ทั้งคืน ... พี่ ๆ ที่ติดอยู่ด้วยกันพยายามติดต่อครอบครัวทางปางมะผ้า เพื่อหาความช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง .. ผู้เขียนเองก็พยายามโทรหาเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือเช่นกัน พบว่าโทรศัพท์ของปางมะผ้า Drop dead น่าจะล่มทั้งหมด ...ได้แต่ปลอบใจคนอื่นว่า .. โทรไปแจ้งเหตุแล้วอย่างไรเสีย ต้องมีคนมาช่วย .. บอกคนอื่นไปแต่ตัวเองก็กำลังแย่ หนาวมาก ใส่ผ้าเปียก ๆ ตั้งแต่ สามทุ่ม ...หนาวจนปวดหัวจี๊ดเลย .. คนอื่นไม่เปียกค่ะ เพราะว่าเค้ามาติดช่วงฝนขาดเม็ดแล้ว
ทำอะไรไม่ได้ ..ก็มานั่งฟังเพลง นกแล สบายใจ อยู่ในรถ นึกอยากได้กาแฟร้อน ๆ ใจจะขาด..นึกเลยไปถึงว่าเสิยดายไม่ได้เอาชุดแกสกระป๋องกะหม้อต้มน้ำมาด้วย ...ไม่งั้นคงเหมือนมา picnic กลางป่าเขา ...ท่ามกลางแสงดาว ...เออ ใช่ค่ะ ...พอลมมันพ้น ฝนมันเหือด ..ดาวก็เต็มฟ้าเลย ...ถ้าเป็นสภาวะปกติ คงรู้สึกดีมาก ๆ ...( โรแมนติก จะแย่ เอิ้ก ๆๆๆ) นี่อีกแค่ 24 กิโลจะถึงบ้านอยู่แล้วเชียว ..แต่ต้องมานั่งหนาว ...ปวดหัว..อยู่กลางป่า
30 นาที ต่อมา แต่นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ เราก็เห็นไฟรถปุเลงๆมาจากข้างหน้า ให้ดีใจ เป็นนักหนา ว่าพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยแล้ว ...พอรถจอด กลายเป็นรถของการไฟฟ้า ... อกหักครั้งที่ 1 แต่ไม่ว่าจะเป็นรถของอะไร น่าจะมีอุปกรณ์อะไรให้พวกเราผ่านไปได้ ...พี่ ๆ การไฟฟ้า เห็นขนาดของต้นสนก็ส่ายหัว ... ไม่มีปัญญาเหมือนกัน ..อกหักครั้งที่ 2 ...รถการไฟฟ้าก็มาติดแหง่กกับเรา ไปต่อไม่ได้เหมือนกัน ..เค้าบอกว่าที่ออกมานี่ เพราะมีแจ้งเหตุว่าไฟดับ เสาไฟฟ้าน่าจะล้มซัก 4-5 ต้นได้ .. เค้าบอกว่ากว่าจะผ่านมาได้นี่ ก็ต้องฝ่ามาหลายด่านเหมือนกัน ... เค้าออกมาตั้งแต่ 3 ทุ่มพึ่งจะมาถึง เล่าถึงอุบัติเหตุว่ามีรถล้มทับคนกำลังขับรถผ่าน ท่าทางจะสาหัส ...และบอกเราว่ารถของกรมทาง น่าจะตาม ๆ กันมา... เพราะต้องมีหลายด่านให้เค้าเคลียร์เช่นกัน .. ค่ะ ก็อุ่นใจอย่างน้อย ก็มีคนออกมาช่วยพวกเราอยู่ ..
อกหักต่อไปได้ไม่ถึง 20 นาที พระเอกตัวจริงก็มาค่ะ ... พวกเค้ามาพร้อมกับความอุ่นใจ ..มั่นใจได้จริง ๆ ใช้เลื่อยไฟฟ้า ตัดแว๊ด ๆ ไม่ถึง 10 นาที ก็เสร็จ (มืออาชีพจริง ๆ )ทางเคลียร์ ได้ (เมื่อก่อนไม่เคยชอบเลยเสียงเลือยไฟฟ้า เพราะเสียงแหลมสูง น่ารำคาญ แต่วันนี้กลายเป็นเสียงสวรรค์ค่ะ )... พวกพี่ ๆ จากกรมทางเล่าว่า จากกรมทางมาถึงตัวนี้ ...หลายจุดมากที่พี่เค้าต้องเคลียร์ ที่ช้าเพราะเค้าจะเคลียร์แต่ให้รถผ่านไม่ได้ ..ต้องเคลียร์ทั้งถนน .. เลยมาถึงจุดนี้ช้า ..และคงต้องทำงานกันทั้งคืน ...เพราะพรุ่งนี้อาทิตย์ขึ้น ทางก็ต้องเคลียร์ ..หลังจากพวกเรา ขอบอก ขอบใจ ขอบคุณ กันถ้วนทั่วหน้าแล้ว ก็กล่าวลากันค่ะ ...
ผลงานของพี่ ๆ กรมทางหลวง ..ทำให้พวกเราขับรถกันออกมาฉลุยไม่ติดอีกเลย ...เห็นแต่ร่องรอยอารยธรรม (ต้องบอกว่าร่องรอยความเสียหาย )เป็นระยะ ๆ ตลอดทาง
เห็นแสงไฟถนน แล้ว ดูนาฬิกาในรถ อีก 5 นาทีจะตี 1 ...อีกไม่ถึง 10 นาที ผู้เขียนก็จะถึงบ้าน ได้ไปอาบน้ำ ห่มผ้าอุ่น ๆ แล้ว ... แต่ พี่ ๆ กรมทางหลวง และ ไฟฟ้า ยังทำงานกันต่อ น่าจะเป็นวันอันยาวนานหนักหนาของพวกเขาแน่ น่าสงสาร..จะอย่างไรก็ขอบคุณล่ะค่ะ ...ที่ช่วยชีวิตของผู้เขียนไว้ในคืนนี้ ..
จบเสียทีค่ะ series ระทึกว่าด้วยเรื่องของ ดิน ฟ้า อากาศ ยาวเกินไปแล้ว ... อ่อ ...แถมอีกนิดค่ะ ..หลังเหตุการณ์นั้นเป็นต้นมา ...รถของผู้เขียนก็ไม่เคยขาด มีดอีเหน็บ ยาวเกือบฟุต (แฮ่ม ..ใครอย่ามาแหยมนะ เอิ้ก ๆๆ) ...กันไว้ก่อน ดีไหมคะ ...ใครจะรู้ ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก ...
สวัสดีค่ะ
. ขจิต ฝอยทอง
มาลุ้นระทึกเช่นกันค่ะ
มาลุ้นระทึกเช่นกันค่ะ
สวัสดีครับ
ตื่นเต้น น่าติดตาม ลุ้นระทึก และ...โล่งใจตอนจบ โชคดีครับ สำหรับช่วงฝนฟ้าอากาศ และการเดินทาง รักษษสุขภาพด้วยนะครับ
อรุณสวัสดิ์จ้า ..อ.
. ขจิต ฝอยทอง
มาตามเก็บ เอ้ย ตามอ่านครับ ที่นี่ท่าทางจะเรื่องตื่นเยอะนะครับ โล่งอก เพราะ happy ending รออ่านเรื่องตื่นเต้นเรื่องต่อไปครับ…
อิอิอิ
สวัสดีค่ะ
- ขอเรียกคุณกรรณ ว่าคุณแม่หอยโข่งนะคะ เพราะเก็บเรื่องต่าง ๆ ได้ดีกว่ากุ้ง >>กุ้งมีอะไรในหัว >>
- อ่านเรื่องเล่าของคุณแล้วสนุกค่ะ และได้ข้อคิดดี ๆ มากเชียวคะ
- แอบอุ๊บอิ๊บให้นักเรียนที่เรียนวิชารัสนิยายสื่อสร้างสรรค์สังคมไทย เข้ามาอ่านด้วยนะคะ เพื่อเป็นแนวทางในการเขียนเล่าเรื่องค่ะ