เรียนจบมัธยมเร็วไปหน่อย...เลยไม่มีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนในฝัน

นิสิต ปริญญาโท
ม. แห่งหนึ่ง 

 

ผมอยากให้นำหลักการของ "โครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝันไปใช้ในมหาวิทยาลัยด้วยจะเป็นการดีมาก ผมเรียนปริญญาโทมา 2 ปี ไม่มีอะไรใหม่เลย นั่งฟังอาจารย์สอนวันละหลายชั่วโมง นั่งจดตลอด ไม่มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ มีวิธีการสอนที่หลากหลาย นอกจากจดบันทึกแล้วบางท่านดีขึ้นมาหน่อยมีการใช้แผ่นใสประกอบ เห็นน้อง ๆ ที่อยู่โรงเรียนในฝันมีความสุข ผมก็ดีใจกับน้องเขา เขาเล่าให้ผมฟังหลายเรื่อง เช่น บางวันไม่ค่อยได้เรียน ต้องแบกจอบ หามหญ้า พัฒนาโรงเรียน เขาบอกว่าเขาเหนื่อยมาก แต่ก็ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน จากเดิมที่ไม่เคยสนใจโรงเรียนเลย นอกจากเรียนแล้วกลับบ้าน พวกเพื่อน ๆ ที่เกเร ก็เข้ามาโรงเรียนมาช่วยพัฒนาโรงเรียน พวกนี้ไม่ชอบใช้สมองแต่เขาก็มีแรงในการพัฒนาโรงเรียน ผมยังนึกอยู่ว่าถ้ามีโครงการนี้ในช่วงที่ผมเรียนอยู่มัธยมก็น่าจะดี และผมรู้สึกว่าครูที่สอนมัธยมมีความกระตือรือร้นมาก สังเกตได้จากทุกคนอยากอบรมคอมพิวเตอร์ อยากใช้คอมพิวเตอร์เป็น เป็นภาพที่น่าประทับใจ
ผมขอสนับสนุนโครงการนี้ต่อไป และควรนำหลักแนวคิด วิธีการ มาใช้กับอุดมศึกษาด้วย ส่วนเรื่องหนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าไม่กล้าเป็นหนี้ แล้วคงไม่ประสบความสำเร็จได้เหมือนวันนี้ หรือท่านผู้วิจัยอยากให้การศึกษาไทยเป็นแบบเช้าชามเย็นชามเหมือนเดิมหรือเปล่า หรืออิจฉาที่การศึกษาของโรงเรียนในฝันพัฒนาไปไกลกว่าอุมศึกษา (บางแห่ง) ที่สอบแบบเดิม Chalk and Talk อยู่เหมือนเดิม
ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ ท่านควรมีจุดยืนที่แน่นอน อย่าเป็นไม้หลักปลักเป็นโคลนที่โอนไปเอนมา พอเปลี่ยนรัฐบาลท่านก็เห็นว่านโยบายเก่าเสียไปหมด ตีแผ่แต่สี่งที่ไม่ดี แต่ท่านควรสำรวจข้อมูลให้ชัดเจนกว่านี้ และเร่งหาทางแก้ไขหนี้สินให้เขาด้วย ไม่ใช่ทำตัวอยู่เหนือปัญหาแบบนี้ การศึกษาไทยจะได้เจริญซะที อย่าให้การศึกษาไทยขึ้นอยู่กับการเมือง ควรมองปัญหาอย่างจริงจัง
ขอบคุณที่ให้โอกาสแสดงความคิดเห็น