ต้นไทร สายใยโกทูโนว์ จะเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปอย่างไรเมื่อไร้ฝน

สวัสดีครับทุกท่าน

         หวังว่าทุกท่านคงสบายกันดีนะครับผม ได้มีโอกาสเขียนบทความ ต้นไทร สายใยโกทูโนว์ ไว้ในเรื่องความเป็นโกทูโนว์จนมาเป็นร่มไทรงาม โกทูโนว์ หากท่านจะอ่านบทความนี้ให้เข้าใจและต่อเนื่อง ควรจะอ่านบทความ ต้นไทร สายใยโกทูโนว์ ก่อนนะครับ

จะเป็นไทรต้นนี้

 http://www.luangpumun.org/sali/011.jpg

(ภาพจาก http://www.luangpumun.org/sali/011.jpg)

หรือต้นนี้ 

The image “http://www.tourdoi.com/webboard2/board_1/images/104716-021249-Sv301858.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.
(ภาพจาก http://www.tourdoi.com/webboard2/board_1/images/104716-021249-Sv301858.jpg)

        ล้วนมีความงามเหมือนกัน เป็นไทรแห่งความยั่งยืนเหมือนกันครับ การเติบโตของไทรนั้น แน่นอนว่าในช่วงแรกต้องมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับแร่ธาตุสารอาหารจากผู้ใจดี ผู้สนับสนุนแน่นอนครับ ไ่ม่ว่าจะเอื้ออำนวยในเรื่องของทรัพยากรดิน น้ำ อากาศ อุณหภูมิ สารอาหาร ปุ๋ย แต่เป็นไปไ่ม่ได้ที่ผู้สนับสนุนจะต้องตามเลี้ยงต้นไทรนี้ตลอดอายุขัย เสมือนกับการสร้างความมั่นคงให้เกิดกับไทรต้นหนึ่งให้ไทรพอจะเติบโตได้้ จูงมือไปจนถึงระดับหนึ่งที่ไทรพอจะเดินเองได้ ดั่งแม่ไก่สอนลูกไก่จิกกินเม็ดดินทราย ปลายสาร(ข้าวสารหัก) ก่อนลูกไก่จะหากินเองได้ ไทรชอนไชดินด้วยรากไปในทิศทางต่างๆ ที่เหมาะสมทั้งในอากาศและในดิน เพื่อศึกษาและหาประสบการณ์ของรากไทรแต่ละรากเพื่ออุ้มชูต้นไทรงามทั้งต้นเอาไว้ให้ชูใบกิ่งก้านสง่า ที่จะเป็นที่พึ่งพาให้นกกา นำพาลูกไทรไปให้เจริญงอกงามในที่อื่นๆ ต่อไป และผู้สนับสนุนเอง ก็จำเป็นต้องไปสนับสนุนต้นกล้าไทรงามต้นอื่นๆ อีกเช่นกัน

        มาถึงตอนนี้ ต้นไทรงามจะต้องทำอย่างไร หากฝนไม่ตก ไม่มีน้ำ ไม่มีคนใส่ปุ๋ยให้ โดยที่ต้นไทรยังอยู่ได้เช่นเดิม รากไทรยังโตและงอกงามได้เช่นเดิม จะเติมปุ๋ยอย่างไรให้กับผิวดิน ต้นไทรต้องหากินเองเพื่อปรับสภาพตัวเองให้ยืนอยู่บนรากของตัวเองให้สมดุลและเป็นที่พึ่งพาของแผ่นดิน อากาศ ได้ต่อไป

         อย่าลืมว่าต้นไทรนั้นมีรากเยอะมากทั้งอากาศและรากในดิน ที่ทำหน้าที่ดูดน้ำดูดอาหารแร่ธาตุ แต่ดูดๆ ไปทุกวันแร่ธาตุก็หมดเช่นกันครับ ดังนั้นต้นไทรต้องหากลยุทธที่จะเลี้ยงตัวเองในเรื่องของสารอาหารได้แก่ การสลัดใบทิ้งบ้างเป็นบางส่วน เพื่อให้ใบแ่ก่นั้นร่วงลงดินในการให้จุลินทรีย์ย่อยเพื่อเป็นปุ๋ยให้กับรากในการดูดสารอาหารสู่ลำต้นได้ในอนาคต การให้ร่มเงาต่อสรรพสิ่งอื่นๆ ออกดอก ออกผลให้นกได้มากิน นกถ่ายมูลลงดิน ให้กระรอก หรือสัตว์ชนิดอื่นๆ มาดื่มด่ำในรสของผลไทร เป็นการแลกเปลี่ยนเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน ไส้เดือนในดินทำหน้าที่ย่อยรากที่ตายแล้วใบไทรที่ร่วงโรย รากอากาศที่เหี่ยวแห้ง ก็จะคืนสู่ดิน ดินก็อุ้มชูพร้อมจะส่งคุณค่าให้กับต้นไทรในวาระต่อไป

         แค่นั้นไม่พอ ไทรต้องสร้างฝนให้ได้เพื่อเป็นแหล่งน้ำให้้้กับตัวเองได้ ไทรต้นเดียวคงไม่ได้ แต่ต้องเป็นเครือข่ายไทรด้วยกัน ในการสร้างพันธมิตรของไทรในการสร้างไอน้ำในบริเวณนั้นให้ก่อเกิดเป็นเมฆฝนได้เอง เพราะวันนี้ ไทรต้องเติบโตเองเพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะต้องมีฝนจากที่อื่นมารด แต่ไทรต้องพร้อมจะเปิดรับระบบนิเวศที่สมดุล ที่จะสร้างฝนเองให้ได้ ฝนแห่งความศรัทธา ฝนแห่งน้ำใจ ฝนแห่งมิตรภาพ เป็นห่าน้ำฝนห่าใหญ่ สายฝนแห่งความหวังดี

         รากไทรแต่ละรากก็จะต้องทำงานและส่งแรงศรัทธา พร้อมรับสัญญาณจากปลายยอดไทรในการแตกกิ่งก้านเป็นรากแขนงในการช่วยกันหาสารอาหารและคืนผลให้กับระบบนิเวศในการพึ่งพาแบบเกื้อกูล สู่ความยั่งยืน

        ปลายราก ปลายใบ เส้นใบทั้งหมด ท่อน้ำ ท่ออาหารล้วนต้องทำงานสอดคล้องกัน ปากใบก็ต้องพร้อมที่จะเปิดปิดให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำในดิน ทุกสิ่งรอบทรงพุ่มไทร นั้นต้องสอดคล้องสัมพันธ์กัน

        ถึงเวลาแล้วที่ส่วนต่างๆ ของไทรต้องสร้างเครือข่ายในตัวเอง เครือข่ายระหว่างกัน กับสิ่งแวดล้อม ไทรจะยั่งยืนยงได้นั้น มีความจำเป็นต้องผลิตน้ำฝนได้เอง สารอาหารได้เอง แบบครบวงจร ถึงเวลานั้นไทรงาม โกทูโนว์จะอยู่ได้อย่างยั่งยืน แต่ในทางกลับกัน หากกระบวนการของไทรภายในต้น รากไปทาง กิ่งไปทาง ใบไปทาง ก็ไม่สามารถจะผลิตฝนได้เช่นกัน

         ต้นไทร สายใยโกทูโนว์ จะเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปอย่างไรเมื่อไร้ฝน

รักและห่วงใยเธอต้นไทรงาม

เ้ม้ง