"คนเราก็เหมือนๆกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร มีค่าเท่ากันในความเป็นคน"

สวัสดีครับ

    วันนี้เรามาถึงแต่เช้า   แปลกมากครับ  เพราะปกติผมมารถไฟจะช้า ถึงก็สาย  ผมแทบตื่นไม่ทันเมื่อน้องมีน น้องเภสัชคนงามของทีมเรามาปลุก และบอกว่าลงสถานีหน้า

    การมาถึงแต่เช้าก็ดีครับ  เราต่อรถ taxi ต่อไปยังโรงแรม  เราทั้งหมดไม่เคยมีใครมาที่นี่เลย  แต่โชคดีที่พี่แทกซี่ใจดีรู้จัก  จึงบึ่งรถใช้เวลา 20 นาทีก็มาถึงครับ

   ถึงที่พักก็แยกกันพักและอาบน้ำเตรียมตัวทานอาหารเช้า  เราเลือกเดินไปทานร้านในซอย  ติดถนน  แต่ก็เดินไกลเหมือนกัน  ขณะเดินเราก็รู้สึกแปลก  เขินๆเล็กน้อย มองตัวเองเป็นบ้านนอกเข้ากรุงกัน  และก็เฮฮา  อิอิ

   

         ขณะที่ทานอาหารก็ได้คุยกันเรื่อง การให้บริการของเจ้าหน้าที่รถไฟ  ที่ดูแลตู้เรา  ซึ่งคอยปูเตียง  มีเรื่องที่เรารู้สึกได้คือ คุณลุงก็ให้บริการ  ทักทายตามปกติ  แต่ไม่ทราบว่าอย่างไร หลังจากนั้นท่านก็พูดแปลก  พูดและพูด เหมือนบ่นเล็กน้อย  แต่เราก็รู้สึกได้ว่าท่านอาจจะถูกตำหนิ  หรือบ่นการทำงานของท่าน  เราไม่ได้ยินคนที่พูด  แต่ก็เห็นถึงความไม่สบายใจจากคำพูดเจ้าหน้าที่ท่านนี้

    เมื่อวานนี้หลังที่ลุงปูที่นอนผมเสร็จ  ผมก็กล่าวกับคุณลุงเจ้าหน้าที่ว่าขอบคุณมากๆครับ หลายครั้ง ดูเหมือนว่าคำพูดของเราจะทำให้ลุงสงบลง พร้อมรอยยิ้มให้กันแบบสบายๆและจริงใจ

    เช้านี้เราก็มาคุยกัน  ทุกคนก็เข้าใจและเห็นใจ  และคิดว่าน่าสงสารและผู้คนที่ดูสูงส่งกว่า  ทางฐานะวัตถุดีกว่า  แต่จิตใจก็ไม่ได้สูงตามไปด้วยเลย  ผมรู้สึกดีที่ทุกคนมีมุมมองทางบวกและมีเมตตา  และเห็นคุณค่าของความเป็นคนไม่ว่าเขาจะอยู่ในฐานะอะไร  ทำงานอะไร

   ดั่งที่ประโยคหนึ่งที่ลุงท่านนี้บ่นคือ  "คนเราก็เหมือนๆกัน  ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร มีค่าเท่ากันในความเป็นคน"

  

    และวันนี้เราก็ได้เห็นชีวิตของผู้คนมากมาย  การทำงาน  การต่อสู้เพื่อปากท้อง เพื่อหนีออกจากความยากจน(ผมเริ่มเข้าใจคำนี้มากขึ้นอีกจากพ่อครูฯ)    ไม่ว่าจะเป็นแทกซี่  คนขายส้มตำ ขายของหน้าปากซอย  พนักงานดูดฝุ่นหน้าโรงแรม  ยาม   คนขายกาแฟโอเลี้ยง  ทุกคนต่างสวมหมวกและทำหน้าที่ของตนเอง เพื่อความอยู่รอด

    ครับชีวิตคนเมืองกรุง  เรามาเห็นแล้วก็รู้สึกว่าแม้แต่คนที่ดูเหมือนจะสบายมากๆ  ก็อาจจะไม่รู้ว่ากำลังทุกข์อยู่ก็ได้  ด้วยวิถีชีวิตเช่นนี้  ทุกๆคนก็ส่ายหน้าว่า  ไม่สามารถอยู่ได้แน่นอน

    ดูๆแล้วบ้านเรามีความสุข  ความสงบเหมือนสวรรค์(อันนี้ได้มาจากพ่อครูฯครับ)  คนที่อยู่ที่บ้านเราคือคนมีบุญ  (มาจากพ่อครูอีกละ)

   หลังทานอาหารเช้า  พี่ๆก็บอกว่าไปช๊อบกันก่อน  เพราะว่าประชุมทุกวันก็คงไม่ได้ไปจึงไปกันวันนี้  เริ่มที่เดอะมอลล์งามวงศ์วาน ถึงเที่ยงทานอาหารเสร็จผมก็ขอตัวกลับเพราะว่าไม่ไหว  ง่วงจัง

  

      ส่วนพี่น้องที่เหลือก็ไปต่อกันที่ประตูน้ำ  เพื่อซื้อเสื้อผ้าตามประสาผู้หญิงๆกันครับ

   ตกเย็นผมนอนตื่อนพอดี  และพี่ๆก็นำอาหารมากินกันบนโรงแรมด้วยครับ  เป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับผมมากๆเลยครับ  ทานข้าวด้วยกันที่ห้องเลย 

         ไม่ต้องไปทานด้านนอก  เรียบง่ายดี  สนุกสนานและอร่อยครับ  เมื่อเย็นเป็นส้มตำ ปลาทอดครับ

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e095

ติดตามต่อครับ