การทำงานที่เป็นระบบ
(ตอนที่ 4) ภาระงาน
การจัดการเรียนรู้ศิลปะ
ที่เน้นกระบวนการหรือการเรียนรู้ที่เป็นระบบ
กระบวนการ คือแนวทางดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างมีลำดับขั้นตอนที่ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนแล้วเสร็จ ตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ ขั้นตอนดังกล่าวได้มีการนำเอาไปใช้แล้วพบว่า ช่วยให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพ นำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายได้
เหตุผลสำคัญในการจัดการศึกษาที่เน้นกระบวนการ
1. ความสามารถในการรับรู้ของผู้เรียนเด็กรุ่นใหม่มีวิชาการที่จะต้องเรียนมาก วิทยาการต่าง ๆ เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน จึงควรหาวิธีจัดการเรียนการสอนที่จะให้เด็กรู้ทันวิทยาการความก้าวหน้าใหม่ ๆ โดยปรับยุทธวิธีใหม่ ให้เรียนเนื้อหาวิทยาการทั้งหลายเป็นเพียงตัวอย่าง สอนวิธีการให้นักเรียนไปหาความรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่เขาอยากรู้ นำปัญหาตัวอย่างมาให้ผู้เรียนเรียนรู้และลองแก้ปัญหา ในการดำรงชีวิตนักเรียนควรนำวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ไปใช้
2. การสอนให้นักเรียนคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น เป็นแนวความคิดที่มีมานานแล้ว แต่เรายังไม่ได้ทำให้ได้ผลเท่าที่ควร เพราะเรายังสอนเน้นเนื้อหา ยังไม่ได้สอนเน้นกระบวนการ การจัดการเรียนการสอนในวิชาต่าง ๆ เรามุ่งให้ผู้เรียนเกิดความสำเร็จ คือ เกิดพัฒนาการในตัวของผู้เรียนทางด้านความรู้ทักษะ และเจตคติคุณธรรม จริยธรรม เกิดประโยชน์ที่จะเอาไปใช้ในอนาคตได้ การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ ผู้เรียนจะต้องเป็นผู้คิดวางแผนการทำงานเอง ลงมือปฏิบัติงานเอง แก้ปัญหาจนพบคำตอบด้วยตนเอง จึงทำให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น เกิดนิสัยทำงานอย่างเป็นกระบวนการ
หลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการ
1. ครูจะต้องศึกษาสาระการเรียนรู้
2. พิจารณาเลือกกระบวนการที่เหมาะสมกับจุดประสงค์การเรียนรู้
3. จัดทำแผนการสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม ได้ค้นพบคำตอบด้วยตนเอง วางแผนและแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอน
4. ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้สอนมาเป็นที่ปรึกษา เสนอแนะกระตุ้น เป็นผู้ช่วยเหลือ
5. ต้องมีแหล่งความรู้ให้ผู้เรียนได้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองอย่างเพียงพอ
6. การจัดเวลาเรียนให้มีชั่วโมงฝึกปฏิบัติติดต่อกัน เพราะการดำเนินตามขั้นตอนของกระบวนการต้องใช้เวลาในการทำงานและการประชุมปรึกษาหารือกัน
7. ผู้สอนต้องเตรียมสื่อการเรียนรู้ให้พร้อม รวมทั้งเอกสารที่ใช้ประกอบการเรียนรู้ด้วย
8. การทำงานตามกระบวนการ ผู้เรียนต้องพัฒนาทักษะในการสื่อสาร ได้แก่ การอ่าน การประชุม พูดอภิปราย แสดงความเห็น การเขียนรายงานความรู้มานำเสนอหน้าชั้นเรียน
9. ผู้เรียนต้องมีความเข้าใจขั้นตอนในการทำงาน มีความรับผิดชอบและลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนนั้น ๆ ฝึกซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ ครั้ง จนเกิดเป็นนิสัยในการทำงาน
10.ผู้เรียนควรที่จะได้ฝึกใช้กระบวนการในการทำงานอยู่เสมอจนเป็นนิสัย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้
กระบวนการกับการสอนวิชาศิลปะ
1. กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการปฏิบัติ มุ่งให้ผู้เรียนปฏิบัติจากของจริงจนเกิดเป็นทักษะ มีขั้นตอนดังนี้
1. สังเกตรับรู้ ให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติ สาธิต หรือให้ชมตัวอย่างการปฏิบัติจากของจริง หรือจากการชมวีซีดี/สื่อ/นวัตกรรมอื่น ๆ สังเกตวิธีการ องค์ประกอบ และขั้นตอนในการทำงาน
2. ทำตามแบบ ฝึกทำตามแบบที่แสดงให้ชม
3. ทำเองโดยไม่มีแบบ ฝึกทำด้วยตนเองโดยไม่มีแบบหรือตัวอย่าง
4. ฝึกให้ชำนาญ ฝึกฝนอยู่เสมอ จนทำได้รวดเร็ว คล่องแคล่ว ถูกต้อง
ตัวอย่างการใช้กระบวนการปฏิบัติสอนเรื่อง “การร้องเพลงแหล่” มีขั้นตอนดังนี้
1. สังเกตรับรู้ ครูหรือสื่อร้องเพลงแหล่ให้นักเรียนฟัง ให้สังเกตการณ์เว้น จังหวะ การเอื้อนเอ่ย ทอดเสียง การส่งสัมผัส การเน้นคำ การใส่อารมณ์ ลีลาของการร้อง
2. ทำตามแบบ ครูร้องนำให้นักเรียนร้องตาม ครูคอยแก้ไขตอนที่นักเรียนยังร้องไม่ได้ แล้วร้องนำให้ฟัง
3. นักเรียนทำเองโดยไม่มีแบบ ให้นักเรียนฝึกร้องเพลงแหล่เองตามลำพัง
4. ฝึกให้ชำนาญ ฝึกการร้องแหล่อยู่เสมอ จนร้องได้ไพเราะถูกต้อง
2. กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการแก้ปัญหาเป็นกระบวนการที่ต้องการให้ผู้เรียนมองเห็นปัญหา เข้าใจ และหาทางแก้ปัญหาด้วยตนเอง มีขั้นตอนดังนี้
1. สังเกต ให้ผู้เรียนศึกษาข้อมูล เช่น อ่านเอกสาร ดูภาพจากวีซีดี ฟังแถบบันทึกเสียง แล้วรับรู้ทำความเข้าใจกับปัญหาจนสามารถสรุปและตระหนักในปัญหานั้น
2. วิเคราะห์ ให้ผู้เรียนอภิปราย แสดงความคิดเห็นเพื่อแยกแยะประเด็น ปัญหา สภาพสาเหตุ และลำดับความสำคัญของปัญหา
3. สร้างทางเลือก ให้ผู้เรียนแสวงหาทางเลือกอย่างหลากหลาย ซึ่งอาจจะมีการค้นคว้า สัมภาษณ์ ทดลอง ตรวจสอบ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบ
4. ประเมินทางเลือกและเก็บข้อมูล ให้ผู้เรียนพิจารณาเลือกวิธีการในการแก้ปัญหา จากข้อ 3 เลือกวิธีที่ดีที่สุด แล้วเก็บข้อมูลตามวิธีที่เลือกไว้
5. สรุป รวบรวมความรู้ แล้วนำเสนอวิธีแก้ปัญหา
ตัวอย่างการใช้กระบวนการแก้ปัญหาสอนเรื่อง “การจัดกิจกรรมการแสดงเพลงพื้นบ้าน” มีดังนี้
1. สังเกต ครูให้นักเรียน 1-2 คน ออกมาบอกวิธีการจัดกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซวโดยไม่มีการเตรียมตัว
2. วิเคราะห์ หลังจากนั้นให้นักเรียนทั้ง 2 คน แสดงความรู้สึกของตนที่ต้องออกมาพูดโดยที่ยังไม่เคยเรียนรู้วิธีการจัดกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซวมาเลย ว่าตนมีความรู้สึกอย่างไร และคิดว่า การจัดกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซวแบบที่ตนเล่ามา จะประสบผลสำเร็จเพียงใด ให้เพื่อนที่นั่งฟังร่วมกันวิจารณ์การพูดของนักเรียนทั้ง 2 คน ว่าดีหรือไม่ มากน้อยเพียงใด ดีเพราะอะไรไม่ดีเพราะอะไร เช่น ยังไม่ดีเพราะผู้พูดยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับการแสดงเพลงอีแซวก่อนแหละขาดการฝึกฝนเตรียมตัวด้วย
3. สร้างทางเลือก นักเรียนช่วยกันระดมความคิดว่า การที่จะแสดงเพลงอีแซวให้ประสบผลสำเร็จได้ จะมีวิธีใดบ้าง เช่น
3.1 ศึกษาจากเอกสาร ตำราของคุณครู และที่ห้องสมุด
3.2 ชมวีซีดีการแสดง หรือฟังแถบบันทึกเสียงตัวอย่างการแสดงเพลงอีแซว
3.3 สัมภาษณ์นักแสดงรุ่นพี่ เพื่อศึกษาวิธีการแสดงที่ถูกต้อง
4. ประเมินทางเลือกและเก็บข้อมูล นักเรียนพิจารณาเลือกวิธีการในข้อ 3 แล้วปฏิบัติตามวิธีการที่เลือก หลังจากนั้นฝึกซ้อมการพูด
5. สรุป ออกมาแสดงความสามารถ เพลงอีแซว หรือเพลงพื้นบ้านอื่น ๆ หน้าชั้นเรียน
3. กระบวนการกลุ่ม
เป็นกระบวนการมุ่งให้ผู้เรียนทำงานร่วมกัน มีกิจกรรมดังนี้
1. มีผู้นำ และผู้ตาม โดยผลัดเปลี่ยนกัน
2. วางแผนกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการ
3. รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกทุกคนบนพื้นฐานของเหตุผล
4. แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ
5. ติดตามผล และปรับปรุง
6. ประเมินผลรวมและชื่นชมผลงานของคณะ
ตัวอย่างการใช้กระบวนการกลุ่ม สอนเรื่อง “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” มีขั้นตอนดังนี้
1. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน เลือกผู้นำกลุ่มกลุ่มละ 1 คน
2. แต่ละกลุ่มกำหนดวิธีการทำงาน โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนในกลุ่มแสดงความคิดเห็นเพื่อกำหนดวิธีการทำงานในหัวข้อต่อไปนี้
2.1 แหล่งค้นคว้า
2.2 วิธีการค้นคว้า
2.3 ระยะเวลาค้นคว้า
2.4 ผู้รับผิดชอบ
3. นำทฤษฎี/หลักการ/ขอบข่ายของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ค้นคว้ามาบอกเล่า และเขียนสรุปประเมินและปรับปรุงวิธีการนำเสนอในกลุ่มของตน
4. แต่ละกลุ่มรายงานเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นและสาธิตภูมิปัญญาบางอย่างให้เพื่อนดู
ยังมีภาระงานของครูในการจัดการเรียนรู้ศิลปะ ที่เน้นกระบวนการหรือการเรียนรู้ที่เป็นระบบอีกหลายวิธี ซึ่งคุณครูจะต้องเป็นผู้เลือกนำเอามาใช้ให้เหมาะกับสาระการเรียนรู้นั้น ๆ ได้แก่ ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น กระบวนการคิดวิเคราะห์วิจารณ์ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการคิดวิจารณญาณ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้างเจตคติ กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการเรียนความรู้ความเข้าใจ เป็นต้น
วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เป็นระบบ เป็นวิธีการทางเทคโนโลยี ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยี คือ การประยุกต์ความรู้ด้านต่างๆ อย่างมีระบบ มีระเบียบ (ขบวนการที่เป็นระบบ) เทคโนโลยีในการสอน คือ การนำเอาความรู้ทั้งหลายมาประยุกต์ใช้ในการสอน อย่างมีระบบ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบการสอน คือ เป็นเอกภาพของครูกับนักเรียนที่มีปฏิสัมพันธ์กันโดยมีวัตถุ ประสงค์ร่วมกัน การที่ครูได้เลือกนำเอาระบบของการจัดการเรียนรู้ มาปฏิบัติทำให้ผู้เรียนการเรียนรู้ และนำมาใช้ในการแก้ปัญหา ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี
ดังนั้น กระบวนการ หรือวิธีการ หรือเทคนิคต่าง ๆ อีกมากมายที่ครูอาจจะคิดขึ้นมาเอง และทดลองใช้จนได้ผลดี เกิดประสิทธิภาพ ประหยัด เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับการศึกษาแล้ว ครับ
