กลุ่มลีลาวดี

เคยมีปัญหาการเข้าสังคมกับเพื่อนๆหรือสงสัยว่าทำไมเรารักเพื่อนมากกว่าพ่อแม่วันนี้ดิฉันได้ลองนำปัญหาที่พบ เลยเอามาเล่าต่อให้เพื่อนๆอ่านต่อ จะได้มีทางแก้ไขความคิดและทำตัวเป็นที่รักของเพื่อนๆต่อไป

ทำไมเราจึงรู้สึกว่าเพื่อนมีความสำคัญมากกว่าพ่อแม่

เพราะเพื่อนอยู่ในวัยเดียวกับเรา ทำให้มีความคิดความรู้สึกคล้ายคลึงกัน ชอบและสนใจอะไรเหมือน ๆ กัน จึงรู้สึกว่าเพื่อนยอมรับเราได้เกือบทุกเรื่อง และเข้าใจเรามากกว่าพ่อแม่ซึ่งเป็นคนต่างวัย เวลาอยู่กับเพื่อนจึงรู้สึกสนุก คุยกันถูกคอ เรียกว่าพูดภาษาเดียวกันนั่นเอง วัยรุ่นเลยชอบที่จะอยู่กับเพื่อนมากกว่า

นอกจากนั้น การที่วัยรุ่นแสดงความสนใจและให้ความสำคัญกับเพื่อนก็อาจเป็นเพราะกลัวว่าเพื่อนจะโกรธ ห่างเหินหรือไม่ยอมรับ ในขณะที่พ่อแม่มีความรักให้วัยรุ่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ในจิตใจส่วนลึกของวัยรุ่นเองก็รู้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พ่อแม่ย่อมให้อภัยลูกเสมอ จึงเลือกที่จะตามใจตามงอนง้อเพื่อน เลยดูเหมือนกับว่าวัยรุ่นให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่า แต่ถ้าวัยรุ่นได้สำรวจใจตนเองจริง ๆ แล้ว วัยรุ่นอาจพบว่าพ่อแม่ต่างหากที่สำคัญที่สุด (ไม่มีใครหวังดีและจริงใจกับเราเท่าพ่อแม่) เพียงแต่ไม่ได้แสดงออกเหมือนกับแสดงต่อเพื่อน หรือว่าไม่จริง ?

เมื่อเพื่อนทำไม่ดี เราจะเตือนอย่างไร เพื่อนจึงจะไม่โกรธ

ถ้าเพื่อนเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีเหตุผล คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ การตัดเตือนย่อมทำให้เพื่อนโกรธอย่างแน่นอน และอาจคิดไปในแง่ร้ายว่าเราอยู่คนละฝ่ายกับเขา แม้เราจะหวังดีกับเขาแค่ไหนก็ตาม

ดังนั้น ถ้าคิดจะตักเตือนเพื่อนประเภทนี้ ก็ให้ทำใจไว้ล่วงหน้าเลยว่าเขาจะโกรธ และเมื่อเตือนแล้ว ก็ไม่ควรเตือนอีก จะเป็นการพูดซ้ำซาก เสียเวลา เสียอารมณ์ ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้เขาเผชิญความจริงด้วยตัวเองต่อไปดีกว่า

แต่เมื่อใด ที่เพื่อนคนนั้นมีความทุกข์ด้วยเรื่องที่เราเตือนเขาแล้ว เราก็ควรแสดงความเป็นเพื่อนที่ดี ด้วยการปลอดใจเขา อย่างไปซ้ำเติมหรือพูดในเชิงสมน้ำหน้าว่าเราเตือนแล้วเขาไม่เชื่อ จะทำลายน้ำใจกันเกินไป เพื่อนที่ดีเขาไม่ทำกัน

เพื่อนก็คือเพื่อน ย่อมต้องมีความหวังดีต่อกัน ถึงเตือนแล้วจะโกรธ แต่ด้วยความสัมพันธ์ที่มีมานาน ก็คงตัดกันไม่ขาด แล้วสักวันเขาก็ต้องเข้าใจในความหวังดีของเรา และอาจขอบคุณเราด้วยซ้ำไป

อย่าปล่อยให้เพื่อนทำผิด โดยเราไม่เตือน เพราะกลัวเขาโกรธเลยนะคะ

เพื่อนแบบไหนที่เราจะปรึกษาได้และควรเป็นเรื่องใดบ้าง

ก่อนอื่นคุณควรเลือกเพื่อนที่จะปรึกษา ดูว่าเพื่อนคนนั้นเป็นคนรอบคอบ มีความคิดไตร่ตรอง มีเหตุผลหรือไม่ เป็นคนที่คุณไว้วางใจได้ มีความหวังดีต่อคุณอย่างจริงใจหรือเปล่า เขามีความรู้ในสิ่งที่คุณจะปรึกษามากน้อยแค่ไหน (เช่น ได้จากการอ่อนหรือประสบการณ์ตรง)

คำถามต่อมาคือ คุณจะปรึกษาเรื่องอะไร อย่าลืมว่าเพื่อนของคุณอยู่ในวัยเดียวกับคุณ เขาคงรู้อะไรพอ ๆ กับคุณนั่นแหล ดังนั้น เรื่องที่จะปรึกษาควรเป็นเรื่องธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่คุณคิดว่าเขาน่าจะรู้ เช่น เรื่องการเรียน การมีปัญหากับเพื่อนคนอื่น ๆ และการระบายปรับทุกข์เรื่องต่าง ๆ

เพื่อนมักเป็นคนที่เหมาะกับการปรับทุกข์มากกว่าเป็นผู้ให้คำปรึกษา (และต้องดูว่าเขาพร้อมที่จะรับฟังคุณด้วย) คุณอาจรับฟังคำแนะนำของเพื่อน แต่ก็ต้องแสวงหาคำแนะนำจากคนอื่น ๆ ด้วย เช่น พ่อแม่ ผู้ใหญ่ใกล้ชิด ซึ่งมีความรู้ รอบคอบและมีประสบการณ์มากกว่าเพื่อนคุณจะได้ค้นพบคำตอบที่ดีที่สุดค่ะ

ทำอย่างไรให้เพื่อนเกรงใจไม่เอาเปรียบเรา

การที่เพื่อนไม่เกรงใจ และชอบเอาเปรียบเรา ก็เพราะเรายอมอ่อนข้อให้เพื่อน หรือเป็นฝ่ายต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อนมากเกินไป เพื่อนจึงรู้สึกว่าเราเป็น "ของตาย" จะทำอย่างไรกับเราก็ได้ เพราะเราไปไหนไม่รอดถ้าขาดเขา

คงต้องหัดพึ่งพาตัวเองให้มาก ทำอะไรด้วยตัวเองให้เป็น และรู้จักยืนยัน สิทธิของเราบ้าง เพื่อให้เห็นว่าเราก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน

เวลาเพื่อนทำอะไรให้เราไม่พอใจ ก็อย่าทนเงียบ แต่ให้บอกเพื่อนไปตรง ๆ ว่าเราไม่ชอบ อย่าทำอย่างนี้กับเราอีก เพราะเราเองก็ยังไม่เคยทำกับเขาอย่างนี้เลย ถ้าเราไม่พูด เพื่อนก็อาจจะไม่รู้ตัว และเราก็ต้องเก็บกดอารมณ์ที่ไม่ดีเอาไว้ เป็นผลเสียต่อตัวเราด้วย นานไปเมื่อทนไม่ไหว ก็อาจระเบิดอารมณ์ออกมา ทำให้ความสัมพันธ์ขาดสะบั้นลงจนมองหน้ากันไม่ติดก็ได้

แต่ถ้าบอกแล้วเพื่อนยังขืนทำอีก ก็แสดงว่าเขาไม่แคร์เรา เราก็ควรอยู่ให้ห่างเขาเข้าไว้ แล้วหันไปคบเพื่อนใหม่ที่นิสัยดี คบแล้วสบายใจ จะดีกว่า

คนที่ไม่เกรงใจและชอบเอาเปรียบเพื่อนนั้น ไม่มีใครชอบและอยากได้เป็นเพื่อนหรอกค่ะ ถ้าเขาไม่แก้ไขตัวเอง นานไปก็จะไม่มีใครคบเขาเองแหละค่