คนมีเงินมักมีอำนาจและใช้อำนาจข่มเหงรังแกผู้ด้อยกว่าอย่างไม่เป็นธรรม เราจะทำอย่างไรกับคนพวกนี้ดี
ตอนแรกตั้งใจว่าจะจบเรื่องพระจันทร์แดงตั้งแต่ตอนที่แล้ว พออ่านไปอ่านมารู้สึกว่าจะเสียจรรยาบรรณที่เคยตั้งใจจะเขียนละครกับกฎหมายเรื่องละ ๔ ตอน กับตั้งธงการเขียนถึงเรื่องความผิดฐานข่มขืนที่เสือลูกของพ่อเลี้ยงเดชกับลูกน้องร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราจำปาหญิงสาวในหมู่บ้านว่าจะเป็นความผิดฐานใด จะต้องรับโทษสักเท่าไหร่ ลืมไปเฉยๆเสียงั้นแหละ เฮ้อ….รู้แล้วครับว่าผมแก่แล้ว

            มาต่อกันให้จบดีกว่า ผมไปเปิดบทความเก่าๆในเรื่อง ข่มขืนแสนขมขื่นหรือในบทความใหม่เรื่อง จันดาราก็มีพูดถึงความผิดฐานข่มขืนและเรื่องอัตราโทษไว้แล้ว มันก็เหมือนกันแหละครับ ขอผ่านไปเลยครับ แต่สิ่งที่ยังติดใจอยู่ก็คือ ผมเขียนแบบสนุกติดตลกว่า ในความผิดฐานข่มขืนนั้น กฎหมายใช้คำว่า ข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาตน  ถ้าเป็นภริยา คือ หมายถึงภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งต้องจดทะเบียนสมรส  ดังนั้น ทะเบียนสมรสก็เหมือนกับใบขับขี่ ถ้าใครยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็รีบไปจดเสีย   เพราะวันดีคืนดีภริยาไม่ยอมขึ้นมาละก็ ไปใช้กำลังข่มเหงก็จะเป็นความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติ

            นั่น เป็นการเขียนเพื่อความสนุกสนาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราต้องมาช่วยกันรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวทุกรูปแบบครับ การที่สามีเอาแต่ได้บังคับข่มเหงภรรยาโดยใช้กำลังข่มขืนก็น่าจะถือเป็นความผิดในอนาคต  โดยอาจมีการแก้ไขกฎหมายว่า ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราหญิง ต้องระวางโทษ……” แล้วอาจจะเพิ่มวรรคสองว่า กรณีหญิงนั้นเป็นภริยาตน ศาลอาจลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ได้ เป็นต้น เพื่อให้สามีเกิดความรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องดูแลเอาใจใส่ภริยา หากภริยาไม่ยอมก็ห้ามข่มเหง

            ผมเอาเรื่องนี้ไปให้วิพากย์วิจารณ์ในหมู่ผู้ชาย เขาก็บอกว่า เฮ้ย! ถ้าอย่างนั้นไม่มีเมียดีกว่า ใช้วิธีการซื้อหญิงบริการดีกว่าไม่ต้องผูกพัน ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะการมีเมียก็คือการมีความรักบวกกับความใคร่เพื่อให้เกิดการสืบพันธุ์อันเป็นการขยายเผ่าพันธุ์  ถ้านอนกับเมียไม่ได้ เมียจะยอมให้มีเมียน้อยไหมล่ะ  ทำไมต้องให้ผู้ชายเข้าใจว่าผู้หญิงไม่ได้มีความต้องการทางเพศทุกวัน ทำไมผู้หญิงไม่เข้าใจผู้ชายบ้างว่า เวลาผู้ชายมีความต้องการขึ้นมาก็อยากระบายออกไป หากระบายกับภรรยาไม่ได้จะให้ไประบายที่ไหน  ว่าก็ว่าเหอะ ผู้ชายมีเมียน้อยก็เพราะเมียไม่ยอมให้นอนด้วยนั่นแหละ ส่วนใหญ่ก็จะบ่นว่าปวดหัวบ้างละ ง่วงนอนบ้างละ  ก็ว่ากันไป

            พูดถึงเรื่องนี้ มีผู้ชายคนหนึ่งพาภรรยาไปเที่ยวสวนสัตว์ พาไปดูกอริลล่าที่ถูกขังอยู่ในกรง แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กลับมาอีกทีภรรยาเข้าไปอยู่ในกรงกอริลล่า เนื่องจากกอริลล่าง้างกรงไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ พอเห็นผู้หญิงเผลอมันกันลากแขนเข้ากรงไปและกำลังจะข่มขืน พอดีสามีกลับมา ภรรยาก็ร้องขอความช่วยเหลือ เร็วๆเข้าซิ มันจะข่มขืนฉันแล้ว เร็วววววววว สามียืนทำหน้าตาเฉยเมยไร้อารมณ์และความรู้สึก พูดเนิบๆ ว่า ก็บอกมันไปซิว่าปวดหัวและง่วงนอน  แทแล่ม แทแล่มแทแล่ม……

           ในเรื่องพระจันทร์แดง   เราจะเห็นความรุนแรงของผู้มีอำนาจทางการเงินกระทำต่อผู้ที่อ่อนแอกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใช้กำลังทำร้ายร่างกาย ฆ่า ข่มขืน หลอกลวง หรือแม้แต่ผู้ที่เห็นเงินเป็นใหญ่แสวงหาสิ่งที่ตนต้องการไม่ว่าการกระทำนั้นจะชอบด้วยศีลธรรมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีมากขึ้นทุกวันในสังคมเรา ผมว่าเราควรจะหันมาช่วยกันดูแลสังคม และช่วยกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยเริ่มที่ตัวเราเอง โดยไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับคนอื่น อย่าคิดหรือกระทำเพราะคนอื่นทำกันได้ ไม่เห็นเกิดอะไรขึ้นเลย ใครๆก็ทำอย่างนี้กันทั้งนั้น เพราะนั่นแสดงว่าท่านกำลังโยนความรับผิดชอบไปให้คนอื่น ท่านอยากได้ในสิ่งที่ท่านก็รู้ว่าไม่ควรได้ แต่ความรับผิดชอบในตัวท่านก็ยังพอมีจึงโยนความรับผิดชอบไปให้คนอื่นๆเขาก็ทำกัน ดังนั้นเอาความรับผิดชอบที่ท่านพอมีมาทำให้เป็นความรับผิดชอบอย่างจริงจังเถอะครับ

            ในคติของไทย เราใช้เรื่องกฎแห่งกรรมมาเป็นตัวอธิบายเรื่องราวต่างๆ อย่างในเรื่องพระจันทร์แดงตัวโกงตัวร้ายก็จะถูกฆ่าตายหรือไม่ก็กลายเป็นคนบ้า เหมือนกับเป็นการยอมรับว่าเอาเหอะ ถึงกฎหมายเล่นงานมันไม่ได้ มันก็ตายเอง ผมไม่อยากให้คิดอย่างนั้น อยากให้คนไทยคิดว่าการปล่อยให้คนชั่วมีสิทธิลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมเป็นการทำร้ายสังคมและทำร้ายตัวเราด้วย จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องกำจัดจุดอ่อน

           ผมอยากเห็นสังคมนี้ดีขึ้น แต่ไม่ได้คิดจะให้ดีขึ้นทันตาเห็นในวันนี้พรุ่งนี้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่จะพยายามปรับเยาวชนรุ่นใหม่ให้เข้าใจสิ่งเหล่านี้ตามที่โอกาสอำนวย พยายามให้เด็กและเยาวชนเห็นว่าระเบียบวินัยเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับพวกเขา เพราะสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานในการอยู่ร่วมในสังคมในอนาคตเพราะในสังคมเราบังคับกันด้วยกฎหมาย

การที่คนจะเคารพกฎหมายอย่างจริงจัง เขาต้องไม่มองข้ามความผิดเล็กๆน้อยๆ เช่น ถ่มน้ำลายลงบนพื้น จอดรถในที่ห้ามจอดเพราะไม่รู้จะจอดตรงไหน  และที่สำคัญคือเขาต้องรู้จักเคารพตัวเองก่อน เขาจะเป็นคนที่เคารพตัวเองและเคารพผู้อื่นได้ก็ต่อเมื่อเขาเข้าใจว่าคุณธรรมจริยธรรมคืออะไร จากนั้นเขาจึงจะต้องรู้จักว่าการบังคับใช้กฎหมายคืออะไร ถ้าหากเขาเป็นผู้รักษากฎหมาย เช่น ในขณะที่เขาเป็นนักเรียน เขาเป็นสารวัตรนักเรียน เขาจะต้องรู้ว่าเพื่อนนักเรียนทำอะไรผิด เมื่อรู้ว่าผิดเขาทำอย่างไร  แล้วเขาจะต้องรู้ว่าเมื่อกฎมีไว้อย่างไรแม้จะไม่มีผู้รักษากฎออกมาทำหน้าที่ เขายังต้องรักษากฎนั้นอยู่ดี และเมื่อรู้ว่าการบังคับใช้กฎหมายคืออะไรแล้ว เขาต้องรู้ต่อไปว่าหากมีการฝ่าฝืนกฎหมายแล้วสังคมไม่ช่วยกันกระตุ้นให้คนเคารพกฎหมาย เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายไม่รู้สึกถึงความสำคัญของกฎหมายแล้ว กฎหมายนั้นก็ไร้ประสิทธิภาพ แล้วเขาคิดว่าเขาต้องเป็นคนหนึ่งที่จะต้องเคารพกฎหมายเพื่อเป็นตัวอย่างให้คนอื่น นั่นแหละสังคมจึงจะดีขึ้น

ผมต้องการตัวช่วยคือท่าน หากท่านร่วมมือกับผมทำสิ่งที่ผมเอ่ยถึง ผมเชื่อว่าเป้าหมายของผมก็ไม่ไกลเกินเอื้อม  ท่านจะช่วยผมไหมครับ