ถ้ามีกลิ่นฉุนคล้ายแอมโมเนียอาจเป็นผลจากการกินโปรตีนมากเกินไปจนร่างกายนำไปใช้ไม่หมด และเกิดของเสียออกมามากเกิน

พวกเราอาจจะพบเห็น(จริงๆ คือ ได้กลิ่น)คนที่มีกลิ่นตัวแรงมาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีวิธีดีๆ เพื่อลดระดับกลิ่นตัวมาฝากพร้อมกับข่าวดีและข่าวร้ายครับ

ข่าวดีคือ เหงื่อของคนเราส่วนใหญ่ไม่เหม็น ข่าวดีมักจะมาคู่ข่าวร้าย ข่าวร้ายที่ว่าคือ เหงื่อคนเราบางตำแหน่งมีน้ำมันปนอยู่ด้วย

แบคทีเรียและเชื้อราหลายชนิดย่อยสลายน้ำมันในเหงื่อ และเศษผิวหนังให้มีกลิ่นได้

เหงื่อคนเราเกือบทั้งหมดไม่มีน้ำมันปน ยกเว้นเหงื่อรอบๆ เต้านม อวัยวะเพศ รักแร้จะมีน้ำมันปน

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่า ทำไมกลิ่นตัวมักจะมาจากบริเวณ "อ่อนไหว" เหล่านี้

หลักการสำคัญในการลดปริมาณเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราที่ผิวหนังคือ ทำให้แห้ง อย่าให้เปียกหรืออับชื้น เนื่องจากแบคทีเรียและเชื้อราชอบที่ที่มีความชื้นสูง

จดหมายข่าวดอกเตอร์เมียคินแนะนำวิธีลดกลิ่นตัวง่ายๆ ได้แก่

  1. อาบน้ำทุกวัน
  2. หลังอาบน้ำ > ให้ซับน้ำบริเวณ "อ่อนไหว" ให้แห้ง
  3. หลังอาบน้ำ > ถ้ามีโอกาสนุ่งผ้าขาวม้า หรือโสร่งผึ่งลมหลังอาบน้ำละก็ ดีมากๆ เลย (แต่ช่วงนี้อย่านุ่งโสร่งไปผึ่งลมที่ย่างกุ้ง เพราะอาจถึงตายได้)
  4. ทายาป้องกันกลิ่นตัว ซึ่งมีโลหะบางชนิดช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เช่น อลูมิเนียม สังกะสี ฯลฯ บริเวณรักแร้
  5. เปลี่ยนชุดชั้นใน และถุงเท้าทุกวัน... ถ้ากลิ่นตัวแรงมากอาจต้องเปลี่ยนทุกๆ ครึ่งวันแทน
  6. อาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม ฯลฯ อาจทำให้กลิ่นตัวแรงตามไปด้วย > น่าจะลองลดอาหารที่มีกลิ่นแรงก่อนเที่ยงวัน เพื่อไม่ให้คนที่ทำงานด้วยกัน หรือคนที่ต้องติดต่องานด้วยทนไม่ไหว
  7. ถ้ามีกลิ่นฉุนคล้ายแอมโมเนียอาจเป็นผลจากการกินโปรตีนมากเกินไปจนร่างกายนำไปใช้ไม่หมด และเกิดของเสียออกมามากเกิน > ให้ลดอาหารโปรตีน เช่น เนื้อ ปลา ไก่ นม ผลิตภัณฑ์นม ถั่วเหลือง ถั่ว ฯลฯ ให้น้อยลง
  8. ผู้หญิงที่มีตกขาว อาจมีกลิ่นคล้ายกลิ่นปลาออกมาได้ > ท่านอาจต้องปรึกษาเภสัชกรหรือหมอใกล้บ้าน เพื่อรักษาตกขาว ซึ่งอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นกลิ่นตัวได้

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า อลูมิเนียมอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สมองเสื่อมได้ จึงควรล้างมือก่อนดื่มน้ำ หรือก่อนกินอาหารทุกครั้ง เพื่อป้องกันเศษอลูมิเนียมจากน้ำยาทารักแร้ปนเปื้อนไปกับอาหารหรือน้ำ

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

ข่าวประกาศ...                                                  

  • บล็อก "บ้านสุขภาพ" มีนโยบายที่จะไม่ตอบปัญหาสุขภาพ เนื่องจากผู้เขียนมีงานมาก อินเตอร์เน็ตลำปางช้า+หลุดบ่อย

ที่มา...