Mass Hysteria หรือ โรคอุปทานหมู่ -อาการทางร่างกายที่เกิดขึ้นจากการเหนี่ยวนำทางจิต ...เด็กมีความคิด ความเชื่อ ..ความกลัวต่อเรื่องเดียวกัน อยู่ภายใต้สถานการณ์และบรรยากาศเดียวกัน ..ก็จะทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้ ..เป็นโรคติดต่อทางใจอย่างหนึ่งเลยทีเดียว

เมื่อวานทิ้งท้ายไว้ให้คิดต่อ ..และวันนี้ว่าจะตามมาปิดกรุ คดีนี้ ค่ะ ...ก่อนอื่นขอพูดถึง แบ๊กกราวด์ โรงเรียนนี้ก่อนละกันนะคะ  โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนกินนอน ขนาดใหญ่ของปางมะผ้า  จัดได้ว่าเป็นโรงเรียนนานาชาติปางมะผ้าได้ที่เดียว ด้วยเหตุผลคือ มีทุกเผ่า ...คุณครูบอกว่าเด็กที่มาเรียนที่นี่ จะไปภาษากลับบ้านไปอย่างน้อย 3 ภาษา ..เอิ้ก ๆๆ..  ก่อนหน้านี้ เป็นโรงเรียนเปิดใหม่ด้วยค่ะ ถ้าจำไม่ผิดยังไม่ถึง 5 ปีด้วยซ้ำไป .. 

ก่อนที่จะเป็นโรงเรียน ที่นี่เราเรียกว่า หนองแดง เป็นที่ฝังศพไร้ญาติ ของทางโรงพยาบาล  และเป็นที่ฝัง ศพสาธารณะ ทั่วไปด้วย .. เสียงร่ำลือว่าที่นั่น  ด้วยความที่เป็นที่ฝังศพ ..คงมีอินทรียวัตถุอุดมสมบูรณ์ดี .. จะมีสัตว์น้อย สัตว์ใหญ่ ที่กินทั้งเนื้อ ทั้งสัตว์เยอะมาก .. แต่ไม่มีใครกล้าไปหากินเท่าไหร่ ..ผู้เขียนไม่ใช่คนกลัวผี เลย ..แต่เวลาขับรถผ่านตอนดึก ..มันเสียวหลังทุกที ...อิอิอิ...เรื่องที่มา และที่ตั้งของโรงเรียน คงเป็นสาเหตุหนึ่งของการนำมาถกเถียง .. หรือถูกนำมาเชื่อมโยงต่อการป่วยของเด็กกลุ่มนี้ด้วยค่ะ ..               

 โรงเรียนนี้ตั้งแต่ก็ตั้งมาก็พูดได้ว่ามีเหตุการณ์สารพัด  เช่น  มีนักเรียนหญิง ถูกข่มขืน ..มีเด็กเป็นHyper V. (Hyperventilation Syndrome) เยอะ ..มีเด็กมีอาการคุมคลั่งเหมือนผีเข้า ..มีคุณครูที่เครียดจนเคยพยายามทำร้ายตัวเองด้วยการทานยากล่อมประสาทในขนาดสูง เป็นต้น  แล้วยังจะมาเหตุการณ์ล่าสุดนี้คือ  ชักหมู่   

ผู้เขียนก็มีความสงสัยในหลายกรณี จึงเข้าไปหาข้อมูลที่โรงเรียน ..และการเข้าไปครั้งนี้พบว่าเป็นประโยชน์มากค่ะ ได้ข้อมูลแวดล้อม ที่คิดว่ามากพอ ที่จะรับมือ กับผีกลุ่มนี้ และ คิดว่าคงต้องทำเป็นองค์กรปราบผี ในโรงเรียนนี้ต่อไปซะ ..ปล่อยไปไม่ดีแน่ ...สุขภาพจิตจะแย่ ..ทั้งครู และ นักเรียน ..               

 เกี่ยวกับอาการป่วยของทั้งสาม  ค่อนข้างชัดค่ะ  เด็กทั้งสามมีความเปราะบาง ความอ่อนแอทางจิตใจอยู่ มีฐานความเชื่อเดิม มีความเชื่อเรื่องผี และสิ่งเหนือธรรมชาติเมื่อเจอสภาวะที่อธิบายไม่ได้ ..ก็ต้องตอบคำถามที่ตนเอง เชื่อ ..2 ใน 3  มีความเจ็บป่วย เดิม (ปวดหัว ปวดท้อง) ควบรวมกับอาการ กลัวชนิด panic  เพราะเด็กทั้งหมดจำได้แบบชนิดเป็นภาพ  ต่ออาการของ Hyper V.จากการที่เคยเห็นเพื่อนเป็นมาก่อน มีสถานการณ์เร้า คือ เสียงตกอกตกใจตะโกนโหวกเหวก  และการร้องให้อย่างตกอกตกใจ ของเพื่อนที่มาห้อมล้อม  ..

น้องอ่างมีอาการก่อนเพื่อน .. เกิดจาก ...การปวดท้อง ..อย่างรุนแรง ..อ่อนเพลีย..พอเริ่มอ่อนแรงชา ก็จำอาการเริ่มแรกของภาวะ Hyper V.ได้ เลยเกิด panic ร้องให้สะอีกสะอื้น เหล่านี้เป็นเหตุโดยตรงที่ให้การหายใจ ตื้นและเร็ว นำไปสูอาการหอบ หายใจลำบาก ชา และอ่อนแรง หมดสติไป ..น้องแหวน ...เป็นคนที่ไม่ป่วย ..แต่มีประวัติเคยเป็นมาก่อน ทั้งความคิด ความจำเดิม นอกจากจะมีห่วงเพื่อนแล้ว ..สถานการณ์เร้า และความกลัว กลายเป็น panic และ มีอาการเป็นคนต่อมา .. น้องหนู ซึ่งเป็นคนสุดท้าย ..การเจ็บป่วยเดิมและสถานการณ์เร้าที่มีเพื่อนทั้งสองเป็นลม หมดสติไปต่อหน้า  จึงเกิดอาการกลัว แบบ panic และมีอาการ ในที่สุด .จากการที่ผู้เขียนสอบถามเด็กทั้งสามคน ...ความรู้สึกนำ ที่เป็นความรู้สึกเด่น รุนแรงและทรงพลังที่สุดคือความรู้สึกกลัว ... ครั้นถามว่ากลัวแบบไหน ...คำตอบคือ ใจสั่น แขนขาอ่อนแรง ..หายใจไม่ออก...เหล่านี้ล้วนทำให้เกิดอาการหายใจตื้นเร็ว จนเกิดภาวะ Hyper V. ได้ทั้งสิ้น ..

เด็กสองคนในสาม เชื่อว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ก็ไม่ทราบ ไม่แน่ใจ  ไม่ได้มีหูแว่วประสาทหลอนหรือการรับรู้ที่ผิดปกติ ส่วนน้องแหวน (ซึ่ง  ป่วยบ่อยครั้ง ) ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องผี ..

ค่ะ ...เรื่องนี้คงเป็นตัวอย่างอย่างดีของอาการทางร่างกายที่เกิดขึ้นจากการเหนี่ยวนำทางจิต ...เด็กมีความคิด ความเชื่อ ..ความกลัวต่อเรื่องเดียวกัน อยู่ภายใต้สถานการณ์และบรรยากาศเดียวกัน ..ก็จะทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้ ..เป็นโรคติดต่อทางใจอย่างหนึ่งเลยทีเดียว ค่ะ ...

ผู้เขียนโชคดี ที่มากรณีแบบนี้ ครั้งแรก  มีการป่วยเพียงสามคน ...ถ้าเป็นเหมือนทางอีสาน ที่ป่วยเป็นร้อย สงสัย สอบสวน10 วันก็ไม่เสร็จ...เอิ้ก ๆๆ ...และก็โชคดีที่มีคุณครูสนใจ ...ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ..คุณครู มีความเข้าใจเรื่องโรคดีค่ะ ..แต่ก็จนใจในการรับมือ และการสร้างความเข้าใจในเด็ก ...การเข้ามาที่โรงเรียนครั้งนี้ดีใจอยู่อย่างค่ะ ..ผู้เขียนได้ตั้งคำถามกับคุณครูว่า ..

คุณครู คิดว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแบบนี้ เป็นสถานการณ์ที่ปกติไหมคะคุณครู ช่วยกันตอบว่าไม่น่าจะใช่แล้ว ...เด็ก ๆ น่าจะสุขภาพจิตแย่ นะแล้วคุณครูคิดว่า มันน่าจะมีวิธีไหน ให้มันดีขึ้นไหมคะ คราวนี้คุณครู ที่น่ารักทั้งสามท่าน ช่วยกันตอบว่า  คงต้องทำอะไร ซักอย่าง เพื่อไม่ให้มันเลวร้ายกว่านี้  อาจจะเป็น work shop ด้านสุขภาพจิต ทั้งในคุณครู และ นักเรียน ...เข้าทางค่ะ   ผู้เขียนก็เลยสำทับไปว่า เฉพาะเรื่องตัวเหตุการณ์ โรคอุปทานหมู่  ไม่ได้เลวร้ายหรือรับมือยาก  แต่โดยภาพรวมถ้าไม่มีการจัดการใด  ๆ เรื่องนี้น่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตในวงกว้างได้ ผู้เขียนนึกจินตนาการไปถีง นักเรียน ทั้งหอพัก ..50-60 คน  ถ้าเหตุการณ์ Mass Hysteria หรือ บางทีก็เรียกSelective Hysteria เกิดขึ้นมากขนาดนั้น ...คุณครูเองก็คงรับมือลำบาก ..และโรงพยาบาลเอง ก็มีพยาบาลจิตเวชอยู่คนเดียว .. แย่แน่ ..               

ค่ะ โดยสรุปการเข้าไปเยี่ยมที่โรงเรียน ..ผู้เขียนมีCommitment กับคุณครู ว่าจะทำWork shop ด้านการจัดการกับปัญหาสุขภาพจิต ในนักเรียน ร่วมกับทางโรงเรียน และ คงต้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ สถานีอนามัยในพื้นที่ด้วย ..  โดยส่วนตัวแล้วดีใจค่ะ ..ที่เห็นทางออกออกมาเป็นแบบนี้ ...มันดูเหมือนกระบวนการแก้ปัญหา อย่างเป็นระบบ ที่ได้ผลออกมาลงตัว เห็นแนวทางปฏิบัติชัดขึ้น... การเตรียมตัววันนี้ ได้ผลอย่างนี้นับว่าเหนือความคาดหมาย ...ในที่สุดผู้เขียนและทีม..ก็ออกโรงเรียนอย่างสง่าผ่าเผย ...ไม่ถูก ผีโรงเรียน Knock เอาค่ะ ...เอิ้ก ๆๆ.....

.ก่อนเข้าไปโรงเรียน ..นี่..กลัวมากว่าจะมีเด็กบอก เห็นผี ..เห็นกับตา..เห็นหลายคน...เจองี้ต้องเผ่นออกมางัดกลยุทธ์ใหม่แน่ ...อิอิอิ.....

จบการรายงานค่ะ ราตรีสวัสดิ์