การค้นพบ..ทำให้คนเราเปลี่ยนไป อะไรคือการค้นพบ..มันก็คือ พบในสิ่งที่ตนเองต้องการ หรือไม่ต้องการ หากต้องการ ก็เปลี่ยนไป ไม่ต้องการก็เปลี่ยนไป เพราะคนเรามักจะไม่มีความพอ...นั่นเอง อายุจนปูนนี้ เห็นอะไรมามาก เข้าใจมาก เข้าใจน้อย ส่วนที่จะไม่เข้าใจนั้น...ไม่ค่อยมี บ้างก็พูด บ้างก็เฉย ขึ้นอยู่กับ...ทำใจได้มากน้อยในลำดับใด แต่คนเราเปลี่ยนไป แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปนี่สิ...น่าคิด อะไรนะ มันมีอิทธิพลมากมาย ถึงขนาดทำให้คนดีดี ที่เราคิดว่าดีนี้...เปลี่ยนไป คนที่เรามองว่ามีชาติตระกูล มีการศึกษาดี มีตำแหน่งสูงส่ง มีสามี-ภรรยาเป็นฉัตรกั้นเกศ ..พูดแบบนี้คนเป็นโสด หลุดไป เหรอ ...ไม่ใช่นะเรามองผิดไป วัน เวลา ผ่านไป จากวันเป็นเดือน จากเดือน เป็นปี ทำให้คนคนนี้เปลี่ยนไป... ไม่คิดบ้างหรือไรว่า...สิ่งนั้นที่ยึดมั่น ถือมั่นนั้น มันอาจล่มสลายไป มันอาจเสื่อมอำนาจ...ไม่เคยเห็นตัวอย่างมาหรอกหรือ หรือท่านจะยึดมันเพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น แล้วต่อจากนั้น...ท่านก็เป็นเพียง..คนแก่คนหนึ่งที่ปลดระวาง เดินไปมา ไม่มีคนนับถือ ..เพราะอะไร...ก็เพราะความเปลี่ยนไปของท่านล่ะที่ทำให้ท่านเปลี่ยนไป.... เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..ท่านจงเป็นตัวของท่านเอง อย่าเปลี่ยนไปเลย..ของเดิมของท่าน..ดีจะตายไป...
สวัสดีคะครูอ้อยเจ้าเสน่ห์
อ่านแล้วนึกถึงผู้ใหญ่หลายคนที่เป็นอย่างนี้
สวัสดีค่ะ คุณ..MOO เพื่อนรัก
ตอนแรกครูอ้อยอ่าน คิดว่าครูอ้อยเป็น..ครูอ้อยเจ้าเล่ห์..อิอิ
สบายดีนะคะ..คิดถึงค่ะ
ครูอ้อยเชื่อไหมว่าผมได้รับสายสะพายมาสามสายแล้ว ขณะนี้ได้รับวชิรมงกุฎ ถามว่าผมเคยเลี้ยงฉลองไหม ผมไม่เคยเลี้ยงฉลองสายสะพายเลย เพราะผมมีความรู้สึกว่า ของเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา มียศก็เสื่อมยศ มีลาภก็เสื่อมลาภ มีสรรเสริญ ก็มีนินทา สำคัญอยู่ที่ตัวเราว่าเรากำลังทำอะไร เราเป็นอะไร เราไม่จำเป็นต้องอวดบารมีเลย เพราะบารมีเกิดจากการสร้างความดีของเรา ไม่ใช่เกิดจากการที่เราป่าวประกาศว่าเราดี เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะเรียนกว่าเรามีบารมีไม่ได้
ผมทบทวนตัวเองทุกปีเมื่อถึงวันคล้ายวันเกิด บางปีก็รู้สึกตัวเองว่าปีที่ผ่านมาเราน่ากลัว เราใช้อำนาจกับลูกน้องมากเกินไปหรือเปล่า เรารู้สึกตัวว่ายิ่งอายุมากขึ้น ประสบการณ์มากขึ้น ตำแหน่งสูงขึ้น เราพูดสั่งสอนใครเขามากขึ้น เรากล้าปฏิเสธคนที่มาวิ่งเต้นคดีมากขึ้นจนเรียกได้ว่าขนาดเจ้านายขอยังปฏิเสธ บางทีก็แอบภูมิใจลึกๆที่เราสามารถทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นได้จริงๆ
แต่บางทีเหมือนกับว่าชีวิตผมไม่ค่อยเหมาะกับการรับราชการเพราะเอาใจนายไม่เป็น แต่ผมก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อมีเจ้านายสูงสุดคนหนึ่งที่ไม่ชอบให้ใครมาวิ่งเต้นเห็นเราอยู่ในสายตา ให้ผมได้รับตำแหน่งอัยการจังหวัดโดยท่านรับรองผมในที่ประชุม ทั้งๆที่ผมไม่เคยเอ่ยปากขอว่าผมขอเป็นอัยการจังหวัดที่ภูเก็ต ผมก็เลยสอนน้องๆว่าคนเราจะได้ดีได้มี ๒ ทาง คือ ๑.ทำงานให้เจ้านายเห็นความสามารถ ๒.เลียนาย ทางที่สองได้ตำแหน่งง่าย ได้ความดีความชอบง่าย (พวกนี้มักจะ เจ้านายชอบ เพื่อนชัง ลูกน่องแช่ง) หรือจะเป็นแบบที่ ๑ (เจ้าชอบ เพื่อนชอบ ลูกน้องชอบ) แต่แบบที่ ๑ ยากมากแต่ถ้าเราตั้งใจจริง ทำจริง สักวันหนึ่งเขาจะรู้จักเรา
ระบายความในใจเยอะเลยครับ
สวัสดีค่ะท่าน
ขอบคุณมากนะคะที่ให้เกียรติมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ...มีความสุขมากเลยค่ะ