ครูอ้อยเชื่อไหมว่าผมได้รับสายสะพายมาสามสายแล้ว ขณะนี้ได้รับวชิรมงกุฎ ถามว่าผมเคยเลี้ยงฉลองไหม ผมไม่เคยเลี้ยงฉลองสายสะพายเลย เพราะผมมีความรู้สึกว่า ของเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา มียศก็เสื่อมยศ มีลาภก็เสื่อมลาภ มีสรรเสริญ ก็มีนินทา สำคัญอยู่ที่ตัวเราว่าเรากำลังทำอะไร เราเป็นอะไร เราไม่จำเป็นต้องอวดบารมีเลย เพราะบารมีเกิดจากการสร้างความดีของเรา ไม่ใช่เกิดจากการที่เราป่าวประกาศว่าเราดี เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะเรียนกว่าเรามีบารมีไม่ได้
ผมทบทวนตัวเองทุกปีเมื่อถึงวันคล้ายวันเกิด บางปีก็รู้สึกตัวเองว่าปีที่ผ่านมาเราน่ากลัว เราใช้อำนาจกับลูกน้องมากเกินไปหรือเปล่า เรารู้สึกตัวว่ายิ่งอายุมากขึ้น ประสบการณ์มากขึ้น ตำแหน่งสูงขึ้น เราพูดสั่งสอนใครเขามากขึ้น เรากล้าปฏิเสธคนที่มาวิ่งเต้นคดีมากขึ้นจนเรียกได้ว่าขนาดเจ้านายขอยังปฏิเสธ บางทีก็แอบภูมิใจลึกๆที่เราสามารถทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นได้จริงๆ
แต่บางทีเหมือนกับว่าชีวิตผมไม่ค่อยเหมาะกับการรับราชการเพราะเอาใจนายไม่เป็น แต่ผมก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อมีเจ้านายสูงสุดคนหนึ่งที่ไม่ชอบให้ใครมาวิ่งเต้นเห็นเราอยู่ในสายตา ให้ผมได้รับตำแหน่งอัยการจังหวัดโดยท่านรับรองผมในที่ประชุม ทั้งๆที่ผมไม่เคยเอ่ยปากขอว่าผมขอเป็นอัยการจังหวัดที่ภูเก็ต ผมก็เลยสอนน้องๆว่าคนเราจะได้ดีได้มี ๒ ทาง คือ ๑.ทำงานให้เจ้านายเห็นความสามารถ ๒.เลียนาย ทางที่สองได้ตำแหน่งง่าย ได้ความดีความชอบง่าย (พวกนี้มักจะ เจ้านายชอบ เพื่อนชัง ลูกน่องแช่ง) หรือจะเป็นแบบที่ ๑ (เจ้าชอบ เพื่อนชอบ ลูกน้องชอบ) แต่แบบที่ ๑ ยากมากแต่ถ้าเราตั้งใจจริง ทำจริง สักวันหนึ่งเขาจะรู้จักเรา
ระบายความในใจเยอะเลยครับ