เป็นบทบัญญัติทางสังคมของชาวอีสานให้เป็นหลักปฏิบัติต่อกันสำหรับคนในสถานภาพต่าง ๆ มาแต่โบราณโดยใช้เป็นคำบอกเล่าขาน สืบต่อกันครั้งยังไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

                คองสิบสี่มักเป็นคำกล่าวควบคู่กับคำว่า ฮีตสิบสอง สันนิษฐานไว้ 2 ความหมายว่ามาจากคำว่า ครอง หรือครรลองเป็นคำนามหมายถึง ทางหรือแนวทางเช่น คลองธรรมหรือมาจากครองซึ่งเป็นคำกิริยามีความหมายถึงการรักษาไว้ เช่น คำว่า ครองเมือง ครองรักครองชีพโดยที่ชาวอีสานไม่นิยมออก เสียงคำกล้ำ ดังนั้น คองสิบสี่น่าจะมีความหมายถึงแนวทางที่ประชาชนทำไป ชาวบ้านหรือสงฆ์พึงปฏิบัติ 14 ข้อเพื่อดำรงรักษาไว้ซึ่งประเพณีและทำนองคลองธรรมอันดีงามของท้องถิ่นบ้านเมือง

คองสิบสี่โดยนัยที่ 1

                กล่าวถึงผู้เกี่ยวข้องในครอบครัว สังคมตลอดจนผู้มีหน้าที่ปกครองบ้านเมืองพึงปฏิบัติ เมื่อ

พูดถึงคองมักจะมีคำว่าฮีตควบคู่กันอยู่เสมอ แบ่งออกเป็น 14 ข้อ คือ

                1. ฮีตเจ้าคองขุน สำหรับกษัตริย์หรือผู้ครองเมืองปกครองอำมาตย์ ขุนนางข้าราชบริพาร

                2.  ฮีตเจ้าคองเพีย สำหรับเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ในการปกครองข้าทาสบริวาร

                3. ฮีตไพร่คองนาย สำหรับประชาชนในการปฏิบัติตนตามกบิลบ้านเมืองและหน้าที่พึง

    ปฏิบัติต่อนาย

                4. ฮีตบ้านคองเมือง วัตรอันพึงปฏิบัติตามธรรมเนียมทั่วไปของพลเมืองต่อบ้านเมืองและ

    ส่วนรวม

                5. ฮีตผัวคองเมีย หลักปฏิบัติต่อกันของสามีภรรยา

                6. ฮีตพ่อคองแม่ หลักปฏิบัติของผู้ครองเรือนต่อลูกหลาน

                7. ฮีตลูกคองหลาน หลักปฏิบัติของลูกหลานต่อบุพการี

                8. ฮีตใภ้คองเขย หลักปฏิบัติของสะใภ้ต่อญาติผู้ใหญ่และพ่อแม่สามี

                9. ฮีตป้าคองลุง หลักปฏิบัติของลุง ป้า น้า อา ต่อลูกหลาน

                10. ฮีตคองปู่ย่า, ตาคองยาย หลักปฏิบัติของปู่ย่า ตายาย ให้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรต่อลูกหลาน

                11. ฮีตเฒ่าคองแก่ หลักปฏิบัติของผู้เฒ่าในวัยชราให้เป็นที่เคารพเลื่อมในเหมาะสม

                12. ฮีตคองเดือน การปฏิบัติตามจารีตประเพณีต่าง ๆ ในฮีตสิบสอง

                13. ฮีตไฮ่คองนา การปฏิบัติตามประเพณีเกี่ยวกับการทำไร่ทำนา

                14. ฮีตวัดคองสงฆ์ หลักปฏิบัติของภิกษุสามเณรให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยทั้งการช่วย

      ทำนุบำรุงวัดวาอาราม

คองสิบสี่โดยนัยที่ 2

                กล่าวถึงหลักการสำหรับพระมหากษัตริย์ในการปกครองทั้งอำมาตย์ราชมนตรีและประชาชนเพื่อความสงบสุขร่มเย็น โดยทั่วกัน

                1. แต่งตั้งผู้ซื่อสัตย์สุจริต รู้จักราชการ บ้านเมือง ไม่ข่มเหงไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน

                2. หมั่นประชุมเสนามนตรี ให้ข้าศึกเกรงกลัว บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ประชาชนเป็นสุข

                3. ตั้งมั่นในทศพิธราชธรรม

                4. ถึงปีใหม่นิมนต์ภิกษุมาเจริญพุทธมนต์ สวดมงคลสูตรและสรงน้ำพระภิกษุ

                5. ถึงวันปีใหม่ให้เสนา อำมาตย์นำเครื่องบรรณาการ น้ำอบ น้ำหอม มุรธาภิเษกพระเจ้า

    แผ่นดิน

                6. ถึงเดือนหกนิมนต์ พระภิกษุสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาต่อพระเจ้า

    แผ่นดิน

                7. ถึงเดือนเจ็ด เลี้ยงท้าวมเหสักข์ หลักเมือง บูชาท้าวจตุโลกบาลเทวดาทั้งสี่

                8. ถึงเดือนแปด นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ทำพิธีชำระ และเบิกบ้านเมือง สวดมงคลสูตร 7 คืน

    โปรยกรวดทรายรอบเมืองตอกหลักบ้านเมืองให้แน่น

                9. ถึงเดือนเก้า ประกาศให้ประชาชนทำบุญข้าวประดับดิน อุทิศส่วนกุศลแก่ญาติพี่น้องผู้

    ล่วงลับ

                10. วันเพ็ญเดือนสิบ ประกาศให้ประชาชนทำบุญข้าวสาก  จัดสลากภัตต์ ถวายแด่พระภิกษุ

                     สงฆ์ แก่ญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ

                11. วันเพ็ญเดือนสิบเอ็ด ทำบุญออกพรรษา ให้สงฆ์ปวารณามนัสการและมุรธาภิเษก พระ

                    ธาตุหลวง พระธาตุภูจอมศรี และประกาศให้ประชาชนไหลเรือไฟเพื่อบูชาพญานาค

                12. เดือนสิบสองให้ไพร่ฟ้าแผ่นดินรวมกันที่พระลานหลวงแห่เจ้าชีวิตไปแข่งเรือถึงวัน

                      เพ็ญพร้อมด้วยเสนาอำมาตย์นิมนต์และภิกษุ 5 รูป นมัสการพระธาตุหลวงพร้อม

                     เครื่องสักการะ

                13.    ถึงเดือนสิบสอง ทำบุญกฐิน ถวายผ้ากฐินตามวัดต่าง ๆ

                14. ให้มีสมบัติอันประเสริฐ คูนเมืองทั้ง 14 อย่างอันได้แก่ อำมาตย์ ข้าราชบริพาร

                     ประชาชน พลเมือง ตลอดจนเทวดาอารักษ์เพื่อค้ำจุนบ้านเมือง

คองสิบสี่โดยนัยที่ 3

                เป็นจารีตประเพณีของประชานและธรรมที่พระเจ้าแผ่นดินพึงยึดถือ

                1. เดือนหกขนทรายเข้าวัด ก่อพระเจดีย์ทรายทุกปี

                2. เดือนหกหน้าใหม่ เกณฑ์คนสาบานตนทำความซื่อสัตย์ต่อกันทุกคน

                3. ถึงฤดูทำนา คราด หว่าน ปัก ดำ ให้เลี้ยงตาแฮก ตามกาลประเพณี

                4. สิ้นเดือนเก้าทำบุญข้าวประดับดินเพ็ญเดือนสิบทำบุญข้าวสาก อุทิศส่วนกุศลให้ญาติพี่

                  น้องผู้ล่วงลับ

                5. เดือนสิบสองให้พิจารณาทำบุญกฐินทุกปี

                6. พากันทำบุญผะเหวด ฟังเทศน์ผะเหวดทุกปี

                7. พากันเลี้ยงพ่อ แม่ที่แก่เฒ่า เลี้ยงตอบแทนคุณที่เลี้ยงเราเป็นวัตรปฏิบัติไม่ขาด

                8. ปฏิบัติเรือนชานบ้านช่อง เลี้ยงดูสั่งสอน บุตรธิดา ตลอดจนมอบ มรดกและหาคู่ครอง

                  เมื่อถึงเวลาอันควร

                9. เป็นเขย่าดูถูกลูกเมีย เสียดสีพ่อตาแม่ยาย

                10. รู้จักทำบุญให้ทาน รักษาศีล ไม่พูดผิดหลอกลวง

                11. เป็นพ่อบ้านให้มีพรหมวิหารสี่ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

                12. พระมหากษัตริย์ต้องรักษาทศพิธราชธรรม

                13. พ่อตา แม่ยาย ได้ลูกเขยมาสมสู่ให้สำรวมวาจา อย่าด่าโกรธา เชื้อพงศ์พันธ์อันไม่ดี

                14. ถ้าเอามัดข้าวมารวมกองในลานทำเป็นลอมแล้ว ให้พากันปลงข้าวหมกไข่ ทำตาเหลว

                    แล้วจึงพากันเคาะฟาดตี

คองสิบสี่โดยนัยที่ 4

                1. ให้พระภิกษุสงฆ์ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าและรักษาศีล 227 ข้อเป็น

                   ประจำทุกวัน

                2. ให้รักษาความสะอาดกุฏิ วิหาร โดยปัดกวาดเช็ดถูกทุกวัน

                3. ให้ปฏิบัติกิจนิมนต์ของชาวบ้านเกี่ยวกับการทำบุญ

                4. ถึงเดือนแปด ตั้งแต่แรมหนึ่งค่ำเป็นต้นไปต้องจำพรรษา ณ วัดใดวัดหนึ่งไปจนถึงวันแรม

                   หนึ่งคำเดือนสิบเอ็ด

                5. เมื่อออกพรรษาแล้วพอถึงฤดูหนาว (เดือนอ้าย) ภิกษุผู้มีศีลหย่อนยานให้หมวด

                   สังฆาทิเสสต้องอยู่ปริวาสกรรม

                6. ต้องออกเที่ยวบิณฑบาต ทุกเช้าอย่าได้ขาด

                7. ต้องสวดมนต์และภาวนาทุกคืนอย่าได้ละเว้น

                8. ถึงวันพระขึ้นสิบห้าค่ำหรือแรมสิบสี่ค่ำ (สำหรับเดือนคี่) ต้องเข้าประชุมทำอุโบสถสังฆ

                  กรรม

                9. ถึงปีใหม่ (เดือนห้า วันสงกรานต์) นำทายก ทายิกา เอาน้ำสรงพระพุทธรูปและมหาธาตุ

                  เจดีย์    

                10. ถึงศักราชใหม่ พระเจ้าแผ่นดินไหว้พระ ให้สรงน้ำในพระราชวัง

                11. เมื่อมีชาวบ้านเกิดศรัทธานิมนต์ไปกระทำการใด ๆ ที่ไม่ผิดหวังพระวินัยก็ให้รับนิมนต์

                12. เป็นสมณะให้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดวาอาราม พระมหาธาตุเจดีย์

                13. ให้รับสิ่งของที่ทายก ทายิกานำมาถวายทาน เช่น สังฆทานหรือสลากภัตต์

                14. เมื่อพระเจ้าแผ่นดินหรือเสนาข้าราชการมีศรัทธา นิมนต์ไปประชุมกันในพระอุโบสถ

                   แห่งใด ๆ ในวันเพ็ญเดือนสิบเอ็ดต้องไปอย่าขัดขืน

 

ที่มา :  ชลิต ชัยครรชิตและคณะ 2549. สังคมและวัฒนธรรมอีสาน : เอกสารประกอบนิทรรศการ          ถาวรอีสานนิทัศน์. ขอนแก่น : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น