นสพ. International Herald Tribune ฉบับวันที่ 28 September 2007 หน้า 15 ระบุว่า
มหาวิทยาลัยเยลเป็นแชมป์นักลงทุน   คือสามารถทำกำไรจากเงินลงทุน (endowment) ได้ถึง 28% ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2007   ทำให้มหาวิทยาลัยเยลมีเงิน endowment รวม $22.5 billion

          อันดับ 2 คือ Amherst College 27.8%  อันดับ 3 Notre Dame 25.9%   อันดับถัดมาได้แก่ ดุ๊ก  มิชิแกน  เวอร์จิเนีย  และนอร์ธเวสเทิร์น ต่างก็ได้กำไรเกิน 25%    ในขณะที่ฮาร์วาร์ดได้ 23% ทำให้มี endowment $34.9 billion หรือ 1.2 ล้านล้านบาท

          ผมได้เรียนรู้ว่าในสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยมีผู้จัดการสำนักงานลงทุน   มหาวิทยาลัยเยลมีผู้จัดการสำนักงานลงทุนที่มีชื่อเสียงที่สุดในอเมริกา ชื่อ David Swensen ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 1988     ทำให้เยลเป็นอันดับ 1 ด้านการลงทุนในรอบ 10 ปี กำไรเฉลี่ย 17.8% ต่อปี    โดยฮาร์วาร์ดเป็นอันดับ 2 กำไร 15%

          เยลลงทุนอย่างกล้าหาญและฉีกแนว    คือไม่ลงทุนเฉพาะซื้อหุ้นและพันธบัตรเท่านั้น     ยังลงทุนใน hedge fund,  อสังหาริมทรัพย์ และอื่นๆ     คือไม่จำกัดเฉพาะการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำเท่านั้น     ทำให้บางปีมีผลกำไรถึง 44%  

          การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้จัดเฉพาะด้านการวิจัยหรือวิชาการเท่านั้น     ยังจัดอันดับทีมฟุตบอลล์  จัดอันดับกองทุน (endowment fund) ซึ่งฮาร์วาร์ด มีมากเป็นอันดับ 1  คือ 1.2 ล้านล้านบาทดังกล่าวแล้ว     มาคราวนี้ผมได้เรียนรู้ว่าเขาจัดอันดับความสามารถในการทำกำไรจากเงินกองทุนอีกด้วย

วิจารณ์ พานิช
๑ ต.ค. ๕๐