ความน่าจะเป็นฯ
วินทร์ เลียววาริณ + ปราบดา หยุ่น
จาก open online retrieved เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2550
http://www.onopen.com/2007/02/2073
ความน่าจะเป็นฯ
วินทร์ เลียววาริณ + ปราบดา หยุ่น
จาก open online retrieved เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2550
http://www.onopen.com/2007/02/2073
ขอบคุณครับ
ดีครับ ที่ได้อ่าน
อย่างว่า หมอดีก็มีมาก
ภาวนา สาธุ ขอให้เจอแต่หมอ ดีๆ
ขอขอบพระคุณอาจารย์มัทนา...
ความจริงก็คือ หมอฟันเกือบทุกท่านใจดี มีเมตตา
สวัสดีค่ะ
sasinanda
หมอไม่ดีมีน้อยค่ะ
มีแต่หมอดีๆทั้งนั้น เพราะคนจะเรียนหมอก็มีปณิธานมาตั้งแต่จะเริ่มเรียนแล้วว่า จะช่วยคนที่มีความทุกข์ค่ะ ดิฉันเชื่อ เช่นนั้นค่ะ
อ่านแล้วได้อารมณ์หลายอย่างครับ
คุณวินทร์เขียนไว้ในบทความว่า
"แน่นอน ในทุกวงการย่อมมีทั้งคนที่ดีและไม่ดีคละกันไป มองในด้านดีก็คือผมยังเจอหมอที่ดีมากๆ และหมอที่ทำงานเพื่อสังคมจริงๆ หลายคน หมอเหล่านั้นน่ารักมาก
<p style="background-color: #ffffff">อย่างไรก็ตาม ระบบการรักษาและภาพลักษณ์ที่คนทั่วไปรู้สึกว่า หมอเป็นพวกฉลาดและผิดไม่ได้ ยังคงอยู่ ทำให้คนไข้จำนวนมากไม่กล้าแย้งหมอ เหมือนกับที่ครั้งหนึ่งผมไม่กล้าเช่นกัน"</p><p style="background-color: #ffffff"> </p><p style="background-color: #ffffff"> </p><p> </p>แฮะๆ แวะมาแปะย่อหน้าที่คุณวินทร์เขียนถึงหมอดีๆไว้ด้วย จะได้ไม่เศร้าหรือหดหู่กันมากไปนะคะ : )
---------------------------------
ดังที่คุณหมอธนพันธ์ เขียนไว้ค่ะว่า "หมอเราเป็นจำเลยสังคมได้ง่ายมากนะครับ ทำดีไม่มีใครชม เจอพลาดสักครั้ง โดนตบกลบดิน"
ก็จริงเลยค่ะ แต่มัทอยากจะบอกว่า เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์จริงๆนะคะ อย่าไปเสียกำลังใจจนเปลี่ยนตัวเอง เพราะเมื่อเวลาผ่านไป คนรอบตัวก็จะเห็นว่าใครดีใครไม่ดี อาจไม่ง่าย แต่ถ้าเราแพ้ใจตัวเองเมื่อไร เกมก็จบ
มัทเน้นคำว่า"รอบตัว"เพราะ คุณหมอธนพันธ์์ พูดถูกมากค่ะ สื่อมันมีผลมาก คนที่เชื่อตามสื่อเราอาจไปเปลี่ยนอะไรเค้าไม่ได้ เค้าอาจไปพูดต่อ แต่ถ้าเค้าไม่ใช่คนรอบๆตัวเรา ก็ปล่อยเค้าไปค่ะ
---------------------------------
อ.หมอวัลลภค่ะ กรณีหมอฟันนี่มัทว่าแย่กว่าหมออีกคือหลายๆคนไม่เห็นว่าหมอฟันคือหมอไงค่ะ เห็นว่าเป็นนักธุรกิจไป -_-'
ที่นี่ก็มีจับหมอฟันที่ย้ายมาจากต่างประเทศยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพ แต่แอบทำคลินิกที่บ้านถูกๆให้คนที่มาจากประเทศเดียวกัน แต่ที่ถูกจับคือเรื่อง การทำความสะอาดเครื่องมีนี่แหละค่ะ เค้าใช้ตู้อบทำกับข้าวในครัวอบหลังจากที่ไปอ่านน้ำ 1 รอบ ไม่มีเครื่องทำความสะอาดด้วยการอบความดันแรงสูง (autoclave) เป็นข่าวใหญ่เมื่อหลายปีก่อนเช่นกันค่ะ ไม่รู้ว่าเชื้อโรคแพร่ไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่ทราบ
---------------------------------
คุณsasinand มองโลกในแง่ดีมากเลยค่ะ : )
มัทว่าเรื่องนี้เราต้องมาดูกันว่า ที่หมอเป็นแบบนี้เพราะเป็นคนแบบนี้มีโดยพื้นฐานหรือระบบการเรียนนี่แหละ ทำให้เราคิดว่าเราต้องทำตัวแบบนั้น หรือเป็นเพราะผ่านการทำงานมามากจนกลายเป็นแบบนั้น
คือหมอเองก็เป็นเหยื่อโดน dehumanized ทำให้มีความเป็นมนุษย์น้อยลง
อย่างในโรงเรียนที่สอนบุคลากรสายสุขภาพ ก็จะมีพวกที่คิดว่า วิชา Ethic สอนกันได้ อีกพวกบอกว่ามันเป็นของมันแบบนี้มาจากผลพวง การเลี้ยงการดูแลที่บ้านท่โรงเรียนประถมมัธยม มาสอนตอนนี้มันสายไป สอนไม่ได้
มัทคนหนึ่งหล่ะที่เชื่อว่าคนเราเปลี่ยนกันได้ (ใช้คำว่า transform เลยค่ะไม่ใช่แค่ change)
---------------------------------
เหมือนจะนอกเรื่องแล้ว ขอจบเท่านี้ก่อนละกันนะคะ ขอบคุณทุกท่าน รวมทั้งคุณ "ขอบคุณ" ด้วยนะคะ
เล่าเรื่องตลกของเพื่อนหมอ
มีเพื่อนป็นหมอ....ได้รับฉายาจากเพื่อน ๆ ว่าเป็นลูกกตัญญูของพ่อแม่เพื่อนทุกคน
เพื่อนดูแลพ่อแม่ป่วยไม่ได้ ส่งให้เพื่อนหมอคนนี้
แต่หมอเป็นเพื่อนที่ไม่ดี ไม่เกรงใจเพื่อนเลย
เนื่องจากพวกเราอายุเกิน 50 กันแล้ว ........วันหนึ่งฉันปรารภว่า
"ไม่รู้เป็นอะไร หมู่นี้นั่งนานแล้วลุกยากเหมือนขามันติด ติด "
เพื่อนหมอสวนทันควันว่า
"จะอะไรซะอีกล่ะ ก็แก่น่ะสิ"
โอ้ย...จะจำไว้......
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณ วัฒนา
เรื่องที่เล่ามา มัทคงได้แต่ถามว่า ถ้าเป็นเพื่อนคนอื่นพูดแบบนั้น คุณวัฒนา จะร้อง โอ้ย เหมือนกันรึเปล่า : )
เพราะเพื่อนเป็นหมอ เราเลยหวังว่าจะหมอจะตอบมาเป็นการวินิจฉัยอาการเรา พร้้อมบอกทางรักษา?
เพราะหมอเป็นเพื่อน เราเลยหวังว่าเพื่อนจะไม่พูดอะไรที่เราเห็นว่าไม่ควรแบบนั้น?
หรือ
เพราะเพื่อนเป็นหมอ
หมอเลยวินิจฉัยอาการว่า มันเป็นปกติ มีอาการแบบนี้ตามอายุ หมอเองก็เป็น?
เพราะหมอเป็นเพื่อน
เพื่อนเลยพูดหยอกโดยคิดว่าเพื่อนจะไม่โกรธ?