แฮะๆ แวะมาแปะย่อหน้าที่คุณวินทร์เขียนถึงหมอดีๆไว้ด้วย จะได้ไม่เศร้าหรือหดหู่กันมากไปนะคะ : )

---------------------------------

ดังที่คุณหมอธนพันธ์  เขียนไว้ค่ะว่า "หมอเราเป็นจำเลยสังคมได้ง่ายมากนะครับ ทำดีไม่มีใครชม เจอพลาดสักครั้ง โดนตบกลบดิน"

ก็จริงเลยค่ะ แต่มัทอยากจะบอกว่า เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์จริงๆนะคะ อย่าไปเสียกำลังใจจนเปลี่ยนตัวเอง เพราะเมื่อเวลาผ่านไป คนรอบตัวก็จะเห็นว่าใครดีใครไม่ดี อาจไม่ง่าย แต่ถ้าเราแพ้ใจตัวเองเมื่อไร เกมก็จบ

มัทเน้นคำว่า"รอบตัว"เพราะ คุณหมอธนพันธ์์ พูดถูกมากค่ะ สื่อมันมีผลมาก คนที่เชื่อตามสื่อเราอาจไปเปลี่ยนอะไรเค้าไม่ได้ เค้าอาจไปพูดต่อ แต่ถ้าเค้าไม่ใช่คนรอบๆตัวเรา ก็ปล่อยเค้าไปค่ะ 

--------------------------------- 

อ.หมอวัลลภค่ะ กรณีหมอฟันนี่มัทว่าแย่กว่าหมออีกคือหลายๆคนไม่เห็นว่าหมอฟันคือหมอไงค่ะ เห็นว่าเป็นนักธุรกิจไป -_-'

ที่นี่ก็มีจับหมอฟันที่ย้ายมาจากต่างประเทศยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพ แต่แอบทำคลินิกที่บ้านถูกๆให้คนที่มาจากประเทศเดียวกัน แต่ที่ถูกจับคือเรื่อง การทำความสะอาดเครื่องมีนี่แหละค่ะ เค้าใช้ตู้อบทำกับข้าวในครัวอบหลังจากที่ไปอ่านน้ำ 1 รอบ ไม่มีเครื่องทำความสะอาดด้วยการอบความดันแรงสูง (autoclave) เป็นข่าวใหญ่เมื่อหลายปีก่อนเช่นกันค่ะ ไม่รู้ว่าเชื้อโรคแพร่ไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่ทราบ

---------------------------------

คุณsasinand มองโลกในแง่ดีมากเลยค่ะ : )

มัทว่าเรื่องนี้เราต้องมาดูกันว่า ที่หมอเป็นแบบนี้เพราะเป็นคนแบบนี้มีโดยพื้นฐานหรือระบบการเรียนนี่แหละ ทำให้เราคิดว่าเราต้องทำตัวแบบนั้น หรือเป็นเพราะผ่านการทำงานมามากจนกลายเป็นแบบนั้น

คือหมอเองก็เป็นเหยื่อโดน dehumanized ทำให้มีความเป็นมนุษย์น้อยลง  

อย่างในโรงเรียนที่สอนบุคลากรสายสุขภาพ ก็จะมีพวกที่คิดว่า วิชา Ethic สอนกันได้ อีกพวกบอกว่ามันเป็นของมันแบบนี้มาจากผลพวง การเลี้ยงการดูแลที่บ้านท่โรงเรียนประถมมัธยม มาสอนตอนนี้มันสายไป สอนไม่ได้

มัทคนหนึ่งหล่ะที่เชื่อว่าคนเราเปลี่ยนกันได้ (ใช้คำว่า transform เลยค่ะไม่ใช่แค่ change)

--------------------------------- 

เหมือนจะนอกเรื่องแล้ว ขอจบเท่านี้ก่อนละกันนะคะ ขอบคุณทุกท่าน รวมทั้งคุณ "ขอบคุณ" ด้วยนะคะ