บันทึกนี้ต่อยอดมาจาก บันทึกสวยงามของน้อง ออต และน้องเบิร์ด ครับ ผมก็เชื่อว่าทุกท่านมีบันทึกส่วนตัวตามแบบฉบับของท่าน และแต่ละท่านก็คงมีเทคนิคเฉพาะส่วนตัวในการทำบันทึกของท่าน ซึ่งท่านอื่นมาดูอาจจะไม่เข้าใจหรือปวดหัวไปเลย หรืออึ้งก็ได้ เพราะบางท่านทำบันทึกเหมือนคัดไทยส่งอาจารย์เอาคะแนนก็เคยเห็นครับ 

ที่ผมอยากจะกล่าวเรื่องของบันทึกวันนี้เป็นบันทึกของคุณลุงคนหนึ่งครับ เมื่อเกือบสิบปีที่ผ่านมาผมและคนที่บ้านเราทำงานเกี่ยวกับแหล่งน้ำในภาคอีสาน เราสำรวจแหล่งต้นน้ำกันแห่งหนึ่งก็คือลำตะคองตรงเขาใหญ่นั่นแหละครับ เราลุยเข้าไปต้นสายน้ำแล้วก็ขยับลงมาเรื่อยๆจนถึงเมืองโคราชและเลยต่อไปเรื่อยๆ  เราพบข้อเท็จจริงมากมายโดยเฉพาะการใช้ประโยชน์โดยไม่มีกฎระเบียบ ไม่มีวินัย ไม่มีการเคารพ ใช้กันตามใจ อยากทำอะไรก็ทำ ซึ่งเมื่อถึงวันหนึ่งน้ำในเมืองโคราชก็เกิดขาดแคลนและเป็นน้ำที่ไม่มีคุณภาพ หรือคุณภาพแย่มากๆ….. 

แต่คณะผมได้พบคุณลุงท่านหนึ่งเป็นชาวสวน ปลูกไม้ผลนานาชนิดขาย ที่ผมเข้าไปคุยกับคุณลุงเพราะต้องการสอบถามเรื่องประสบการณ์ของท่านในการใช้น้ำเพื่อการทำสวน เพื่อตรวจสอบว่าชาวสวนมีพฤติกรรมการใช้น้ำลำตะคอง หรือแหล่งอื่นๆอย่างไร เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ ร่วมกับข้อมูลอื่นๆ  

คุยไปคุยมาคุณลุงบอกขอเวลาหน่อยจะเอาอะไรมาให้ดู....คุณลุงเดินกลับออกมาจากบ้านพร้อมสมุดเล่มใหญ่ที่มีปกช้ำไปหมด ซึ่งบ่งบอกว่าถึงใช้งานมานานมาก ผมเปิดดูสองสามแผ่นก็งง งง แล้วก็ ร้อง อ๋อ ...นี่เป็นบันทึกปริมาณน้ำฝนของคุณลุงนี่ครับ คุณลุงบอกว่า ใช่ครับ ผมบันทึกหลายปีแล้ว ..ผมถามต่อว่า..คุณลุงทำส่งเจ้าหน้าที่หรือครับ เขาให้คุณลุงเป็นค่าบันทึกเท่าไหร่ครับ...เปล่าหรอก..ลุงบันทึกเองใช้เอง ไม่ได้ส่งใคร.. 

ลุงเอาไปใช้อะไรครับ..ผมถามต่อ.. ลุงตอบว่า เอ้า..เราเป็นชาวสวนมีอาชีพปลูกไม้ผลขายเราต้องเอาใจใส่กับดินฟ้าอากาศเพราะอาชีพการเกษตรมันเป็นอาชีพที่เสี่ยง เราต้องลดความเสี่ยง อย่างหนึ่งก็คือสถิติน้ำฝนและภูมิอากาศต่างๆในแต่ละปีเป็นอย่างไร เราจะได้วางแผนงานได้ถูกในเรื่องการปลูก การเก็บเกี่ยว การบำรุง การดูแลให้ไม้ผลได้ผลผลิตเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องโรคแมลงต่างๆมันเกี่ยวกับภูมิอากาศมาก หากมีหมอกลงโรคนี้มักจะมา หากร้อนจัดแล้วฝนตก แมลงนี้มักจะมา สารพัด ต้องรู้เท่าทันมัน...และ..ฯลฯ 

แล้วลุงใช้เครื่องมืออะไร ผมไม่เห็นมีอะไรเลย..ลุงชี้มือไปที่กลางสวนนั่นแล้วบอกผมว่า เห็นไหมนั่นกระป่องนมเก่าๆที่วางอยู่บนหลักไม้นั่น  นั่นแหละเครื่องมือวัดปริมาณน้ำฝนของลุง...ทุกครั้งที่ฝนตกลุงจะไปตรวจดูว่ามีน้ำฝนในกระป๋องนมระดับไหน  แต่ละระดับนั้นเราก็รู้ด้วยสัญชาติญาณว่าเป็นฝนหนัก ฝนปานกลาง ฝนเบา ก็เอาข้อมูลนี้ไปบันทึกลงในสมุดเล่มนี้ทุกวันทุกเดือนทุกปี ผมเปิดดูพบว่าเป็นเวลามากกว่า 8 ปีแล้วที่คุณลุงทำอย่างนี้...... 

ผลตอบแทนที่คุณลุงทำระบบตรวจวัดปริมาณน้ำฝนและบันทึกลักษณะภูมิอากาศนี้ และทำซ้ำหลายๆปี ทำให้คุณลุงมีความชำนาญ และสามารถทำนายทายทักปรากฏการณ์ต่างๆได้อย่างใกล้เคียงมาก ทำให้ผลผลิตไม้ผลของคุณลุงได้ผลดีกว่าชาวบ้านอื่นๆในแถบนั้น....  

ผมตื่นเต้นที่เห็นคุณลุงทำอะไรที่ไม่เหมือนชาวบ้านทั่วๆไป ส่วนใหญ่ชาวบ้านก็ใช้ความจำกัน ซึ่งก็ไม่มีทางที่จะละเอียดและอ้างอิงได้  และโดยทั่วไปชาวบ้านไม่มีนิสัยจดบันทึก คุณลักษณะนี้งานบัญชีฟาร์มของกรมกองต่างๆจึงล้มเหลวมาเป็นสิบๆปีแล้ว แต่ลุงท่านนี้ทำได้  

ผมเอาการปฏิบัติของลุงนี้ไปเล่าให้ชาวบ้านในพื้นที่ฟังหลายต่อหลายครั้ง ว่าเราจำเป็นต้องเป็นเกษตรกรสมัยใหม่ที่มือต้องจับปากกาด้วย มิใช่จับจอบจับเสียมอย่างเดียว การทำการเกษตรสมัยนี้ต้องใช้ความรู้สมัยใหม่เข้ามาช่วย..แม้กระทั่งลูกน้องที่จบปริญญาตรี ขอร้องให้ทำบันทึก ซื้อเทอร์โมมิเตอร์ไปให้ เอาสมุดไปให้ เอ้าอยากได้คอมพิวเตอร์ก็หาให้  เปล่า...ไม่มีบันทึก มันไม่ได้ทำด้วยใจ และไม่มีใจจะทำมันด้วย  แล้วจะเอาประสบการณ์อะไรไปแนะนำชาวบ้านเขา  

ผมจำได้ว่าก่อนกราบลาคุณลุงผมถามคำถามสุดท้ายว่าคุณลุงเคยเป็นครูบาอาจารย์มาก่อนหรือเปล่าครับ เพราะลายมือที่เขียนนั่นเหมือนคนที่มีความรู้

ลุงยิ้มให้ผมแล้วบอกว่าลุงเคยทำงานที่กรมอุตุนิยมวิทยาครับ ลุงเห็นประโยชน์เลยเอาความรู้นี้มาใช้ครับ..!!!!