จุดนัดพบของคนกับธรรมชาติ ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงาม ในวันที่ดอกบัวบานเต็มพื้นน้ำ และฝูงนกโบยบินเต็มท้องฟ้า เป็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบมีส่วนร่วม ของจังหวัดพัทลุง ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปีในระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ - 15 มีนาคม ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

     แต่ปีนี้จังหวัดพัทลุงประกาศเลื่อนไปเป็น ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 15 เมษายน 2549 แทนเนื่องจากในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเกิดอุทกภัย ทำให้ดอกบัวในทะเลน้อยเสียหายจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อรอการฟื้นตัวของดอกบัวที่จะบานสะพรั่งในทะเลน้อย จึงเลื่อนไปตามกำหนดข้างต้น สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีดังนี้ครับ

          ชมนิทรรศการ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ท่ามกลางธรรมชาติที่บริสุทธิ์

          ล่องเรือสัมผัสทัศนียภาพอันงดงามของทะเลบัว พืชพรรณ สัตว์ป่า นกนานาชนิด ดื่มด่ำกับวิถีชีวิตชุมชนบนพื้นที่ชุ่มน้ำ

          ซาบซึ้งกับตำนานภูมิปัญญาท้องถิ่น ชมการสาธิตการผลิตและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากศูนย์ศิลปาชีพหัวป่าเขียว สินค้า "1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์" คุณภาพ 3- 5 ดาว อาทิ ผ้าทอแพรกหา หัตถกรรมกระจูด กะลามะพร้าว ข้าวซ้อมมือ ปลาดุกร้า ไข่ปลาทรงเครื่อง ผลิตภัณฑ์การเกษตรปลอดภัยจากสารพิษ และสินค้าพื้นเมืองนานาชนิด จากแหล่งผลิตในราคาพิเศษสุด

          ร่วมกิจกรรม วอร์ค แรลลี่ ห้องเรียนธรรมชาติ ค่ายเยาวชน "มัคคุเทศน์น้อย" "นักอนุรักษ์รุ่นเยาว์" การประกวดวาดภาพ ถ่ายภาพและบทกวี "วิถีเลน้อย" การประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์กระจูด และสูตรอาหารจากวัตถุดิบในทะเลน้อย

          บริการนำเที่ยว ศึกษาการดูงานด้านการเกษตร นิเวศวิทยา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม และชุมชนเข้มแข็ง หลากหลายรูปแบบ

          พลาดไม่ได้ "เพ็คเกจทัวร์" เรียนรู้วิถีชีวิตคนเลน้อยแบบมีส่วนร่วม "ล่องเรือ แลนก ยกยอ ทอผ้า หาปลา ท่องป่าพรุ เลี้ยงควายไล่ทุ่ง เที่ยวถ้ำ ไต่เขา นวดแผนไทย อบสมุนไพร ไปวัด ร้อยลูกปัดมโนราห์ ทำไร่นาส่วนผสม ชิมน้ำนมข้าว สาวรากบัว เลี้ยงวัวพันธุ์ดี รู้วิธีสานจูด แกะรูปหนังตะลุง ตำข้าวซ้อมมือ เย็บจากสาคู ทำขนมพื้นบ้าน เปิบอาหารพื้นเมือง"

สอบถามรายละเอียดได้ที่
ที่ว่าการอำเภอควนขนุน โทร. 074-681-250
อบต.พนางตุง โทร. 074-685-240
อบจ.พัทลุง โทร. 074-611-442
อบต.ทะเลน้อย โทร. 074-685-232
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย โทร. 074-685-230
สถานีพัฒนาและส่งเสริมอนุรักษ์สัตว์ป่าทะเลน้อย โทร. 074-685-225
สวนพฤษศาสตร์ โทร. 074-641-224
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง โทร. 074-611-078

     ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ “ทะเลน้อย” จากบทความ ฝ่าดงบัวสายไปแลนกทะเลน้อย ที่เคยลงในหนังสือพิมพ์รายวัน ไทยรัฐ วันพุทธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 หน้า 14 : ไทยรัฐทัวร์ไทย

          แดด สายส่องต้องท้องน้ำเหนือทะเลสาบ บัวสายสีชมพูเริ่มหุบกลีบหนีความร้อนจากแสงแดด ที่เริ่มแรงขึ้นเป็นลำดับ นั่นเป็นเวลาที่ "นกขมิ้น" ต่างถิ่นบินไปถึง "อุทยานนกน้ำทะเลน้อย" ตามคำเรียกขานที่ชาวบ้านคุ้นชินกับชื่อของทะเลสาบและทะเลบัวกว้างใหญ่ตรงหน้า หากแต่ในนามทางการแล้วที่นี่คือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เป็นหน่วยงานหนึ่งในความดูแลของกรมป่าไม้ อยู่ในพื้นที่ ต.พยางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

          ทะเลน้อย เป็นทะเลน้ำจืดตลอดทั้งปี มีพื้นที่ ๑๗,๕๐๐ ไร่ อยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบสงขลา ถ้ารวมพื้นป่าใกล้เคียงเข้าด้วยกันแล้ว จะเป็นพื้นที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีพื้นที่รวมกัน ๒๘๕,๖๒๕ ไร่ รอบทะเลสาบจะเป็นนาข้าวและป่าหญ้า นอกจากนี้ยังมีป่าพรุและป่าเสม็ดให้พบเห็นอยู่เป็นระยะ ในระหว่างทางที่ล่องเรือไปดูนก ซึ่งจุดใหญ่ที่เป็นแหล่งรังนกหลายชนิดอยู่ที่ควนขี้เสียน ได้รับการประกาศเป็นเขตแรมซาร์ไซต์ มีผลบังคับเมื่อ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๑ นั่นหมายถึงว่า พรุควนขี้เสี้ยน เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ แห่งแรกของเมืองไทยตามอนุสัญญาแรมซาร์

          ถึงแม้ว่า ทะเลน้อย จะเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ แต่ก็เปิดโอกาสให้ผู้สนใจการท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติ ได้เข้าไปศึกษา และชื่นชมความงามของนกหลากชนิด และพืชนานาพันธุ์ด้วย โดยจะมีทั้งนกประจำถิ่น เช่น นกกาบบัว นกอีโก้ง นกกระสา นกแซงแซวหางปลา เป็นต้น และนกอพยพต่างถิ่นที่บินหนีหนาวจากไซบีเรีย รัสเซีย มักจะอพยพมาถึงในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม เพราะอากาศบ้านเรากำลังอบอุ่นดี และช่วงที่ดินฟ้าอากาศกำลังเอื้ออำนวยมีทั้งนกต่างถิ่น นกประจำถิ่น และดอกบัวกำลังชูช่องดงามนี้เอง จึงเป็นช่วงที่เหมาะกับการต้อนรับนักท่องเที่ยว ทางองค์การบรหารตำบลทะเลน้อยและพนางตุง จึงจัดงาน "ล่องเรือ แลนกทะเลน้อย" ขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๔ ก.พ.-๑๕ มี.ค. ของทุกปี

          เมื่อ ตัดสินใจว่าจะ "ล่องเรือ แลนก" ก็มีให้เลือก ๒ เส้นทาง เส้นทางแรกจะพาชมทิวทัศน์โดยรอบทะเลน้อย ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง พาแหวกกอบัวสายแล่นเรือไปตามเข็มนาฬิกา และอาจแวะที่ศาลานางเรียม บริเวณปากคลองนางเรียม (ที่เคยมีจระเข้ชุกชุม แต่เดี๋ยวนี้เหลือเพียงตำนาน) ก่อนจะกลับมายังที่ทำการ

          ส่วนเส้นทางที่ ๒ นั้นใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงจะพาไปยังควนขี้เสี้ยน บริเวณอ่าวหม้อ และแวะหอดูนก จากจุดนี้จะได้เห็นรังนกนานาชนิดชุมนุมจับจองเรือนยอดไม้กันอย่างคลาคล่ำ การไปเส้นทางนี้ควรปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนความเป็นอยู่ของนก และน่าจะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับนกน้ำและธรรมชาติของทะเลน้อย ไว้ล่วงหน้าส่วนเรื่องความปลอดภัยไม่ต้องเป็นห่วง เพราะระดับน้ำลึกเฉลี่ยที่ทะเลน้อย อยู่แค่ประมาณ ๑.๒๐ เมตรหากพลาดพลั้งตกลงไปก็ยังเหยียบพื้นถึง

          "ทะเลน้อย" จัดว่าเป็นสวรรค์ของนักดูนกอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว แค่เดินเที่ยวอยู่ตรงสะพานไม้รอบที่ทำการฯ ก็จะได้พบเห็นนกประจำถิ่นตัวเล็กตัวน้อยหลายชนิดมาเดินอวดโฉมกันอยู่บนใบบัว อย่างน่าตื่นตา เช่น นกอีโก้ง นกอีล้ำ นกยางควาย แต่ถ้าอยากดูให้มากชนิดขึ้น ควรออกเรือตั้งแต่เช้าจะได้ไม่ร้อน นั่งเรือฝ่ากอบัวสาย สัดเลาะพืชน้ำอย่างต้นกระจูด สาหร่ายข้าวเหนียว หรืออาจชมวิวทิวทัศน์ของต้นเสม็ด ดงกกที่อยู่ริมฝั่ง ก่อนเข้าไปถึงควนขี้เสี้ยน ก็จะได้พบนกหลากชนิดจำนวนมากอย่าง หาที่ใดเปรียบได้ยาก ประมาณว่าบริเวณหอดูนกนั้น มีนกอยู่ประมาณแสนกว่าตัว จากการนับของผู้เชี่ยวชาญการดูนกมาหลายครั้งแล้ว

     บทความทางวิชาการของมหาวิทยาลัยวันศุกร์ที่เคยกล่าวถึงไว้อย่างน่าสนใจ (คลิ้กเข้าไปอ่านครับ) เฮือกสุดท้ายทะเลสาบ