แนะลูกหนี้หยุดจ่ายรอศาลชี้ขาด เตือนระวังเจรจาประนอมหนี้
เมื่อวานนี้ (30 ก.ย.)นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าว ว่า เนื่องจากในปัจจุบันได้มีลูกหนี้ที่มีปัญหาได้โทรศัพท์มาสอบถาม เพื่อขอความช่วยเหลือถึง 100 สายต่อวัน โดยมีความเดือดร้อนที่ต่างกัน จากลูกหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดประมาณ 11.2 ล้านบัตร หนี้สินเชื่อบุคคลประมาณ 7 ล้านบัญชี แต่ที่สำคัญต้องการแนะนำลูกหนี้ว่า หากมีปัญหาหนี้บัตรเครดิตหลายใบและมีปัญหาการผ่อนชำระ โดยปัญหาค่อนข้างวิกฤติแล้ว หากยังชำระต่อไป ต้องประสบปัญหาต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว ต้องใช้วิธีการหมุนเวียนไปกดเงินจากบัตรเครดิตใบอื่น เพราะยังห่วงเรื่องเครดิตของตัวเอง ถือว่าเป็นแนวทางไม่ถูกต้อง
หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค กล่าวต่อว่า แนวทางที่ดีที่สุดคือ หากปัญหาหนี้ไม่มากนักให้เลือกชำระขั้นวงเงินขั้นต่ำ หากภาระหนี้จำนวนมากแนะนำให้หยุดการชำระนี้ทันที เพื่อรอให้ศาลเป็นผู้พิจารณา ซึ่งจะใช้เวลาอีก 4 - 5 เดือน เพื่อใช้เวลาในช่วงดังกล่าวเก็บเงินเป็นกองทุนเพื่อชำระหนี้บัตรเครดิตต่าง ๆ ภายหลัง โดยลูกหนี้ที่หยุดชำระหนี้ ระยะเวลาฟ้องร้องที่เจ้าหนี้จะต้องใช้สิทธิในการฟ้องร้อง คือหากเป็นหนี้บัตรเครดิต ระยะเวลา 2 ปี หนี้สินเชื่อบุคคล 5 ปี หนี้ระหว่างบุคคลทั่วไป 10 ปี
ส่วนการยึดทรัพย์นั้น ทรัพย์สินที่เป็นของ เครื่องใช้ในครัวเรือนที่จำเป็นในการดำรงชีวิต มูลค่ารวมกัน 50,000 บาทแรกห้ามเจ้าหนี้ยึด เช่น โต๊ะรับประทานอาหาร เก้าอี้ โทรทัศน์ เครื่องครัว แต่หากเป็น สร้อย แหวน นาฬิกา สามารถยึดได้ ส่วนกรณีลูกหนี้มีเงินเดือนไม่ถึง 10,000 บาทต่อเดือน ห้ามเจ้าหนี้ทำการอายัด แต่ภาระหนี้ไม่ได้หมดไป เพียงแต่ชะลอไว้ก่อน หากลูกหนี้เป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำส่วนราชการ ห้ามเจ้าหนี้อายัดเงินเดือน
นายอิฐบูรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการประนอมหนี้ทางโทรศัพท์กับบริษัทติดตามหนี้นั้น ให้ระมัดระวังโดยเฉพาะการรวมเงินต้น ภาระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมเข้าด้วยกัน โดยบริษัทติดตามหนี้พยายามแนะว่า ภาระดอกเบี้ยจะต่ำกว่าเดิม แต่จะทำให้ภาระเงินต้นสูงกว่าเดิม 2 - 3 เท่าตัว และการทำสัญญาต้องทำกับบริษัทบัตรเครดิตเท่านั้น อย่าทำสัญญากับบริษัทติดตามหนี้ เมื่อมีการปรับโครงสร้างหนี้ เนื่องจากมีหลายกรณีได้ผ่อนชำระ เมื่อตกลงปรับโครงสร้างหนี้แล้ว แต่บริษัทบัตรเครดิตไม่รับทราบ ก็ยังต้องจ่ายเงินชำระหนี้เท่าเดิม
สวัสดีค่ะ คุณ Geramy
เปิดตัวมาพร้อม ..บทความ ดี ๆ เลยนะคะ ..
เอากาแฟมาเยี่ยมค่ะ ..จะได้เขียนอีกเยอะ ...อิอิอิ
CofeeMania
ขอซด!!!รวดเดี่ยวหมดเลยครับ และขอขอบคุณ คุณCFFEE MANIA เป็นอย่างมากๆๆที่เป็นแรงจูงใจ ของผมครับ
อยากจะขอสอบถามหน่อยค่ะที่คุณบอกว่าถ้าหยุดชำระหนี้บัตร(สินเชื่อบุคคล)ระยะเวลาที่แบงค์จะทำการฟ้องศาลก็คือ5ปี ภายในเวลา5ปีถ้าเราหาเงินมาชำระหนี้ได้ก็จะไม่โดนฟ้องศาลใช่มั้ยค่ะ แล้วถ้าหากว่าภายในระยะเวลา5ปี เราหาเงินมาชำราะหนี้ได้วงเงินที่ต้องชำระยังเท่าเดิมหรือเปล่าค่ะหรือว่าต้องชำระค่าปรับในแต่ละเดือนด้วยค่ะ ขอความกรุณาตอบคำถามด้วยนะค่ะ (ขอบพระคุณมากเลยค่ะ)