การตกผลึกความรู้แบบไตรสิกขา(ศีล สมาธิ ปัญญา) น่าจะเกิดได้อย่างไร


ความรู้และปัญญาที่มีผลในการทำงานก็คือระดับการตกผลึกทางความคิด

  เรื่องนี้ผมได้แนวคิดมาจากการนั่งดูหินแกรนิต ที่ประดับในโรงแรม ที่มีจุดขาว ดำ แดง เขียว บนพื้นสีเทา และสีอื่นๆแบบหลากหลาย แล้วแต่ที่มาของหินเหล่านั้น  

 

ท่านที่ไม่เคยเรียนวิชาธรณี อาจไม่ทราบว่า จุดสีต่างๆในหิน แม้กระทั่งอัญมณีที่มีความแข็งมาก นั้นมาจากการตกผลึก

จนกลายเป็นผลึกของสารที่มีความบริสุทธิ์ค่อยข้างมาก แยกสิ่งที่ปนเปกันในหินออกจากกัน  

ทำให้สีที่ปนเปกันอยู่นั้นแยกไปรวมกันเป็นกลุ่มๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง มีสีเฉพาะตัว เป็นหินลายสีต่างๆ แทนที่จะเป็นสีเดียวที่มีโทนสีตั้งแต่ขาว เทาระดับต่างๆ จนถึงดำ

แบบค่าเฉลี่ยของภาพรวมในหินแต่ละชนิด  ที่มีการกระจายตัวแบบปนเปกัน

แบบเดียวกับความรู้ที่ยังไม่ถูกจัดการ  การเกิดผลึกดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นได้และมีแต่ในของแข็ง ที่มีความนิ่ง เปิดโอกาสให้มีการค่อยๆจัดระเบียบ อะตอมและโมเลกุลค่อยๆ เคลื่อนที่เข้าหากัน จนถึงการรวมกัน และเรียงตัวกันตามความเหมาะสม จนลงตัวเป็นผลึกที่สวยงาม 

ทำให้ผมนึกถึงการจัดการความรู้ที่ต้องอาศัยสมาธิ (ความนิ่ง) ที่ต้องมีความเป็นปกติ (ศีล) เป็นปัจจัยแวดล้อม จึงจะทำให้เกิดผลึกของความรู้ (ปัญญา) 

 

สาเหตุที่เราต้องมาคุยกันเรื่องนี้เพราะ ปัจจุบันเรายังอยู่ในสภาวะที่ไม่นิ่ง สับสน มีข้อมูลที่ปะปนกัน และทำงานแบบวิ่งวนไปมาในหลายๆเรื่องในช่วงเดียวกัน จนไม่ชัดเจนพอ และทำอะไรไม่ได้ดีสักเรื่อง  

จึงต้องมาพัฒนาการจัดการความรู้ เพื่อแก้ปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ทั้งด้าน ส่วนบุคคล ชุมชน กลุ่ม องค์กร และระดับชาติ  แล้วการจัดการความรู้จะได้ผลก็ต้องมีความนิ่ง ทางความคิด 

การนิ่งทางความคิด ต้องมาจากการสร้างความเป็นปกติ (ศีล) 

 

ดังที่ผมเคยกล่าวมาแล้วว่าการจัดการความรู้มี(อย่างน้อย) ๕ ระดับ 
  • อากาศ (เบาบาง ฉาบฉวย เลื่อนไหลรวดเร็ว)
  • น้ำ/ของเหลว (เลื่อนไหล แทรกซึมได้ง่าย ระเหยได้ เอื้ออำนวยให้เกิดผลึกได้ง่าย)
  • ดิน (ตะกอน ฝุ่น ผง ปะปนและผสมผสาน)
  • หิน (เกาะกันเป็นก้อนแข็ง แบบปนเปกัน)
  • แร่ (แยกประเภท และรวมกันในประเภทเดียวกัน เข้มข้นจนเป็นผลึก)

 เมื่อเราจำเป็นต้องแก้ไขปัญหา ที่ต้องใช้ความรู้และปัญญา 

 ความรู้และปัญญาที่มีผลในการทำงานก็คือระดับการตกผลึกทางความคิด  

ที่ต้องมีความนิ่ง และการจับกลุ่มความรู้ ที่สามารถนำไปใช้งานได้ในแต่ละเรื่อง

 เหมือนกับผลึกชนิดต่างๆที่นำไปใช้ประโยชน์เฉพาะเรื่องได้อย่างหลากหลาย 

 เป็นแหล่งแร่โลหะ อโลหะ เป็นอัญมณี เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย และหาที่สุดมิได้   

นี่คืออานิสงค์ ของศีล และ สมาธิ ที่ก่อให้เกิดปัญญา และการจัดการความรู้ ก็เป็นหลักของธรรมชาติ ฉะนี้ แล

หมายเลขบันทึก: 133105เขียนเมื่อ 29 กันยายน 2007 16:22 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 มิถุนายน 2012 05:56 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (5)

ไม่เกี่ยวกับ Blog นี้ แต่อยากแวะมาเยี่ยมทักทายชาวเฮฮาศาสตร์ครับ

โดยส่วนตัวชอบอาจารย์ครับ ชอบตั้งแต่ไปอ่านเจอที่ตอบ Blog ได้ถึงใจดีครับ

แล้วไปฟังอาจารย์พูดที่มหาชีวาลัยในคืนพระจันทร์เต็มดวง แต่ละคำโดนใจครับ

ชอบที่ต้องไปทำนาเองก่อนจึงจะมาสอน เพราะได้ทำมาจริงแล้ว มีครูซักกี่คนที่ทำอย่างนี้ครับ บ้านผมเป็นครูทั้งบ้านครับ ยังจำวันที่พ่อไปตามลูกศิษย์ให้มาเรียนหนังสือได้เลยครับ ประทับใจจริงๆ

คารวะครูที่มีวิญญานทุกคน หนึ่งในนั้นคืออาจารย์ด้วยครับ

ด้วยความเคารพ

อ่านแล้วขอจบมือวันทาสาธุค่ะอาจารย์....

ไม่มีข้อกังขา

มีแต่อยากแลกเปลี่ยนว่า...

  • จริตแร่ธาตุแต่ละตัวต้องอาศัยความนิ่งที่เวลาต่างกันด้วยหรือไม่คะ...
  • เหมือนความรู้ที่ตกผลึก สั่งสมต่อเนื่องยาวนานหรือสั่งสมในเวลาอันสั้น...
  • สีสรรความรู้ลีลาก็คงต่างกันใช่ไหมคะ.....
  • คิดว่าบารมีความรู้จะไปถึงการตกผลึกจึงต้องอาศัยการฝึกฝนที่ต่อเนื่องและอดทนสูงๆ ด้วย....

สวัสดีค่ะอาจารย์แสวง

ตามเข้ามารายงานตัวค่ะ  ราณีมาถึงกรุงเทพตอนเช้ามืดถึงบ้าน๐๕.๓๐ น. ค่ะ

บ้านราณีก็ใช้หินอ่อนแซมที่หินขัดค่ะ เพราะเย็นดีค่ะ

ขอบคุณสำหรับสะเก็ดดาวที่อาจารย์นำมาฝากนะค่ะ จะเก็บไว้เป็นอย่างดีเลยค่ะ จะตามมาอ่านอีกรอบค่ะ มารายงานตัวก่อน อิ อิ

สวัสดีครับอ.แสวง

เห็นตัวจริง มีความรู้สึกว่าไม่ค่อยดุดันเหมือนสำนวนการเขียนเลยครับ  ขอบคุณที่อาจารย์มอบอุกามณีให้ครับ(เกือบไม่ได้...)

การตกผลึกต้องใช้เวลาต่างกันแน่นอนครับ

และการตกลึกในแต่ละคน ก็อาจต่างกันในสภาพที่ต่างกัน

แต่สมาธิ จะเป็นตัวคุมที่สำคัญ ที่ทำให้การตกลึกสะอาด สดใส ตามลักษณะที่ควรจะเป็นครับ

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี