เมื่อ 4 ปีที่แล้วชมรมนักศึกษาเก่า มช.เสนอให้ผมจัดนำเที่ยวดงหลวงในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากว่าคนเจ้าถิ่นเองหลายคนยังไม่เคยไปดงหลวงเลยด้วยซ้ำไป ทั้งนี้อย่างที่ผมเกริ่นมาตลอดว่าเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ดงหลวงเป็นเมืองปิดและเป็นพื้นที่ปลดปล่อย จึงมีแต่ความดำมืด น่ากลัว ยิ่งใครชี้ให้ดูว่า คนนั้นเป็นไทโซ่มาจากดงหลวง รับรองว่าคนในเมืองมุกดาหารจะสำรวจทั่วตัวทีเดียวว่า ไทโซ่หรือนี่ น่าตาเป็นอย่างนี้เอง...  

โรงไม้เสี่ยถ่ายเป็นจุดเริ่มเช้าตรู่ของเรา 

ครั้งนั้นท่านแรงงานจังหวัด พี่ใหญ่ลูกช้าง ผู้รักน้องๆยิ่งกว่าเมียตัวเอง อิ อิ. เป็นผู้นำทัพพวกเราไป เราชุมนุมกันเช้าตรู่ที่โรงไม้ เสี่ยถ่าย ลูกช้างเกษตรตัวใหญ่ของเรา ปัจจุบันเป็นหอการค้าจังหวัด  เราเดินทาง 100 กว่ากิโลเมตรจากมุกดาหาร ไปดูสวนกุหลาบเป็นแห่งแรก  

อดีตท่านแรงงานจังหวัดเป็นหัวหน้าทีมเที่ยว 

พูดถึงสวนกุหลาบท่านคงแปลกใจสิว่า ดงหลวงนี่นะเป็นแหล่งปลูกกุหลาบพันธุ์ดอกสีแดงเข้มส่งเชียงใหม่ และทั่วภาคอีสานครับ  ผู้ปลูกไม่ใช่คนดงหลวง แต่คนภาคกลางที่วนเวียนอยู่ในวงการไม้ดอกมานานเห็นลู่ทางว่า ดอกกุหลาบสีแดงนั้นเป็นพันธุ์ที่ขายดีที่สุดและการปลูกที่เชียงใหม่หรือภาคเหนืออันเป็นแหล่งกุหลาบใหญ่ที่สุดของประเทศนั้นมันมีปัญหาครับ    

แปลงกุหลาบสีแดงราคานับสิบล้านที่ตำบลกกตูม 

เพราะกุหลาบพันธุ์นี้ไม่ชอบความหนาวจัด กลีบดอกขอบของเขาจะกลายเป็นแดงจนดำ เอาไปประดับไม่สวย มักจะราคาตก แต่ปลูกที่อีสานโดยเฉพาะที่ดงหลวง ความหนาวพอดีสำหรับดอกกุหลาบพันธุ์นี้ คุณประสานเจ้าของสวนจึงลงทุนมากกว่า 10 ล้านบาทปลูกบนพื้นที่มากกว่า 100 ไร่ ใกล้ๆกับที่เราจะไปพักกัน   แต่เสียดายที่ปีนี้ครบอายุที่จะต้องเปลี่ยน จึงต้องถอนทิ้งหมดแล้วจะลงพืชอื่นแทน  

เจดีย์ธาตุเจ้าปู่องค์ดำที่บ้านมะนาว สถานที่ทำบุญทุกปี 

คณะนี้ไปทานอาหารกลางวันบนสำนักงานป่าไม้ที่มองลงมาเป็นอ่างเก็บน้ำ วิวสวยสดยามฤดูหนาว อาหารมีเท่าไหร่ก็หมดเพราะอร่อยกันพุงกาง  แล้วเราก็เดินทางไปเที่ยววัดที่ชาววังมาเป็นโยมอุปถัมภ์ ต้องใช้ 4wd ขึ้นดอย (คนละแห่งที่เราจะไปครับ) หลังจากนั้นเราก็เที่ยวประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกัน  

แม่เฒ่ามาแสดงความศรัทธารูปเจ้าปู่องค์ดำ 

เจ้าปู่องค์ดำครับ เป็นบรรพบุรุษชาวไทโซ่ที่เคารพนับถือมากทุกปีวันตรุษโซ่จะมาร่วมกันทำบุญให้ท่านเจ้าปู่องค์ดำที่วัดบ้านมะนาวแห่งนี้ครับ ท่านเป็นฆารวาสที่ถือศีลกินทาน ปฏิบัติธรรม แต่ห่มผ้าสีดำ จึงได้รับขนานนามว่าเจ้าปู่องค์ดำ ท่านจะบำเพ็ญธรรมเหมือนพระ ถือเอกาในป่า จะออกมาก็เมื่อขออาหาร แล้วก็กลับเข้าป่าไปปฏิบัติ เมื่อถึงงานบุญพระธาตุพนมอันยิ่งใหญ่ของชาวไทย-ลาวทั้งฝั่งซ้ายและขวา เจ้าปู่องค์ดำก็จะธุดงค์ไปกราบพระธาตุพนมทุกปี .. ประวัติจริงๆท่านไปหาได้ที่เฮฮาศาสตร์ 3 ดงหลวงครับ  

รูปปั้นเจ้าปู่หน้าเจดีย์ธาตุ 

ที่รอบเจดีย์นี้จะมีภาพวาดฝีมือช่างท้องถิ่นแบบง่ายๆ เล่าประวัติท่านเจ้าปู่ตั้งแต่เด็กเล็กจนสิ้นอายุขัย  การที่ชาวโซ่ศรัทธาท่านเจ้าปู่คงไม่น้อยไปกว่าที่ปัจจุบันมีคนศรัทธาท่านองค์จตุคามรามเทพฯ ต่างกันที่ความศรัทธาของชาวไทโซ่นั้นไม่มีเครื่องรางมาประกอบแม้แต่น้อย  

ผู้ใดที่สิ้นอายุขัยแล้วประชาชนสร้างธาตุกราบไหว้แสดงว่าท่านผู้นั้นไม่ใช่ธรรมดา (รูปประวัติท่านเจ้าปู่องค์ดำ) 

น่าสนใจที่ชาวไทโซ่นับถือผีเป็นที่ยิ่ง  แต่ก็นับถือองค์เจ้าปู่องค์ดำนี้มากเช่นกัน สมัยดงหลวงอยู่ภายใต้การปกครองของ พคท.นั้นพิธีกรรมต่างๆนั้นต้องยุติหมดเพราะ พคท.ไม่ให้คนงมงายต่อสิ่งเหล่านี้ แต่ลึกๆชาวไทโซ่ก็แอบปฏิบัติการเคารพ กันอยู่  มีเรื่องเล่ากันและมีหลักฐานว่า ที่บ้านพังแดงมีนางเทียม เข้าทรงองค์เจ้าปู่องค์ดำแล้วก็ทำนายทายทักต่างๆมากมาย ซึ่งชาวบ้านที่มีศรัทธาอยู่แล้วก็ฮือฮากัน ทางพคท.ส่งคนมาเตือนถึง 3 ครั้งนางยังไม่ยอมรับคำเตือนยังเข้าทรงและประกาศคำทำนายต่อไป  พคท.จึงส่งมือสังหาร เพื่อให้ยุติและให้ทุกคนยำเกรงต่อคำสั่งพรรค ....  

ศรัทธานั้นยิ่งใหญ่นัก ใครศรัทธาใครอย่างสูงสุดนั้นท่านว่าอย่าไปขวาง เพราะศรัทธาที่ยิ่งใหญ่นั้นสามารถแปรเป็นพลังทางสังคมได้ทันที  อย่างที่เรากำลังศรัทธา G2K มากขึ้น ทุกวี่วัน และพร้อมที่จะแปรเป็นพลังที่สร้างสรรค์ให้แก่สังคมของเราได้...  

เราไปเติมพลัง เราไปเติมศรัทธาให้แก่กันและกันได้ที่ ฮฮาศาสตร์ 3 ดงหลวง 16-18 พ.ย. 2550 ครับ