หลายวันก่อน..คนเขียนได้พูดคุยกับพี่สาวคนสวยผ่านทางจดหมายอิเลคทรอนิกส์    ก็จู่ ๆ คนเขียนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ใคร ๆ ก็ไม่รัก  เอ๊ย! ไม่เข้าใจในตัวคนเขียนนี่นา

คนเขียน >>  พี่คะ..    ต้อมรู้แล้วค่ะ ว่า ทำไมต้อมไม่มีความสุข..    ต้อมไม่อยากจะเป็น " ผู้ให้ " อีกแล้วอย่างนั้นหรือ    ต้อมเกลียดตัวตนของตัวเองจังเลยค่ะ    เกลียดที่เป็นคนประเภทยอม .. ทำเพื่อคนอื่น     แต่ สิ่งเหล่านี้เป็นอะไรที่ต้อมเคยภาคภูมิใจนะ    ต้อมสงสัย..    ต้อมไม่เข้าใจ..    แล้วประโยคหนึ่งที่พี่คนหนึ่งเคยบอกต้อมก็ดังย้ำขึ้นมา ว่า.. ต้อมเสแสร้งทำตัวเป็นคนดี

 พี่สาวคนสวย  >>  เหมือนพี่เลย เพื่อน สนิท ทั้งกลุ่ม ชี้ว่าพี่เสแสร้งเป็นคนดี    ก็ไม่เข้าใจ     บอกเพื่อนไปว่าที่ไม่เคยโกรธเพื่อนๆ เพราะไม่รู้ทำไมต้องโกรธ    ก็เป็นเพื่อนกันนี่นา ก็ งง    เพราะเพื่อนบอกว่า ต้องมีโกรธบ้างล่ะ เก็บไว้ในใจเพื่อให้ดูเป็นคนดี    ไม่ใช่เฉพาะเพื่อน แม้คนที่คิดร้ายกับเรา    พี่ก็หายโกรธ ก็ไม่โกรธแล้วนี่ จะให้ผูกอยู่อย่างนั้นทำไมล่ะ    คนนั้นเขาบอกว่า พี่น่ากลัวที่สุดในโลก เพราะเสแสร้งเก่ง    ในที่สุด พี่ก็ไม่สนใจอยู่ดี     มีเหมือนกันที่คนทำร้ายเรา    พี่บอกว่า "ฆ่าเขาไปแล้ว"  ฆ่าออกไปเสียจากใจค่ะ    ก็จบลงโดยไม่เอาเขามาใส่ในใจอีกต่อไป    อย่าไปสนใจเลยค่ะ

คนเขียน  >>  ต้อมแค่อยากจะถามพี่ว่า การเป็นคนดีของคน ๆ หนึ่ง ที่ใคร ๆ ยอมรับจะต้องเป็นแบบไหน?    มีมาตรฐานอะไรมารองรับหรือคะ  ว่ายัยคนนี้ หรือ ผู้ชายคนนั้นเป็นคนดีที่สุดในโลก    ต้อมโตพอที่จะรู้ว่า การเสแสร้ง คืออะไร?  เป็นอย่างไร?    แต่..ต้อมไม่เข้าใจว่า เท่าที่ต้อมคิดหรือทำมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยและคิดว่าเป็นธรรมชาติของตัวเองนั้น    จริง ๆ แล้ว  มันคือการเสแสร้งหรือคะ?    โอ้โห..งั้นต้อมก็ต้องเป็นคนที่หลอกตัวเองได้เนียน  ได้สนิทที่สุดในโลก    พี่คะ..คนเราจะเสแสร้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทั้งชีวิตหนึ่ง ๆ ได้ไหมคะ?    และทุก ๆ ครั้ง  ต้อมก็ว่าต้อมทำทุกอย่างด้วยใจนะ    แล้วทำไม ใคร ๆ ถึงว่าต้อมเสแสร้ง    ต้อมไม่เข้าใจ    พวกเขาจะมารู้ดีกว่าตัวต้อม  ใจต้อมได้ยังไง    แต่บางที.. เอ ที่พวกเขาว่ามา มันก็จริงแฮะ     งั้นหรือ?    ทำไม วันนี้ต้อมสงสัยในตัวต้อมเองเหลือเกินนะ    พี่ว่า ต้อมทำอะไรทุกอย่างด้วยความเสแสร้งไหมคะ?    ต้อมที่พี่คนนี้รู้จักน่ะ

พี่คนสวย  >>  พี่ขอให้ต้อมกลับไปอ่านเมล์ของพี่เมื่อก่อนสัปดาห์ที่ แล้วมั้ง    ที่พี่เขียนถึงต้อม ว่าตรงไปตรงมา พี่ใช้คำว่า "ไม่เสแสร้ง" ในนั้นด้วย    พี่ยังยืนยันค่ะ    อย่ากังวลและสนใจเลยนะคะ     ตราบที่เรารู้ตัวว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร เพราะอะไร อย่างไร

จริง ๆ แล้วที่คนเขียนเกิดอาการสงสัยนี่เพราะนั่งนึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย    ก็นึกย้อนไปหลายปีที่แล้วที่ได้สนทนากับพี่คนหนึ่ง    แล้วจู่ ๆ คนเขียนก็ตั้งคำถามขึ้นมาว่า.. " เฮ้! ถ้าลูกเรากับลูกเพื่อนบ้านกำลังจะจมน้ำตายเนี่ยนะ    พี่อยู่ในบริเวณนั้น    จะเลือกช่วยใครก่อน? "    พี่สาวผู้มีสมองเปรื่องปราดและวาจาคมกริบก็ย้อนถามกลับมาว่า " แล้วต้อมล่ะ  จะช่วยใครก่อน? "

คนเขียนนั่งนิ่งไปนานเหมือนกัน    ก่อนจะตอบไปว่า " ช่วยเด็กคนอื่นก่อน "    ก็เคยดูหนังต่างประเทศ   พอเกิดเหตุการณ์ประมาณนี้ทีไร   ตัวเอกมักช่วยเด็กคนอื่นก่อนนี่หว่า   เออ..แต่จริง ๆ แล้วฉันก็รักลูกฉันนะ   แล้วจะตอบไปไงล่ะ   เอ..ตอบไปแล้วนี่หว่า    โหยยย  ต้องโดนด่าแน่ ๆ เลย 

พี่สาวตอบสวนกลับมาแทบจะในทันทีว่า .. " ถ้าเป็นพี่    พี่จะต้องช่วยลูกตัวเองก่อนนะต้อม    เพราะถ้าพี่ไม่ช่วยลูกตัวเองแล้วไปช่วยเด็กคนอื่นก่อน    ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ของพี่จะต้องเต็มไปด้วยความทุกข์โศก    พี่ทนไม่ได้หรอก    ถ้าไอ้เจ้าเด็กอีกคนตาย   พี่ก็เสียใจนะ   แต่มันก็จะเป็นไปแค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น    หากเป็นลูกพี่สิ    มันจะฝังใจพี่ไปจนตายเลยนะแก.... "

คนเขียนก็เลยตอบอ่อย ๆ ไปว่า .. " ก็รักลูกตัวเองนะ    แต่..ต้อมก็ไม่อยากให้ครอบครัวอื่นต้องเสียใจนี่ "

พี่สาวตอกกลับมา " แล้วลูกต้อมล่ะ   เขาจะไม่เสียใจหรือ? "

จำได้ว่า  ณ ตอนนั้นคนเขียนจบบทสนทนาลงไปดื้อ ๆ  นั่งเศร้าไปหลายวันกับคำถามที่ก็แค่คิดขึ้นมาเล่น ๆ    แล้วไม่กี่วันมานี้เองก็นึกขึ้นมาได้    ประจวบกับเกิดเหตุการณ์หลายอย่างขึ้นในชีวิตก็เลยสงสัยในตัวเอง และคนอื่น ๆ      คุณ ๆ เคยเสแสร้งไหมคะ?  เคยรู้สึกกันไหมคะ  ว่าบางทีเราก็ไม่เคยจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วที่เราเป็นอยู่หรือคิด    นี่คือการกระทำที่กลั่นกรองออกมาจากข้างใน    นี่คือตัวตนของเราจริง ๆ     หรือเพียงแค่เราเสแสร้งจนสิ่งเหล่านี้มันกลายมาเป็นตัวตนของเรา