<div align="center"><table border="1" cellpadding="0" width="75%" class="MsoNormalTable" style="background: red; width: 75%"><tbody><tr><td style="background: #ffff33; border: #ece9d8; padding: 0.75pt">
พฤติกรรมมนุษย์
(HUMAN BEHAVIOUR)
</td></tr></tbody></table></div>พฤติกรรมต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วอาจจะจำแนกออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ1. พฤติกรรมที่ไม่สามารถควบคุมได้เรียกว่า เป็นปฏิกิริยาสะท้อน เช่น
การสะดุ้งเมื่อถูกเข็มแทง การกระพริบตา เมื่อมีสิ่งมากระทบกับสายตา ฯลฯ
2. พฤติกรรมที่สามารถควบคุมและจัดระเบียบได้เนื่องจากมนุษย์มีสติปัญญาและอารมณ์ (EMOTION) เมื่อมีสิ่งเร้ามากระทบ สติปัญญาหรือารมณ์ จะเป็นตัวตัดสินว่าควรจะปล่อยกิริยาใดออกไป
ถ้าสติปัญญาควบคุมการปล่อยกิริยาเราเรียกว่าเป็นการกระทำตามความคิดหรือ ทำด้วยสมอง แต่ถ้าอารมณ์ควบคุมเรียกว่าเป็นการทำตามอารมณ์ หรือปล่อยตามใจ นักจิตวิทยาส่วนใหญ่เชื่อว่าอารมณ์มอิทธิพลหรือพลังมากกว่าสติปัญญา ทั้งนี้เพราะมนุษย์ทุกคนยังมีความโลภความโกรธ ความหลงทำให้พฤติกรรมส่วนใหญ่เป็นไปตามความรู้สึกและอารมณ์เป็นพื้นฐานประเภทของพฤติกรรมมนุษย์
นักจิตวิทยาแบ่งพฤติกรรมมนุษย์ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆคือ1. พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่มีการเรียนรู้มาก่อน
ได้แก่ ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (REFLECT ACTION) เช่นการกระพริบตา และสัญชาตญาณ (INSTINCT) เช่นความกลัวการเอาตัวรอดเป็นต้น
2. พฤติกรรมที่เกิดจากอิทธิพลของกลุ่ม ได้แก่พฤติกรรมที่เกิดจากการ
ที่บุคคลติดต่อสังสรรค์และมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคมดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมแบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะคือ <ol><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">
การปรับเปลี่ยนทางด้านของสรีระร่างกาย เช่น การปรับปรุง
บุคลิกภาพ การแต่งกายการพูด
2. การปรับเปลี่ยนทางด้านอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดให้มีความ
สัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น ปรับอารมณ์ความรู้สึกให้สอดคล้องกับบุคคอื่น รู้จักการยอมรับผิด
3. การปรับเปลี่ยนทางด้านสติปัญญาเช่น การศึกษาค้นคว้าเพื่อให้มี
ความรู้ที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์การมีความคิดเห็นคล้อยตามความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่
4. การปรับเปลี่ยนอุดมคติหมายถึง การสามารถปรับเปลี่ยนหลักการ
แนวทางบางส่วนบางตอนเพื่อให้เข้ากับสังคมส่วนใหญ่ได้ โดยพิจารณาจากความจำเป็นและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เป็นประโยชน์แก่ตนเองเพื่อสวัสดิภาพของตนเองและของกลุ่ม
</li></ol> <div align="center"><table border="1" cellpadding="0" width="75%" class="MsoNormalTable" style="width: 75%; border: red 1pt outset"><tbody><tr><td style="background: aqua; border: red 1pt inset; padding: 0.75pt">พฤติกรรมมนุษย์ตามแนวจิตวิทยา</td></tr></tbody></table></div>นักจิตวิทยาเชื่อว่าพฤติกรรมมนุษย์ส่วนใหญ่จะประพฤติปฏิบัติตามแบบแผนของกฏระเบียบหรือวิธีการที่มีอยู่ในสังคม รวมทั้งวัฒนธรรมที่มีอยู่ในสังคมนั้น ๆซึ่งมนุษย์ย่อมเข้าใจในสถานภาพและบทบาทตามที่กลุ่มสังคมคาดหวังดังนั้นพฤติกรรมมนุษย์อาจจะเกิดขึ้นได้ในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้1. การติดต่อสื่อสาร (COMMUNICATION)
2. การขัดแย้ง (CONFLICT)
3. การแข่งขัน (COMPETITION)
4. การประนีประนอมผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน (ACCOMODATION)
5. การผสมผสานกลมกลืนเข้าหากัน (ASSIMILATION)
6. การร่วมมือสนับสนุนซึ่งกันและกัน (COOPERATION) <div align="center"><table border="1" cellpadding="0" width="75%" class="MsoNormalTable" style="width: 75%"><tbody><tr><td style="background: lime; border: #ece9d8; padding: 0.75pt">พฤติกรรมมนุษย์ตามแนวจิตวิทยา</td></tr></tbody></table></div>นักสังคมวิทยาเชื่อว่าพฤติกรรมมนุษย์ขึ้นอยู่กับอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมหรือสภาวะภายนอกทั้งปวง (ETERNAL CONDITIONS) ที่อยู่รอบตัวของมนุษย์ทั้งสิ่งที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างตลอดจนพลังงาน
ต่าง ๆ ที่จับต้องรวมทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้แก่ อากาศ แสงแดดความร้อน ความเย็น แร่ธาตุ กระแสไฟฟ้า เครื่องมือสื่อสาร เป้นต้น สิ่งต่าง ๆเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลเหนือมนุษย์ทั้งในแง่ที่อำนวยให้เกิดผลดีและผลร้าย โดยที่มนุษย์ไม่มีทางหลีกหนี เราอาจจะแบ่งประเภทของสิ่งแวดล้อม ออกเป็น 3 ประการใหญ่ ๆ คือ1. สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ
2. สิ่งแวดล้อมทางสังคม
3. สิ่งแวดล้อมทางครอบครัวอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมต่าง ๆเหล่านี้ ทำให้มนุษย์มีพฤติกรรมที่จะหาทางต่อสู้และเอาชนะทำให้เกิดวัฒนธรรมรูปแบบต่าง ๆ ขึ้น เช่น การคิดประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ การเพาะปลูก การสร้างถนนหนทางการสร้างเครื่องมือสื่อสาร เป็นต้น <div align="center"><table border="1" cellpadding="0" width="75%" class="MsoNormalTable" style="background: white; width: 75%; border: #990066 1pt outset"><tbody><tr><td style="background: lime; border: #990066 1pt inset; padding: 0.75pt">พฤติกรรมมนุษย์ทางวิทยาศาสตร์</td></tr></tbody></table></div>การใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์จำแนกได้ดังนี้1. ความสมบูรณ์หรือความปกติของสมองจะมีส่วนสำคัญต่อพฤติกรรมมนุษย์ในด้านความรู้สึกนึกคิด
ตลอดจนด้านจิตใจหากสมองผิดปกติย่อมมีผลให้พฤติกรรมของบุคคลเปลี่ยนแปลงไปด้วยการผิดปกติของสมอง
อาจเนื่องมาจากโรคหลายอย่าง เช่น ไข้มาเลเรียขึ้นสมองสมองได้รับความกระทบกระเทือนหรือเนื้องอกในสมอง เป็นต้น
2. ความพิการทางร่างกายหรือเจ็บป่วยเรื้อรัง
3. โรคจิตและโรคประสาทนอกจากนี้ยังมีส่วนของสมองที่เรียกว่า ต่อมไร้ท่อ (DUCTLESS GLAND) ต่อมเหล่านี้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์มาก อาจกล่าวโดยย่อ ๆถึงความสำคัญได้ดังนี้1. ต่อมไทรอยด์ (THYROID GLAND) ต่อมนี้มี 2 ต่อม ติดอยู่ข้างหลอดลมข้างละต่อมถ้าชำรุดสติปัญญาของคนจะเสื่อมถอย มีอาการซึมเซาเหงาหงอย ฯลฯ
2. ต่อมพาราไทรอยด์ (PARATYROID GLAND) ต่อมนี้อยู่เหนือต่อมไทรอยด์ ถ้าต่อมนี้มีฮอร์โมนน้อยเกินไปคนจะเป็นโรคตื่นเต้นง่าย โกรธง่าย มีจิตใจหดหู่อยู่เสมอ
3. ต่อมพิทูอิทารี่ (PITUITARY GLAND) ต่อมนี้ฝังอยู่กลางศรีษะ ถ้าต่อมทำงานไม่ปกติจะเป็นคนแคระแกร็นจะขาดความเจริญทางเพศ
4. ต่อมแอดรีนาล (ADRENAL GLAND) อยู่บนไตทั้งสองข้างถ้าต่อมนี้มีฮอร์โมนมากเกินไปความเจริญทางเพศจะรวดเร็วผิดปกติ
5. ต่อมทางเพศ (SEX GLAND) ต่อมนี้มีหน้าที่เกี่ยวกับการสืบพันธุ์หากต่อมนี้ผิดปกติก็จะทำให้อาการทางเพศผิดปกติด้วย <div align="center"><table border="1" cellpadding="0" width="75%" class="MsoNormalTable" style="width: 75%; border: #cc3333 1pt outset"><tbody><tr><td style="background: aqua; border: #cc3333 1pt inset; padding: 0.75pt">ลักษณะความแตกต่างของพฤติกรรมมนุษย์</td></tr></tbody></table></div>ความแตกต่างดังกล่าวอาจแบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ ได้ดังนี้1. ความแตกต่างทางอารมณ์ (EMOTION)
2. ความแตกต่างทางความถนัด (APTITUDE)
3. ความแตกต่างของความประพฤติ (BEHAVIOUR)
4. ความแตกต่างของความสามารถ (ABILITY)
5. ความแตกต่างของทัศนคติ (ATTITUDE)
6. ความแตกต่างของความต้องการ (NEEDS)
7. ความแตกต่างของรสนิยม (TESTS)
8. ความแตกต่างทางสังคม (SOCAIL)
9. ความแตกต่างของลักษณะนิสัย (HABIT)ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้บุคคลมีลักษณะเฉพาะของตนเองซึ่งเรียกว่า
เป็นความแตกต่างระหว่างบุคคล (INDIVIDUAL DIFFERENCES) นักจิตวิทยา
ยอมรับว่า ทุกคนย่อมมีความแตกต่างกันแม้แต่ฝาแฝดก็ไม่เหมือนกันสิ่งสำคัญที่ทำให้บุคคลแตกต่างกัน คือ พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม <div align="center"><table border="1" cellpadding="0" width="75%" class="MsoNormalTable" style="width: 75%"><tbody><tr style="height: 38.25pt"><td style="background: #ccff66; height: 38.25pt; border: #ece9d8; padding: 0.75pt">การพัฒนาพฤติกรรมของมนุษย์</td></tr></tbody></table></div>การพัฒนาพฤติกรรมมนุษย์ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญด้านต่าง ๆ 6 ประการคือ1. การเรียนรู้ (LEARNING)
2. ค่านิยม (VALUE)
3. บรรทัดฐานของสังคม (NORMS)
4. ทัศนคติ (ATTITUDE)
5. ความเชื่อ (BELIEF)
6. การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (SOCIAL INTERSACTION) <div align="center"><table border="1" cellpadding="0" width="75%" class="MsoNormalTable" style="width: 75%"><tbody><tr><td style="background: aqua; border: #ece9d8; padding: 0.75pt">การศึกษาพฤติกรรมทางสังคมของมนุษย์</td></tr></tbody></table></div>พฤติกรรม (BEHAVIOUR) ในความหมายทางจิตวิทยาสังคม
ย่อมหมายรวมทั้งพฤติกรรมภายใน (COVERT BEHAVIOUR) และพฤติกรรมภายนอก (OVERT BEHAVIOUR) ดังที่ได้กล่าวมาแล้วสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้มนุษย์กระทำพฤติกรรมต่าง ๆ หรือแม้แต่ตัวมนุษย์เองก็เป็นตัวกระตุ้นทางสังคมได้ทั้งสิ้นการศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์นักจิตวิทยาสังคมมองสังคมมนุษย์
ทั่วไปประกอบขึ้นด้วยตัวบุคคลจึงใช้ตัวบุคคลเป็นหน่วยวิเคราะห์หลักในการศึกษาถึงลักษณะพฤติกรรมของบุคคลในรูปของกลุ่มฉะนั้นจึงสรุปได้ว่าหัวใจสำคัญของการศึกษาทางจิตวิทยาสังคมมี 2 ประการคือ1. ตับบุคคลและภาวะจิตของเขาที่นำเข้ามาในสถานการณ์ที่จะเกิดมี
พฤติกรรมขึ้น
2. “กระบวนการอิทธพลทางสังคม”ซึ่งมาจากสิ่งแวดล้อมที่จะมีอิทธิพล
ต่อพฤติกรรมสังคมของบุคคล <div align="center"><table border="1" cellpadding="0" width="75%" class="MsoNormalTable" style="width: 75%"><tbody><tr><td style="background: #ffff99; border: #ece9d8; padding: 0.75pt">พฤติกรรมของบุคคล</td></tr></tbody></table></div>พฤติกรรมของคนเราแสดงออกมามากมายหลายลักษณะในการศึกษาพฤติกรรมของบุคคลจะต้องนำพฤติกรรมมาจัดหมวดหมู่เพื่อให้เป็นการง่ายต่อการแยกแยะ และสะดวกต่อการศึกษาหมวดหมู่ของพฤติกรรม เช่นพฤติกรรมก้าวร้าว พฤติกรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมแรงจูงใจ ฯลฯ ในการศึกษาพฤติกรรมกลุ่มคนก็จำเป็นต้องจัดหมวดหมู่ของพฤติกรรมกลุ่มคนเช่นเดียวกันพฤติกรรมของบุคคลอยู่ภายใต้อิทธิพลของสังคมอิทธิพลของสังคมอาจจัดอยู่ในรูปต่อไปนี้1. SANTION หรือการบังคับเพื่อให้คนทำหน้าที่ หรือแสดงพฤติกรรม ตามที่สังคมกำหนดการ SANTION มีทั้งการลงโทษ การให้รางวัล
2. NORMS หรือบรรทัดฐาน เช่น ขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี และกฏหมาย
3. VALUE OREINTATION แนวอบรมทางคุณค่าซึ่งจะกำหนดมาจากฐานของการแสดงออกได้แก่สาระข้อเท็จจริง ความพอใจต่าง ๆพฤติกรรมของบุคคลเป็นระบบการกระทำของมนุษย์ (ACTION SYSTEM) ถ้าจะวิเคราะห์ ACTION SYSTEM อาจจะจำแนกตัวแปร ออกเป็น 5 ระดับ คือ1. วัฒนธรรม
2. สังคม
3. บุคลิกภาพ
4. ชีวภาพ
5. กายภาพทฤษฏีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบอร์กโคลเบอร์กเจ้าของทฤษฏีได้สนใจในการพัฒนาการทางจริยธรรมของเพียเจท์ โดยทำการศึกษาวิจัยทั้งวัยเด็ก และผู้ใหญ่ และได้ขยายขั้นตอนการพัฒนาออกเป็น 6 ขั้นตอนด้วยกันคือ1. เริ่มตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึง 7 ขวบ ขั้นนี้จัดอยู่ในขั้นที่เชื่อฟังหรือยอมรับปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ที่มีอิทธิพลเหนือกว่าการเลือกปฏิบัติจะเลือกในสิ่งที่เกิดประโยชน์แก่ตน หลีกเลี่ยงการถูกลงโทษเพราะคิดว่าการลงโทษเป็นสิ่งที่ใช้ตัดสินว่าสิ่งใดดีสิ่งใดไม่ดี
2.. ขั้นหลักการแสวงหารางวัล เริ่มตั้งแต่อายุ 7 - 10 ปีขั้นนี้เด็กจะให้
ความสำคัญกับการได้รับรางวัลและคำชมเชยมากกว่าการถูกลงโทษ
3. ขั้นหลักกระทำตามเพื่อน เริ่มตั้งแต่อายุ 10 - 13 ปีขั้นนี้เป็นขั้นย่างเข้าสู่วัยรุ่น ดังนั้นกลุ่มเพื่อนเริ่มมอิทธิพลเด็กจะกระทำตามการยอมรับของกลุ่มเพื่อนมากกว่าจะกระทำตามความคิดของตนเอง
4. ขั้นหลักกระทำตามหน้าที่เริ่มตั้งแต่อายุ 13 - 16 ปี ขั้นนี้เป็นขั้นที่
ปฏิบัติโดยมุ่งหมายที่จะกระทำตามหน้าที่ ตามระเบียบที่กำหนดเอาไว้ไม่ใช่เพราะต้องการรางวัล หรือกลัวถูกลงโทษ
5. ขั้นนี้เป็นขั้นบุคคลอื่นไม่ก้าวก่ายในเรื่องของคนอื่น ยึดมั่นในสัจวาจากระทำโดยเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
6. คนไทยไว้วางใจครูมากเมื่อเขาส่งลูกหลานเขามาโรงเรียนเขารู้ว่าลูกหลานของเขาปลอดภัยเขามอบความไว้วางใจให้ครูเต็มที่ โดยที่เขาไม่ระแวงสงสัยว่าครูนั่นแหละจะเป็นผู้ลอบทำร้ายลูกหลานของเขาเสียเองเพราะเหตุอะไร ? เพราะไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กเด็กโต เขาต่างมี ชีวิตจิตใจ เติบโตเคลื่อนไหวแสดงออกร่าเริงแจ่มใสช่างคิด บางครั้งจะเจ็บป่วย ขมขื่น อดอยาก หิวโหยแต่เขาก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ครูจะป้อนข้อมูลลงไปวันแล้ววันเล่าโดยลืมนึกถึงจิตใจของเด็ก
ครูนั่นแหละ คือ เพชรฆาตเพราะทำให้เด็กตายทั้งเป็น ครูยิ่งสอนไป เด็กยิ่งนิ่งเฉย ไม่สงสัย ไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว ไม่อยากรู้ ไม่อยากลองจะตอบก็ต่อเมื่อคาดคั้นให้ตอยเหมือนจะเอาความรู้แลกเปลี่ยน คืนครูเพื่อเอาคะแนน
ครูจึงไม่มี ราคา แต่มีค่าครูจึงขายความเป็นครูไม่ได้ และไม่ตกเป็นทาสของใครเป็นครูมีไฟในการทำงานจงลุกขึ้นเถิดเพื่อต่อสู้ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็น ครู ให้สมกับครูผู้มีอุดมการณ์ด้วยพลังแห่งความคิด
และสติปัญญา อย่างผู้มี “ธรรมในหัวใจ” ครูเก่า ๆที่ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี มีอยู่มาก เขาไม่มีวันตาย
เพียงแต่หลบมุมไปอยู่ในมุมหนึ่งอย่างสงบเสงี่ยม เจียมตัวเพียงเพื่อเปิดทางให้ครูรุ่นใหม่ที่มีไฟ
ทำงานต่อไปเพื่อชาติไทยของเรา
พฤติกรรมมนุษย์
ความเห็น
- เข้ามาร่วมเรียนรู้ด้วยคนคะ
- แต่น่าจะอ้างอิงที่มาบ้างนะคะจะได้ไปค้นคว้าต่อยอดได้
- ขอให้มีความสุขกับพฤติกรรมมนุย์นะคะ..อิอิ
บทความในวันเดียวกัน
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 25 ก.ย. 2550
SRN · 25 ก.ย. 2550
SRN · 25 ก.ย. 2550
p@lmy · 25 ก.ย. 2550
แว่นแก้ว · 25 ก.ย. 2550
ว่าที่ ร.ต. วุฒิชัย สังข์พงษ์ · 25 ก.ย. 2550