นิยายรักแห่งท้องทุ่งมีมากมายหลายรสชาติ    บางเรื่องก็สะเทือนใจจนพลอยโศกสลดไปกับตัวละคร  บางเรื่องก็ท้าทายศีลธรรม  และบางเรื่องก็เป็นสุขนาฏกรรมเช่นเรื่องของพี่นงนี้  

        พี่นงเป็นลูกคนเดียว  เกิดในครอบครัวที่ฐานะดี  มีหน้ามีตาในหมู่บ้าน  จัดงานผูกข้อไม้ข้อมือทั้งทีจะจัดเงียบๆได้อย่างไร  ต้องเป็นงานใหญ่ระดับช้างเท่านั้น  จึงจะสมหน้าตาพ่อของพี่นง

แกตระเวนบอกงานขอแรงเขาไปทั่ว  พ่อของไข่เน่าถูกขอแรงให้ไปหุงข้าว

        การหุงข้าวสำหรับแขกเหรื่อมากๆเช่นนี้  ต้องหุงด้วยกระทะใบบัว และมีหลายเตา  คนที่จะหุงข้าวด้วยกระทะใบบัวนี้หายาก  ต้องมีประสบการณ์  และชำนิชำนาญเป็นพิเศษ  ใช่ว่าใครๆก็หุงได้  พ่อของไข่เน่าเป็นคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านนี้  ไม่ว่างานไหนๆก็จะต้องขอแรงพ่อเสมอ  แกตอบรับด้วยความภาคภูมิใจ  ไม่เคยเกี่ยงงอน

        วันงานมาถึง  ไข่เน่าขลุกอยู่กับพ่อที่ลานหลังบ้าน  ถัดจากที่ทำครัวไม่มากนัก  พ่อขุดหลุมทำเป็นเตาถึงสามหลุมเขื่องๆ  มีช่องใส่ฟืนทางหน้าเตา  แต่ละเตามีก้อนเส้าเป็นหินก้อนโตๆทั้งนั้น  ติดไฟด้วยก้อนขี้ไต้  จนกระทั่งฟืนติดไฟลุกโพลงอยู่ในหลุม  ใช้กะทะใบบัวตั้งบนก้อนเส้า  ขยับหมุนไปมา จนมั่นคงดีแล้ว  ใส่น้ำลงไปสักครึ่งกะทะ  แล้วหันไปซาวข้าว  ปัดผงที่ปนอยู่กับข้าวสารให้ลอยติดไปกับน้ำทีรินออกจากถัง  จนสะอาดดีแล้วจึงตวงใส่กะทะใบบัวที่น้ำเริ่มร้อน มีพรายน้ำขึ้นปริบๆ  แล้วนั่งคอยให้ข้าวสุก  ระหว่างนั้นไข่เน่าได้แป้งขนมจีนที่โขลกอยู่อีกมุมหนึ่งของลานบ้าน  มาแผ่ให้เป็นแผ่นกลม  โยนเข้าไปในกองไฟ  พ่อคอยพลิกแผ่นแป้งนั้นไปมา  เพื่อให้แผ่นแป้งสุกทั่วถึงกัน  สุกดีแล้วพ่อใช้ไม้เขี่ยออกจากกองไฟ  ไข่เน่าปัดเอาผงขี้เถ้าออก  แต่ด้วยความร้อนจึงปัดไปปล่อยหลุดลงพื้นไป   แผ่นแป้งนี้พ่อเรียกแป้งจี่  รสชาติเปรี้ยวปนมัน สำหรับคนอื่นอาจปาทิ้ง แต่สำหรับไข่เน่าแล้ว มันช่างหอมและอร่อยอะไรเช่นนั้น

         พ่อกับเพื่อนอีกสองคนใช้พายคนข้าวที่เริ่มสุกไปมา  เพื่อกระจายความร้อนให้เสมอกัน  เม็ดข้าวพองบานจนไม่เหลือไตแล้ว  ก็เริ่มราไฟ  ใช้ไฟอ่อนๆดงข้าวให้แห้ง เป็นข้าวสวยหอมฉุย  ใช้จานสังกะสี ถ่ายข้าวใส่หม้อเบอร์สามสิบสอง จนเต็มปริบทุกใบ  เหลือข้าวก้นกะทะแห้งเกราะ  พ่อต่อยไข่  ใส่กะทะแล้วขยี้จนเหลืองทั่วแผ่น  โรยน้ำตาลทรายลงไปอีก  ได้ข้าวตังกรุบกรอบ  ไข่เน่ากับพวกเพื่อนเด็กๆชอบนักหนา  วิ่งเล่นกันไปเคี้ยวข้าวตังกันไป  จนข้าวตังหมดไม่รู้ตัว

         พ่อกับเพื่อนที่หุงข้าวด้วยกันร้อนจนเหงื่อไหลโซม  แต่เมื่อข้าวออกมาสวย  ไม่ดิบ  ไม่แฉะ  ก็ภาคภูมิใจ  การทำงานก็เป็นเช่นนี้  ต้องมานะพยายามกระทำให้สำเร็จ  ไม่ทิ้งงาน  ต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆนานา  ฟันฝ่ากันไป  เมื่อผ่านพ้น  มีผลงานเราก็ได้ชื่นชมมัน  และนี่คือรางวัลของการทำงานละ  พ่อหันมาสอนไข่เน่า

         ไข่เน่านึกไปถึงบ้านเกิด  เขาเกิดในครอบครัวที่มั่งคั่ง  แต่เนื่องจากปู่ติดการพนัน  ที่นาถูกปู่ขายไปทีละแปลงสองแปลง  เมื่อปู่ตาย  งานศพของปู่ มีแต่เจ้าหนี้ทั้งนั้น   เพื่อปู่จะได้ไม่ต้องใช้หนี้ข้ามชาติ  พ่อจึงตัดสินใจขายทุกอย่าง  แม้แต่เรือนที่ซุกหัวนอน  ชดใช้หนี้แทนปู่จนหมด  นี่แหละที่เขาว่า  โจรปล้นยังไม่เท่าไฟไหม้ เพราะยังเหลือเรือน  ไฟไหม้ยังไม่เท่าติดการพนัน  เพราะยังเหลือที่ดิน  ติดการพนันหมดสิ้นทุกสิ่งอย่าง  ไม่ว่าเรือนหรือที่ดิน  คนดีอย่างพ่อ  ขยันทำมาหากิน  ทำไมต้องมาเป็นลูกจ้าง  ทำงานเหมือนทาสเขาด้วยเล่า

         เสียงแตรวงดังมาจากนอกหมู่บ้าน  คนในงานต่างตะโกนบอกกันว่าเจ้าบ่าวมาแล้ว  ไข่เน่ารีบวิ่งออกไปหลังบ้าน  ไปรับขบวนขันหมาก  สาวๆฝ่ายเจ้าบ่าวต่างอุ้มขันหมาก  และขนมจันอับหลายถาด  อ้อย  กล้วย เดินเป็นขบวนยาวเหยียด  จ้าวบ่าวในชุดขาวเดินยิ้มอยู่ตอนหัวของขบวน 

         เสียงแตรวงดังอึกทึก  จนต้องตะโกนพูดคุยกัน  ฝ่ายเจ้าสาวก็กั้นประตูเงินประตูทอง  ฝ่ายเจ้าบ่าวก็ต่อรอง  ขอเหล้าเป็นข้อแลกเปลี่ยน  หยอกเย้ากันสนุกสนาน  เมื่อเจ้าบ่าวจะขึ้นบ้านก็ยังมีพิธีล้างเท้าเจ้าบ่าวอีก  โดยเรียกราคาค่าน้ำล้างเท้าแต่ละขันแพงขึ้นตามจำนวนขัน  เพราะป้าแม้นใช้โคลนชะโลมเท้าจนเปื้อนทั้งสองเท้า  กว่าเท้าจะสะอาด  กว่าเท้าจะแห้ง ขึ้นบ้านเจ้าสาวได้  เจ้าบ่าวก็หมดไปหลายตำลึง  หน้าจ๋อยอย่างเห็นชัด  ไข่เน่าเองก็ยังได้ค่าตักน้ำตั้งสองบาท

        ขึ้นเรือนนั่งคุยพอหายเหนื่อยแล้วก็มีการเปิดขันหมาก  นับเงินสินสอดตรวจดูทองหมั้น  ครบตามข้อตกลงแล้วจึงเลี้ยงข้าวปลาอาหารแขกเหรื่อ  ถึงคราวที่ไข่เน่าต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้ว  ไข่เน่ารีบยกข้าวและกับข้าวมาวางเป็นหมู่ๆ ตามที่น้าจำลองสั่ง  และคอยดูว่าวงไหนขาดเหลืออะไร  ก็จะรีบเข้าครัว  ไปเอาสิ่งนั้นมาเพิ่มเติมให้

        ไข่เน่า  เอ็งเอาสำรับนี้ไปให้เจ้าบ่าว  เฉพาะเจ้าบ่าวจริงๆ  อย่าไปตั้งวงอื่นนะ พี่สมหมายกำชับไข่เน่า  แล้วแอบชำเลืองมองเจ้าบ่าว ยิ้มอย่างมีเลศนัย 

         ไข่เน่าไม่ได้สนใจท่าทีแปลกๆของพี่สมหมาย  ฉวยสำรับได้ก็ตรงลิ่วไปวางตรงหน้าเจ่าบ่าวทันที  แล้วเลี่ยงไปคอยปรนนิบัติอยู่ห่างๆ  เจ้าบ่าวกินข้าวได้ช้อนเดียวเท่านั้น  ก็ทำหน้าเหยเก  กวักมือเรียกไข่เน่าให้เข้าไปหา  แล้วถามว่า  ใครให้เอามาให้  ไข่เน่าตอบตามประสาซื่อว่าพี่สมหมาย  เขาพยักหน้าแล้วสั่งว่า ไปบอกเขาว่าแกงอร่อยทุกอย่างเลย  แต่พี่ขอแกงธรรมดาๆนะ  มีเปลี่ยนให้ไหม  เขายื่นแบ้งค์ใบหนึ่งมาให้  แล้วว่าพี่ขอซื้อ  ไข่เน่ารับคำพร้อมคว้าแบ๊งค์บาทจากมือเจ้าบ่าวไปให้พี่สมหมาย  สำรับแกงชุดใหม่จึงถูกยกมาสับเปลี่ยนให้  ถึงคราวยกอาหารหวานก็เช่นกัน  ในเม็ดขนุนพิเศษเฉพาะเจ้าบ่าวเต็มไปด้วยพริกขี้หนู  ซึ่งเจ้าบ่าวก็ต้องขอซื้อถาดใหม่เช่นกัน  ไข่เน่ามีหน้าที่ยกอย่างเดียว  ส่วนการซื้อขายก็เป็นเรื่องของพวกแม่ครัวเขา  ไข่เน่าไม่รู้อะไรด้วยเลย

         มีพิธีรดน้ำให้คู่บ่าวสาว  ซึ่งเป็นการรดน้ำจริงๆ  เหมือนรดน้ำนาค  เจ้าบ่าวเจ้าสาวเปียกปอนทั้งตัว  ต้องเปลี่ยนชุดใหม่ก่อนที่จะมีพิธีอย่างอื่นอีก

         ผู้คนที่มาในงาน  ต่างก็ให้ศีลให้พรคู่บ่าวสาว  พร้อมกับน้ำที่รดไปบนบ่าของคู่บ่าวสาว  มีแต่ตาโท้ขี้เมาเท่านั้น  ที่พึมพำอยู่ข้างเตาหุงข้าวว่า

        ล้างตีนขึ้นบ้าน  ไม่ต้องให้พรมันก็สบายอยู่แล้วละวะ