ไข่เน่าใช้คันเบ็ดตีน้ำเสียงดังตุ๋มๆ รัวถี่ เรียกปลาหมอไทย ที่ผุดอยู่รอบๆเรือให้มายังหลุมที่กำลังจะหย่อนเบ็ด ในใจก็นึกถึงความยากจนของครอบครัว แล้งหน้าจะต้องเข้าโรงเรียนแล้ว แต่ไข่เน่ายังไม่มีแม้แต่ชุดนักเรียน ผิดกับเพื่อนคนอื่น เขาหัดอ่าน กอเอ๋ยกอไก่กันแล้ว
ท้องนาเมื่อหน้าน้ำ มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นข้าวกับผืนน้ำอันเวิ้งว้าง ไปไหนมาไหนก็ต้องใช้เรือ ที่มีหญ้าขึ้นรกและน้ำไม่ลึกเกินไปก็ต้องถ่อ ที่น้ำเตียนและลึกก็ต้องพายต้องแจว บ้านของไข่เน่ามีแต่เรืออีโปง เป็นเรือที่ใช้โคนตาลขุด ทั้งหนักทั้งอืด แต่ก็ต้องจำทน เพราะความจนอีกนั่นแหละตั้งแต่เช้ามืดไข่เน่าใช้ดินเหนียวคลุกกับกากน้ำปลา ปั้นเป็นก้อน แล้วโยนทิ้งไว้ยังท้องนา ซึ่งมีต้นข้าวหนาแน่น ทิ้งไว้ตรงไหนก็ต้องทำเครื่องหมาย ใช้ใบข้าวผูกเป็นปมไว้ เป็นที่สังเกตทั้งของไข่เน่าเอง และคนอื่นๆ เมื่อเห็นปมใบข้าวก็จะรู้ว่าไข่เน่าจองไว้แล้ว ถ้าเห็นเศษผ้าผูกใบช้าวไว้ก็เป็นของไอ้เริงมัน ไม่มีการหากินซ้ำรอยกัน ทุ่งนาออกกว้างขวาง
สายเบ็ดถูกตอดหนักๆ และถูกดึงพาจนเฉไปจากแนวเดิม ทุ่นผักตบเล็กๆถูกดึงจมไปในน้ำ ไข่เน่ารอจนมั่นใจว่าเบ็ดเข้าปากปลาแน่แล้ว จึงวัดคันเบ็ดอย่างแรง ปลาหมอไทยตัวเขื่องติดเบ็ดขึ้นมาด้วย ต้องแกะเบ็ดออกจากปากปลาอย่างประณีต มิฉะนั้นเหงือกกะลาอันแหลมคมราวมีดโกน หรือแถวกระโดงครีบหลังที่แหลมเหมือนเข็ม จะต้องกินเลือดจากฝ่ามือและนิ้วอันบอบบางของไข่เน่าอย่างแน่นอน
ไข่เน่าวางมันลงเบื้องหน้า ใช้นิ้วกดหัวมันเบาๆ แล้วเลื่อนมือมากดเหงือกกะลาของมันอย่างชำนาญ ออกแรงบีบจนปลาอ้าปากหวอ แล้วแกะเบ็ดออก โยนมันลงในปีบที่เตรียมมา ปฏิบัติการนี้ช่างดูง่ายและเงียบเชียบ แม้น้ำรอบเรือก็ไม่กระเพื่อม หากมีเสียงดัง ปลาจะแตกตื่นไปที่อื่น ไม่ยอมกินเหยื่ออีก
ไข่เน่าเด็ดขาของปูนิ่มในกระป๋องใบเล็กๆ เกี่ยวเบ็ด โยนไปในน้ำดังเดิมอีก สายตาเพ่งมองทุ่นอย่างใจจดจ่อ หวังว่าจะมีปลาตัวอื่นๆมากินเหยื่ออีก
“ ช่วยด้วย !” เสียงผู้หญิงตะโกนทำลายความเงียบของท้องทุ่ง ฟ้าแสนใส ตะวันฉายแสงแรงร้อน ใบข้าวล้อลมเป็นคลื่น เสียงซู่ๆแผ่วเบา
ไข่เน่าทิ้งคันเบ็ด ลุกขึ้นยืน ชะเง้อมองข้ามใบข้าวไปยังลำราง ที่เป็นต้นเสียง ผู้หญิงคนนั้น ต้องการความช่วยเหลืออย่างแน่นอน เขาเห็นชายฉกรรจ์สองคนจ้ำเรืออย่างเร่งร้อน คนหนึ่งอยู่หัวเรือ อีกคนหนึ่งอยู่ท้ายเรือ ส่วนหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของเสียงนั่งกลางเรือ กำลังวิดน้ำออกจากเรืออย่างตั้งใจ ปากก็ตะโกน “ ช่วยด้วย ๆๆๆ”
“ นั่นมันพี่นง แม่ค้าก๋วยเต๋ยวนี่นา” ไข่เน่าคิด รีบเก็บเบ็ด ถ่อเรือสุดแรงเกิดไปบ้านผู้ใหญ่ผล
“ลุงผู้ใหญ่ๆ ” ไข่เน่าละล่ำละลักเรียก
“ พี่นงโดนฉุด ”
“ นงไหนล่ะ อีนงลูกไอ้ผูกหรืออีนงแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว” ผู้ใหญ่ผลถามเขา
“ นงแม่ค้าก๋วยเต๋ยว” เขาตอบ
“ ไหนเอ็งเล่าให้ฟังหน่อยซิ ” ลุงผู้ใหญ่ถามอย่างเห็นขำท่าทางตกใจของไข่เน่า
เมื่อไข่เน่าเล่าจบ ผู้ใหญ่ผลหัวเราะลงลูกคอ แล้วว่า “ เห็นทีพวกเราจะต้องอดกินก๋วยเตี๋ยวหมูอร่อยๆกันแล้วละ”
ยังไม่ทันจะว่าอย่างไรต่อ เสียงปืนก็ดังลั่นทุ่งมาอีกแล้ว คนกลุ่มใหญ่จ้ำเรือตรงมายังบ้านผู้ใหญ่ผล “ พี่ผู้ใหญ่เห็นคนฉุดอีนงมาทางนี้บ้างไหม ” พ่อของพี่นงถามทันทีที่โซ่เรือหย่อนลงกับลูกบันไดบ้าน เสียงดังกราวใหญ่ เรืออีกสามลำยังคงลอยลำรออยู่หน้าบ้าน “ ข้าขอแจ้งความ อีนงโดนฉุด สงสัยไอ้โพบ้านโคกเจ็ดลูก ”
ผู้ใหญ่ผลชี้มือมาทางไข่เน่า พลางตอบ “ ไอ้นี่มันเห็น ไหนเอ็งลองเล่าให้เขาฟังอีกเที่ยวหนึ่งซิ” ผู้ใหญ่ผลออกคำสั่งเอากับไข่เน่า เขาจึงต้องเล่าตามที่ตาตนเองเห็นอีกครั้ง
พ่อของพี่นงโกรธจนหน้าแดงกร่ำ “ ถ้าเช่นนั้นก็คงไม่ต้องตามมันแล้ว เลือดก้อนเดียวข้าตัดได้ ” แกพูดเสียงดังลั่น
“ ใจเย็นๆสิวะ ข้าว่าเด็กมันรักกัน ก็ปล่อยมันไปเถอะ ไม่ช้ามันก็กลับมาเองนั่นแหละ ” ผู้ใหญ่ผลตักเตือน
“ เห็นทีข้าต้องลา ไปโว้ยพวกเรากลับ ” ประโยคหลังแกหันไปตะโกนสั่งพรรคพวกที่ลอยเรือรออยู่
โจทก์ลงเรือนไปไกลแล้ว ผู้ใหญ่ผลจึงเปรยขึ้นว่า “ การฉุดกันนี่มีปีละหลายหน มีทั้งฉุดจริง ฉุดปลอม ฉุดจริงก็คือฝ่ายหญิงไม่ยินยอมพร้อมใจด้วย ฝ่ายชายจึงใช้กำลังฉุด สุดท้ายก็อยู่ด้วยกันจนมีลูกเป็นโขลง ฉุดปลอมก็คือฝ่ายหญิงยินยอมพร้อมใจด้วย แต่จะให้หอบผ้าตามไปก็อายชาวบ้าน จึงนัดแนะให้ฝ่ายชายมาฉุด บางครั้งพ่อแม่ของฝ่ายหญิงรู้เห็นเป็นใจด้วยก็มี เราเป็นผู้ใหญ่บ้านต้องมองให้ออก”
“ แล้วแกว่ากรณีอีนงนี่เข้าเกณฑ์ไหนล่ะ ผู้ใหญ่ ” เมียผู้ใหญ่ผลถามยิ้มๆ
“ กรณีหลัง พ่อแม่รู้เห็นเป็นใจด้วย ไอ้โพถึงจะยากจน แต่มันเป็นคนดี เอาการเอางาน วิธีนี้จึงเป็นทางออกที่ดีของทั้งสองฝ่าย
เรื่องของผู้ใหญ่ บางทีก็ซับซ้อนจนเด็กอย่างไข่เน่าไม่เข้าใจ ได้แต่ปลีกตัวลงเรือนมาอย่างเงียบๆ ถ่อเรืออีโปงออกไปตกปลาหมอไทยตามเดิม
ไม่นานนัก ข่าวการขอขมาก็กระจายไปทั่วทั้งคุ้งน้ำ พ่อพี่นงออกบอกงานเอง บอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เปี่ยมไปด้วยความสุข ผิดกับวันที่พี่นงโดนฉุดราวฟ้ากับดิน แกว่าไหนๆเรื่องก็ล่วงเลยมาแล้ว จะมัวโกรธขึ้งกันอยู่ทำไม ยอมรับความจริง และอยู่กับความจริงนั้นให้ได้ดีกว่า