บางครั้งไข่เน่าก็มองมันแบบชื่นชม มันงามสง่าน่าเกรงขาม นัยน์ตาสีตาปลาหมอตายบ่งบอกถึงความเป็นยอดนักสู้ ทุกครั้งที่เขาเอามือลูบคลำมันอย่างทะนุถนอมรักใคร่ ไข่เน่าคิดเสมอว่ามันเป็นเพื่อนที่ตนรักมากที่สุด ไอ้เหยี่ยวก็คงจะเหมือนกัน มันจะส่งเสียงกุกๆๆๆ เบาๆแทนคำทักทาย
ทุกครั้งที่พบกับไข่เน่า กรีดปีกลำพองเดินเข้าหาเขาอย่างสนิทสนม แต่บางครั้งเขาก็อดเป็นห่วงมันไม่ได้ ในสังเวียนของการต่อสู้ มีแต่ความเจ็บปวด เขาเลี้ยงมันมา เพราะมันเป็นเพื่อน ไม่ใช่ให้ไปจิกตีกับไก่ตัวอื่น
แล้ววันที่ไข่เน่าประหวั่นใจก็มาถึง พ่ออุ้มไอ้เหยี่ยวเข้าสังเวียน เป็นสังเวียนปล้ำไก่ ไม่มีเงินเดิมพัน เพียงแต่ต้องการดูแววของไก่ใหม่ๆ ว่าจะมีชั้นเชิงอย่างไร เป็นไก่ตั้ง หรือไก่ลง ตีไก่ถูกหรือไม่ หรือตีถูกแต่ปีกตัวเอง เป็นไก่ลำโตหรือไม่ บรรดาเซียนไก่จะนั่งล้อมเป็นวง พิจารณากันไป ไก่ก็ตีกันไป วิจารณ์กันไป บางทีก็เถียงกันล้งเล้ง มึงว่าไก่กู กูก็เลยด่าไก่มึง
วันนั้นไอ้เหยี่ยวได้คู่กับไก่ไม่เคยสังเวียนเหมือนกัน เป็นไก่เหลืองดอกโสน เพียงอันเศษๆไอ้เหยี่ยวก็จัดการไอ้ดอกโสน จนคอพับออกจากสังเวียนไป ไข่เน่าใจเต้นเหมือนตีกลองตลอดเวลาที่ไอ้เหยี่ยวพันตูอยู่กับคู่ต่อสู้ เหมือนถอดจิตเข้าไปใส่ไว้ในตัวไก่กระนั้น และเมื่อไอ้เหยี่ยวมีชัย เขากระโดดจนตัวลอย คอยเฝ้าไอ้เหยี่ยวไม่ห่างเลย มันยังส่งเสียงกุกๆๆทักทายกับเขาเหมือนเดิม
มันได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดอีกสี่ครั้งติดต่อกัน จึงเป็นที่มาของคำพูดของพ่อเมื่อตอนหัวค่ำ
พ่อจะขายไอ้เหยี่ยวไปแล้ว ค่าตัวที่ลุงรุนเสนอให้ อาจซื้อข้าวเปลือกได้เป็นเกวียน ครอบครัวก็จะกินกันอิ่มหนำไปทั้งปี เพื่อครอบครัวไข่เน่ายอมได้ทุกอย่างนั่นแหละ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ดึกมากแล้ว แต่เขายังนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด เหมือนพ่อจะรู้ว่าเขายังไม่หลับ และกำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่ จึงพึมพำมาจากอีกมุ้งหนึ่งว่า “ ขายให้ลุงรุนเขาไป ไอ้เหยี่ยวก็ไม่ได้ไปไหนไกล ก็อยู่ในหมู่บ้านเรานี้เอง คิดถึงมันก็เดินไปหามันได้” พ่อปลอบใจ แต่กระนั้นไข่เน่าก็ยังวิตกกังวล ลุงรุนจะรักไอ้เหยี่ยวเหมือนที่เขารักมันหรือเปล่า เพราะนักพนันทำได้ทุกอย่างเพื่อเงินเดิมพัน ไข่เน่าเคยได้ยินมาว่า เพื่อให้ไก่ตนเองแพ้ ถึงขนาดเอาเข็มปักโคนปีกเป็นสิบๆเล่ม ลุงรุนก็เคยทำมาแล้ว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> รุ่งเช้าไอ้เหยี่ยวได้โก่งคอขันบนคอนใต้ถุนกระต๊อบเป็นวันสุดท้าย ตกสายพ่อก็อุ้มไอ้เหยี่ยวไปให้ลุงรุน พร้อมรับเงินก้อนโต ไข่เน่าเดินตามไปส่งไอ้เหยี่ยวถึงบ้านลุงรุน ก่อนจากเขาลูบหลังมันอย่างอาลัย “ ทำตัวดีๆนะเหยี่ยว ลุงรุนเขาจะได้รักได้เมตตาเอ็ง” เขาหันหลังกลับพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ถึงแม้ไอ้เหยี่ยวจะเป็นของคนอื่นไปแล้ว แต่ในความรู้สึกของไข่เน่า ความเป็นเพื่อนมิอาจขีดคั่นกั้นกางได้ เขายังคงเทียวไปทักทายกับไอ้เหยี่ยวทุกวัน เสียงกุกๆในลำคอของไอ้เหยี่ยวก็ยังเหมือนเดิม มิตรภาพยังเหมือนเดิม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ไอ้เหยี่ยวถูกลุงรุนเคี่ยวกรำอย่างหนัก ทุกเช้าแกจะโยนมันลงไปในคลอง ให้ว่ายน้ำเข้าฝั่งเอง ทำเช่นนี้หลายรอบจนมันเหนื่อยหมดสภาพทุกวัน สายหน่อยมันถูกนำมาตากแดดจนหอบซี่โครงบาน เขาเฝ้ามองไอ้เหยี่ยวอยู่ด้วยความเป็นห่วง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ก่อนไอ้เหยี่ยวจะเข้าบ่อนเพียงวันเดียว ไข่เน่าเกาะสุ่มคุยกับมันอย่างเป็นกันเอง บอกกล่าวให้มันรู้ว่า “พรุ่งนี้จะต้องออกศึกใหญ่แล้วนะ รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีล่ะ อย่าประมาท เพราะมันหมายถึงชีวิตของเอ็งเชียวนะ ” แต่ไอ้เหยี่ยวยืนมองเขาอย่างสงสัย นัยน์ตามีฟองอากาศ ขนไม่มีมันเลย มันกระด้างผิดไปจากเดิม ไข่เน่าตะโกนบอกลุงรุนอย่างตกใจว่า “ ลุงรุน ไอ้เหยี่ยวมันเป็นหวัด ตาเป็นฟองเลย” </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ลุงรุนเดินมาพิจารณาไอ้เหยี่ยวอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบอกไข่เน่าว่า “ ไม่เป็นอะไรหรอก ธรรมดาของมันเป็นเช่นนี้เอง” เขาไม่ให้ความสนใจกับความวิตกกังวลของไข่เน่าเลย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> นับเป็นครั้งแรกที่ไข่เน่าเข้าไปในบ่อน นักพนันเดินกันขวักไขว่ บ้างก็กำลังเปรียบไก่ ที่ไก่ได้คู่แล้วก็ไปแจ้งเดิมพันกับนายบ่อน นายบ่อนก็จะแจ้งให้รู้ว่าชนที่สังเวียนไหน เป็นคู่ที่เท่าไร ในบ่อนมีหลายสังเวียน ถ้าเดิมพันน้อยๆก็ให้ไปชนสังเวียนนอก ถ้าเดิมพันมากๆก็ได้ชนสังเวียนกลาง ซึ่งมีอัฒจันทร์ให้นั่งดูโดยรอบ เงินเดิมพันก็คือเงินที่ทั้งสองฝ่ายลงไปคนละครึ่ง เช่นเดิมพัน หนึ่งหมื่นบาท ก็ลงไปคนละห้าพันบาท ฝ่ายใดชนะก็คว้าเงินก้อนนี้ไป โดยนายบ่อนจะหักค่าน้ำไว้ร้อยละห้า นอกจากเงินเดิมพันแล้ว ยังมีเล่นได้เสียกันข้างนอกอีกมาก ต่อรองกันตามความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายที่กำลังได้เปรียบก็ต้องต่อให้ฝ่ายที่กำลังเสียเปรียบ สามเอาสองบ้าง สี่เอาหนึ่งบ้าง แล้วแต่ความได้เปรียบมากหรือน้อย สามเอาสองหมายถึงฝ่ายต่อยอมเสีย ๓ ส่วน ถ้าไก่ที่ตนถือหางแพ้ แต่ถ้าชนะก็จะขอแค่สองส่วนเท่านั้น เช่นร้องต่อไปว่าเอาไอ้ไก่อูต่อสามเอาสอง คนรองขอรองไว้ ๒ ตำลึง ถ้าไอ้ไก่อูชนะฝ่ายต่อก็จะได้เงิน ๒ ตำลึงนั้นไป แต่ถ้าไอ้ไก่อูเกิดแพ้ขึ้นมาฝายต่อก็ต้องจ่ายเงินถึง ๓ ตำลึง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> วันนั้นคนเกือบทั้งหมู่บ้านตามแห่ไปช่วยเป็นกำลังใจ และขอแบ่งเงินเดิมพัน เพราะเชื่อในฝีตีนของไอ้เหยี่ยว ต่างบอกด้วยความกระหยิ่มใจว่า ไม่เกินสองอัน ก็ได้เงินไปฝากลูกฝากเมียแล้ว มีเพียงไข่เน่าเท่านั้นที่ตามมาด้วยใจเป็นห่วงไอ้เหยี่ยวจริงๆ เขาอยากทำอะไรต่อมิอะไรให้ไอ้เหยี่ยว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เท่าที่เด็กเล็กๆอย่างเขาจะช่วยได้ โดยไม่คิดถึงการพนัน เขาเกลียดการพนันเข้ากระดูก ไม่เพราะการพนันดอกหรือ เขาจึงต้องลงเรือเร่ร่อนมาจนถึงหมู่บ้านนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เลือกทำเลได้เหมาะใจแล้ว ลุงรุนสั่งให้ไข่เน่าเฝ้าไก่ไว้ “ อย่าให้ใครมาวางยานะ ระวังให้ดี ”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ไข่เน่ารับคำด้วยความเต็มใจ แม้ไม่บอกไข่เน่าก็จะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว ลุงรุนหายไปสักพักก็กลับมาพร้อมคนกลุ่มใหญ่ เขานำไก่สีเขียวมาเทียบ พิจารณาข้อได้เปรียบเสียเปรียบกัน เกี่ยงกันเพื่อให้ได้เปรียบคู่ต่อสู้มากที่สุด ไอ้เขียวตัวป้อมเป็นลูกมะพร้าว จับเต็มสองมือแถมยังเหลือแผ่นหลังอีก ๓ นิ้วมือ ไอ้เหยี่ยวจับหัวแม่มือเกย แต่ตัวยาวกว่า พิจารณาทั้งหมด ใบหน้ากร้านหรือไม่กร้าน คอใหญ่ คอยาว เรื่อยไปจนถึงเดือย กว่าจะตกลงกันได้ เกี่ยงกันไปมา ฝ่ายไก่เขียวเขาจะรุกเสีย</p>