สันติสุขบนโลกใบนี้..ไม่ได้เกิดจากการรับแต่ฝ่ายเดียว..หากแต่เกิดจากการให้และแบ่งปัน..ต่างหาก

วันนี้..มีเรื่องสบายๆมาเล่าให้ฟังค่ะ..เป็นเรื่องของลูกสาวของครูแอ๊วเอง..ถ้าบอกอย่างนี้กับนักเรียน.จะได้ยินเสียงเฮ..ขึ้นมาดังลั่นห้องเลยค่ะ..เด็กๆชอบมาก..เลยค่ะ..ขายกินได้เป็นตอนๆไม่รู้จบจริงๆ

ลูกสาวของครูแอ๊วตัวนี้เป็น..ลูกแมวสีเหลืองทอง..ที่หน้าตาก็งั้นๆในสายตาของคนทั่วไป..แต่น่ารักที่ซู้ดสำหรับแม่ของมัน..อิอิ

นี่คือหน้าตาของมันค่ะ..

ที่บอกว่าเด็กๆเมื่อเสร็จงานแล้วจะต้องขอให้คุณครูเล่าเรื่องลูกสาวตัวนี้ก็เพราะ..เด็กหญิงมอมแมมตัวนี้มันเป็นแมวที่มีพฤติกรรมประหลาดมาก..

ย้อนหลังไปประมาณ2 ปี  ..แมวน้อย..มอมแมม..ได้ชื่อนี้เนื่องจากคุณครูแอ๊วเห็นว่าหนูมักจะชอบมากินนมของเด็กที่โรงเรียนจนเสียเป็นลังๆ..ก็เลยคิดหาวิธีมากมายหลายวิธีก็ไม่สำเร็จเลยคิดเอากาวดักหนูมาวางไว้..แต่ปรากฏว่าเช้าวันต่อมา..พอจอดร๔ยังไม่ทันได้ลง..ก้ได้ยินเสียงเด็กๆวิ่งมาบอกว่าครูขา..มีแมวติดกาวดักหนูค่ะ..คุณครูแอ๊วได้ยินดังน้นก็เลยรีบลงไปอย่างเร็ว..ภาพที่เห็นน่าสงสารมาก..ลูกแมวตัวผอมตาโตนอนติดแหม็บอยู่กับถาดกาว..ครูรู้สึกเสียใจมากๆ..ตั้งแต่เกิดมายุงก็ไม่คิดจะตบเลย..แต่ต้องทำอย่างนี้เพราะต้องเล็งถึงประโยชน์ของเด็กก่อน..แต่เหมือนว่าเค้าจะให้เราทำวิธีที่ดีกว่านี้..เพราะพอครูเห็นภาพมอมแมมตอนนั้นแล้วมันรู้สึกผิดมากๆ..ครูรีบหาทางเอามันออกมาจากกาวอย่างทุลักทุเล..นักเรียนก็ช่วยคิดหาวิธี.แต่กาวนี้มันเหนียวจริงจริงต้องค่อยๆเลาะออกมาอย่างทนุถนอม..ท่าทางมันตกใจกลัวมากๆ..พอเอาออกมาได้ก็เอาตัวมันไปคลุกแป้งให้หายเหนียวแต่ก็ติดแป้งเลอะเทอะไม่ต้องพูดถึงว่าชุดครูนี่เลอะไปหมด..ตอนนั้นไม่สนใจแล้ว..ช่วยจนมันค่อนข้างตัวหายเหนียวก็ปล่อยมันหลบใต้โต๊ะ..คิดนานมาก..ด้วยความสงสารจับใจ.ก็เลยกะว่าแม่จะดุยังไง.ก็ต้องเอากลับไปเลี้ยงที่บ้านดีกว่าให้มันอยู่ที่โรงเรียนเพราะกลัวมันจะอดตาย..และที่สำคัญรู้สึกผิดมากๆเลย..เลยเอาใส่ครูกลับบ้าน..พอกลับบ้าน..พี่ที่บ้านก็เลยพามันไปอาบน้ำ..ถูสบู่ซะตัวหอม..และขูดกาวที่ติดตัวจนตัวแดง..และตัดขนที่ติดกาวออก..ไม่ต้องบอกก็พอคาดเดาได้ว่า..สารรูปแย่มาก..ตามันก็โล่ๆเบิกๆตลอดเวลา..ตอนแรกแม่และทุกคนในบ้านบอกว่าให้มันไปอยู่ที่โรงเรียนเพราะที่บ้านก็มีหลายตัวแล้ว..แต่ก็อ้อนเอาจนได้..แล้วหลังจากนั้น...ความผูกพันธ์ก็มีมากขึ้น..ทั้งเขาทั้งเรา..จากแรกๆมันไม่ให้อุ้มเลย..แอบซ่อนตลอดจนกระทั่งค่อยๆให้เราอุ้ม..แล้วก้ติดเรามาก..จนกระทั่งได้เป็นสมาชิกตัวหนึ่งในบ้านในฐานะลูกสาว..สุดที่รัก..แต่ไม่นานมันก็เป็นโรคกระดูกอ่อนไม่มีแรงเพราะขาดสารอาหารตั้งแต่เล็ก...จนต้องรีบพาใส่ตะกร้าไปหาสัตวแพทย์ที่เมือง..สู้มาก..พอหมอตรวจหมอก็บอกว่า..ดีนะที่รีบพามา.ถ้านานกว่านี้มีสิทธิ์ตายได้..แต่ตอนนี้หมอก็ยังไม่รับประกันว่าจะแข็งแรงได้เหมือนแมวตัวอื่นทั่วไป..ยาที่คุณหมอให้มาก็เยอะหลายชนิดมีทั้งยาเม็ดและ ยาที่ต้องป้อนด้วยสลิง  น้ำมันตับปลา..ต้องป้อนทุกเช้าเย็นเหมือนลูกน้อยทุกวัน..จนรู้สึกว่ารักเหมือนลูกเลย..และต่อมามันก็เดิน วิ่งได้เหมือนแมวทั่วๆไป..รู้สึกดีใจมากๆ..ที่มันไม่ตาย..

ด้วยความที่เป็นแมวที่ไม่แข็งแรง..ก็ต้องอยู่แต่ในบ้านเพราะข้างนอกมีทั้งหมาแมว.หลายตัว..กลัวจะถูกเค้ากัดตาย..

นอนก็เลยต้องนอนด้วยกัน..เค้าจะต้องนอนเอาตัวแนบกับตัวเรา..มานอนบนอกแล้วก็หลับ.ไปด้วยกัน.นอนในผ้าห่มเดียวกัน..ตื่นก็ตื่นด้วยกัน..แม่อาบนำก็มานอนเฝ้าหน้าห้องน้ำทุกวัน..แม่เข้าห้องน้ำก้ต้องเข้าไปด้วย..ไม่งั้นก้จะเคาะประตูอยู่นั่นหล่ะ..ตื่นเช้ามาแม่นั่งกินกาแฟก้จะมานั่งเล่นหางตัวเองให้แม่ดู..แม่หัวเราะก็ชอบใจ..ต้องแสดงให้ดูทุกวัน..เวลานั่งทำงานก้จะมานั่งบนตัก..บางทีก็แย่งกดแป้นพิมพ์ตาม..ตอนเช้า..แม่หายไปตักบาตรข้างนอกก็ร้องหา..พอเราขานรับก้วิ่งมาหา..เราหายไปก็ร้องตามอีก..จนคนในบ้านเป็นอันรุกันว่าสุดสวาทขาดใจ..บ้ากันทั้งแม่ทั้งลูก..

เรื่องของมอมแมมนี้..ขายได้มา2 ปีเท่าอายุของมอมแมม..เด็กๆทุกรุ่นชอบมาก..เวลาครูเล่าก็ต้องทำเสียงมอมแมมด้วย..เด็กๆชอบมาก..พากันอยากมาเจอมอมแมม..ตัวจริง..ครูก็ใช้วิธีนี้สอนเรื่องการรัก..และเมตตากับสัตว์..ว่า..เรารักเขา..เขาก็รักเรา..สรรพชีวิตรับรู้ถึงกระแสความอ่อนโยนของจิตใจได้..แล้วก็สอดแทรกจากเรื่องที่เคยอ่านมาว่า..ใครไปไหน..มาไหน..ไม่ค่อยพบอันตรายจากสัตว์แสดงว่าเขารับรู้ถึงกระแสความอ่อนโยนของเราได้..เค้าก็จะเป็นมิตรกับเรา..เช่นห้องเรามีนกมีผีเสื้อ..ชอบมาอยู่แสดงว่า..สถานที่ใดมีกระแสความเมตตาอบอวล..สัตว์มันก้อยากมาอยู่ที่ๆปลอดภัยกับมัน..อันนี้ต้องบอกว่าแต่ไม่อนุญาตให้งูและสิ่งมีพิษมาอยู่นะคะ.อิอิ

เด็กๆก็จะแย่งกันบอกว่าหนูก็รักและเมตตากับสัตว์ค่ะ..และสัตว์มันก็รักหนู..(อย่างนี้ ฯลฯ ค่ะ..) ครูก็ให้เด็กๆค่อยๆเล่าให้ฟังทีละคน..จะสังเกตว่าแววตาของเด็กเวลาเค้าเล่าจะเป็นประกายด้วยความสุขและเอ็นดูสัตว์เลี้ยงของเค้ามาก..ครูฟังแล้วก็ปลื้มที่เรื่องของมอมแมม..จุดประกายถึงความรักและเมตตาต่อสัตว์.ให้แก่เด็กๆ..จนทุกวันนี้..ก็ต้องพยายามเก็บเล็กเก็บน้อยเรื่องของมอมแมม..และสัตว์ที่พบเห็นมาเล่าให้เด็กฟัง..และก็สังเกตพฤติกรรมเวลาที่เด็กๆเห็นแมวหมาที่โรงเรียนผอมโซก็จะขอเอานมไปเทใส่ถ้วยให้มันกิน..เราทุกคนในห้องรู้สึกว่า..การที่เราได้ร่วมแบ่งปันสิ่งที่เรามีให้กับสัตว์ที่อดอยาก..เท่าที่เราทำได้ไม่ยากเย็น..แต่เรากลับได้ความสบายใจได้ความสุขอย่างมากมาย..

และสุดท้ายคุณครูไม่ลืมที่จะย้ำว่า..เราไม่ควรลืมว่า..

สัตว์ทุกชีวิตบนโลกต่างก็ต้องการความรัก..ความเมตตา..และมีสิทธิ์อยู่บนโลกใบนี้..อย่างเท่าเทียมกันกับเรา...

สันติสุขบนโลกใบนี้..ไม่ได้เกิดจากการรับแต่ฝ่ายเดียว..หากแต่เกิดจากการให้และแบ่งปัน..ต่างหาก