วันที่ 21 ก.ย. ตอนเช้าไปรับ order ที่ ward เหมือนเคยและต้องไปสอนพ่นยา ventolin คนไข้ผู้หญิงสุงอายุคนหนึ่ง ขอเรียกคุณยายนะคะ ก่อนอื่นแนะนำตัวว่าจะมาทำอะไร และถามคุณยายว่าเคยใช้หรือเปล่ายายบอกเคยใช้ซื้อที่ร้านขายยาเวลาหอบเราเลยให้คุณยายทำให้ดูก่อนโดยไม่พูดอะไร
จากนั้นสิ่งที่เหมียวแก้ไขมีดังนี้ค่ะ
1.สอนคุณยายเปิดฝายาพ่นก่อนทำการพ่นและให้ตั้งที่กดขึ้น(แอบยิ้มตอนคุณยายไม่เปิดฝา ขอโทษนะค้าอดไม่ได้)
2.สอนให้รู้จักจังหวะการกดและสูดหายใจ
3.ทบทวนลองทำ 2 ครั้ง กำชับญาติและคุณยายว่าถ้าพ่นเองที่บ้าน 3 ครั้งไม่ดีขึ้นมารพ.เลยค่ะ เพราะได้เรียนรู้จากคนไข้ case ที่ผ่านมาบางคนพ่นจนกว่าจะหายหอบ ทนไม่ไหวถึงมารพ. เฮ้อ รึว่าเราพูดคนเดียวมากเกินไปไม่ให้โอกาสคนไข้พูดหรือเปล่า (ทวนกลับตอนนั้นก็ถูกแต่กลับบ้านทำอีกอย่างน่ะค่ะ ใครมีทริกดีๆเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ)
ที่ดีใจก็คือคุณยายยิ้มแย้มจับไม้จับมือขอบคุณใหญ่เลยที่ยอมฟังเรื่องที่คุณยายบ่นและมาสอนพ่นยา ทั้งที่เป็นเรื่องปกติสำหรับเราต้องไปสอนแต่เป็นความสุขในความปกติที่อยากเล่าค่ะ
ดีมากเหมียว
คนวัยเดียวกันย่อมเข้าใจกันดีอยู่แล้ว (หมายถึงเหมียวกับคุณยาย)
ล้อเล่นนะ ทำงานด้วยใจย่อมมีความสุขอยู่แล้ว
เวลาทำไม่ได้หวังให้เค้ามาไหว้หรือขอบคุณ แต่เวลาคนไข้ทำอย่างนั้นกับเราก็รู้สึกปลื้มใจนะ อย่าน้อยก็รู้สึกดีที่เค้าเห็นคุณค่าสิ่งที่เราทำลงไป ^ ^
สู้ต่อไปเำภสัชกรสาว(สวย)
สวัสดีแต๋ม ดีใจมากที่เพื่อนมาอ่านเราทุก blog เลยขอบคุณสำหรับความเห็นดีๆ และเราก็มีความสุขมากที่ได้เป็นเพื่อนแต๋ม
วันนี้เจอ case ที่ OPD ถามว่ายายพ่นเป็นหรือเปล่า ยายบอกเป็น เคยมาเอาแล้วหลายหลอด ปรากฎว่ายายพ่นแบบอ้าปากแล้วพ่นเหมือนน้ำยาดับกลิ่นปาก 3 จึ้กควันขโมงค่ะ 555 เลยต้องเริ่มเรียนรู้กันใหม่จ้า
ดีแล้วแหล่ะน้องเหมียว ที่ถามเค้าก่อนน่ะ
เราจะได้รู้ไง ว่าเค้าทำเป็นจริงรึเปล่า?
เพราะส่วนมากก็จะไม่เข้าใจกัน โดยเฉพาะเด็กๆกับญาติ
ที่ ward เด็กก็เจอบ่อยนะ...พี่โอ๋
ขอบคุณที่พี่โอ๋ที่มาอ่าน และ comment ให้ เป็นกำลังใจอยากกลับมาเขียนอีกหลังห่างหายไปนาน