เห็นอนาคตชาติเราค่อนข้างชัด ว่าจะอยู่กันอย่าง ทุกข์มาก สุขน้อย ไปเรื่อยๆเป็นแน่แท้

    เมื่อวาน 21 กย. 50 เป็นวันศุกร์ ผมมีสอนเช้า บ่าย ค่ำ รวม 9 คาบ และมีการนัดประชุมซ้อนกันสองที่เวลาเดียวกันคือบ่ายสองโมง 
    ช่วงเช้าสอนปี 1 เอกเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา วิชาการใช้และบำรุงรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีฯ  ผิดหวังมากที่การนัดหมายเรื่องนำเสนองานไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน  ถ้าเป็นนักศึกษารุ่นเก่าๆ  จะไม่มีทางเป็นเช่นนั้น รายละเอียดขอข้ามไปก่อน แต่สรุปได้ว่า 20-30 ปีที่ผ่านมา ผมเห็นได้ชัดว่า ตัว Input คือนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่เราสัมผัสนั้นเปลี่ยนไปมาก และอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง  ไม่ว่าเราจะใช้สติปัญญา ใช้กลยุทธ์อะไรก็ตามที่คิดว่าใช่ ว่าเหมาะมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ก็มิอาจทำให้เขา สนใจใฝ่รู้ หรือ รับผิดชอบ งานที่มอบหมายได้อย่างที่เคยเป็น ผมเคยคิดว่าน่าจะมีทางจัดการได้ แต่นับวันดูจะต้องยอมแพ้มากขึ้นเรื่อยๆ .. คงต้องใช้อุเบกขาธรรมให้มากขึ้น  ก็ระบบครอบครัว สังคม และการศึกษาในระดับอนุบาล ประถม มัธยม เขาบ่มเพาะจนมีลักษณะอันไม่พึงปรารถนาเข้ากระดูกเสียแล้ว .. ผมคงไม่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ เปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก ยิ่งมาเจอนโยบายการรับไม่อั้น เพราะการแข่งขันสูงจนแบบแทบไม่ต้อง Screen กัน แถมต้องพยายามรักษาปริมาณให้คงอยู่ด้วยแล้วล่ะก็  ยิ่งทำให้เห็นว่า การสร้างคนคุณภาพน่าจะทำได้แค่ฝันเสียมากกว่า
     ที่ผ่านมา นักศึกษา 1 ห้อง 30-50 คน บางทีเราได้คนที่ ใช่ เพียงไม่เกิน 3 - 5 คนก็มี  เห็นสภาพเช่นนี้แล้ว ที่ว่าเหนื่อยกายนั้นดูจะเบาไปเลย  เพราะความหนักใจ เหนื่อยใจ แทนประเทศไทยในอนาคตนั้น เข้มข้นเหลือเกิน ยิ่งเพิ่งกลับมาจากเวียดนาม ได้เห็นความมีวินัย  ความความขยันหมั่นเพียร ความใฝ่รู้ สู้งานในเยาวชนของเขาแล้ว  ยิ่งทำให้แทบหมดแรงครับ .. เห็นอนาคตชาติเราค่อนข้างชัด ว่าจะอยู่กันอย่าง ทุกข์มาก สุขน้อย ไปเรื่อยๆเป็นแน่แท้
     ช่วงบ่ายค่อยคลายเหนื่อย เพราะสอนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับครู มีนักศึกษาหลายเอกเรียนร่วมกัน ได้เห็นนักศึกษา บางส่วน ตั้งใจทำงานที่มอบหมาย เห็นความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น ก็ดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ไปได้  มีการนัดหมายว่า ขอให้เลื่อนการประชุมนำเสนอผลงานของทั้ง 3 หมู่เรียน จาก 27-28 กย.50 ไปเป็นอาทิตย์ที่ 30 กย.50 แทน ก็ผมมีนัดสำคัญกับงาน KM ที่มน.นี่ครับ ต้องไปสอนวันอาทิตย์ก็ยอม  เห็นหรือยังว่าพลังของ KM และ G2K มีมากแค่ไหน  จนกระทั่งบ่ายสองโมงจึงลงไปประชุม 2 เรื่อง 2 วง ในเวลาเดียวกัน
     วงแรกเป็นการประชุมซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมความพร้อมเรื่องการอบรมครูต่างชาติตามหลักสูตร 20 ชั่วโมงของคุรุสภาโดยมีท่านคณบดี ผศ.จำรัส  มีกุศลเป็นประธาน  วงสองคือการประชุมอาจารย์เทคโนโลยีการศึกษาเรื่องการจัดผู้สอนในรายวิชาที่มีเปิดมากมายในเทอมหน้า .. ก็ให้วงสองเขาว่าไปก่อน  พอใกล้จบจากวงแรกผมก็เข้าไปแจมและก็ไม่ได้มีอะไรเป็นปัญหา ได้ภาระงานออกมาว่าเทอมหน้างานสอนก็ยังก็หนักพอสมควร ภาคปกติ 2 วิชา 15 คาบ / สัปดาห์ รวมภาคนอกเวลาอีก 3 คาบ ก็เป็น 18 พอๆกับเทอมนี้ครับ
    
      วันนี้ 22 กย. 50 จัดการกับภารกิจส่วนตัว และพักผ่อนด้วยการนอน ชดเชย และเข้าไปอ่านบันทึกของญาติๆ G2K เล็กน้อย รับโทรศัพท์จากสหายคู่ชีพ อ.ชัยรัตน์ กันตะวงษ์ จาก มรภ.สุราษฎร์ธานี ดีใจที่ทราบว่า Prof.Dr.Kevin Laws จาก U. of Sydney ที่กลายเป็นญาติของผมไปด้วยแล้ว มาอยู่ที่สุราษฎร์จนถึงอังคารหน้า .. นอกจากหวังจะได้ดูแลท่านตอนเข้ากทม.แล้ว ก็อุ่นใจว่าคงได้ถามไถ่เรื่องที่ผมจะต้องเป็นวิทยากรอบรมครูต่างชาติ เรื่องมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพครู รวมทั้งเรื่อง พรบ.ครู ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าด้วย .. กลัวมากอยู่เหมือนกันว่าจะทำได้ไม่ดี เพราะเป็นกลุ่มแรกที่สมัครมาเข้าหลักสูตรนี้กับเรา .. ผมคงต้องแปลเอกสารภาษาไทยที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว  ด้วยเวลาและความสามารถที่จำกัด ผมได้ Search หาข้อมูลเรื่องดังกล่าวของต่างประเทศที่เป็นภาษาอังกฤษสะสมไว้แล้วพอสมควร เพราะหลายอย่างเป็นมาตรฐานที่ตรงกันทั่วโลก ศัพท์เฉพาะที่เป็น Technical Terms ทั้งหลายก็ต้องใช้ร่วมกันอยู่แล้ว .. ขืนแปลแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ เดี๋ยวก็ได้ตกม้ากันบ้างเป็นแน่ .. สาธุชนพึงระวัง!  
     ตกเย็นเพื่อนซี้อีกคน จากมรภ.สกลนคร อ.สุนทร  ชัยชนะ ผอ.สำนักวิทยบริการ  โทรมาคุยเรื่องสัพเพเหระ ว่ากันร่วมครึ่งชั่วโมงก่อนที่ผมจะเข้ามาสะสางงานที่คณะตอนหัวค่ำวันนี้ .. แล้วผมก็ตั้งใจเหลวไหล มานั่งเขียนบันทึกนี้จน 3 ทุ่มแล้ว .. ก็ผมอยากพักผ่อนนี่ .. จะวุ่นอะไรกันนักหนา  พรุ่งนี้ยังไม่รู้จะมีมาหรือเปล่า .. วันนี้ผมต้องไม่เป็นทุกข์ .. คิดเช่นนี้แหละครับ ทำได้แค่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง
     แล้วพรุ่งนี้ 23 กย. 50 ล่ะ ? … ถ้ามันยังมีมา ผมมีนัดให้นักศึกษาเอกเทคโนฯปี 1 มานำเสนองาน หลังจากที่เขาเบี้ยวผม ในเวลาเรียนปกติเมื่อวันศุกร์ครับ .. ส่วนตอนบ่ายต้องไปงานเผาศพ ผู้ที่นับถือกันเหมือนน้องชาย อ.ทศพร ธาราศักดิ์ ที่ด่วนจากไปด้วยวัยเพียง 52 ปีเศษ .. คิดแล้วใจหาย เคยไปตระเวณ Australia ด้วยกัน เดินผ่านทีไรเป็นยกมือไหว้ .. “ สวัสดีครับพี่ “ สม่ำเสมอ .. หลับเถิดน้อง  พรุ่งนี้พี่จะไปส่ง  และที่แน่ๆ พี่ก็จะตามไปเหมือนกัน  เพียงแต่ยังไม่รู้วันไหนเท่านั้นเอง !