ท่านถามผู้เขียนว่า ทำอย่างไรจึงจะทำให้คนพม่าเข้ามาเรียนที่สถาบันราชภัฏได้...

พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องการช่วงชิงความเป็นเลิศทางด้านฮับสุขภาพในอาเซียนระหว่างสิงคโปร์กับไทยมาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตผู้ช่วยพยาบาลพม่ามาฝากครับ...

รายได้บุคลากรสุขภาพในสิงคโปร์สูงมากจนเป็น 1 ในดินแดนแห่งความฝันของผู้ช่วยพยาบาลพม่าทีเดียว พระภิกษุพม่ารูปหนึ่งเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า

วัดพม่าในสิงคโปร์มีการใส่บาตรในวัด(กฏหมายที่นั่นห้ามขอทาน และห้ามพระบิณฑบาตด้วย)... คนใส่บาตรก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หมอกับพยาบาลทั้งนั้น

หนังสือพิมพ์เมียนมาร์ไทมส์รายงานว่า คนพม่านิยมเรียนผู้ช่วยพยาบาล และผู้ช่วยเภสัชกรมากขึ้นเรื่อยๆ ยอดนักเรียนปีนี้ (2550) สูงกว่าปีกลาย (2549) ถึง 4 เท่า

ปีกลายนี้ (2549) มีโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาลในย่างกุ้ง 3 แห่ง ปีนี้ (2550) เพิ่มเป็น 20 กว่าแห่ง

ดอว์(คุณป้า) เข่ง มยะ มยะ ตุน เลขานุการโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาลอ่อง เซตจาในย่างกุ้งกล่าวว่า โรงเรียนอ่อง เซตจามีสาขาทั่วประเทศ 13 แห่ง นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยจากรัฐชิน และฉาน(ไทยใหญ่)

อู(คุณลุง) จอ จอ นาย แห่งโรงเรียนพยาบาลอ่อง ชาน ตา ในย่างกุ้งกล่าวว่า นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยจากรัฐกะยิน ฉาน และยะไข่

ดอว์(คุณป้า) ฏิน เอย์ โป เลขานุการโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล YWCA กล่าวว่า โรงเรียนของท่านเน้นคุณภาพ จึงรับนักเรียนที่จบเกรด 10 (มัธยมปลาย)ขึ้นไป

หลักสูตรที่ YWCA นาน 7 เดือน ส่วนที่อื่นนาน 3 เดือน ทำให้นักเรียนที่ YWCA น้อยลง ท่านบอกว่า สมัยนี้ใครๆ ก็ต้องรีบๆ เรียนให้จบ จะได้ไปหากินเร็วๆ กันทั้งนั้น

ค่าเล่าเรียนที่ YWCA เท่ากับ 20,000 จัต (512.82 บาท) ค่าเล่าเรียนที่อื่น 80,000 จัต (2,051.28 บาท - คิดที่ 39 จัต/บาทจากข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนของ www.irrawaddy.org ณ วันที่ 20 กันยายน 2550)

มะ(น้อง) โม โม อายุ 22 ปี เรียนจบปริญญาตรีสาขาเคมีจากมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง หันมาเรียนต่อผู้ช่วยพยาบาลแทนการหางานนักเคมี (งานนักเคมีอาจหาง่ายกว่างมเข็มในมหาสมุทรนิดหน่อย)

คุณพ่อคุณแม่ของมะ)น้อง)โม โม เป็นชาวนาในเมืองตันบิวซายัท รัฐมอญสนับสนุนให้เธอไปทำงานในสิงคโปร์ ซึ่งมีรุ่นพี่ไปทำงานที่นั่น

มะ(น้อง)โม โมกล่าวว่า ความใฝ่ฝันของเธอคือ การได้ไปทำงานผู้ช่วยพยาบาลในสิงคโปร์ ซึ่งคงจะเก็บเงินได้เดือนละ 400,000 จัต (10,256.41 บาท)

ความใฝ่ฝันที่สูงไปกว่านั้นคือ การเรียนต่อพยาบาลในสิงคโปร์ หลังจากนั้นจึงจะกลับบ้าน

สิงคโปร์เป็นสวรรค์น้อยๆ ที่วิศวกรจบใหม่จากพม่านิยมไปเรียนในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง จบแล้วก็หางานทำต่อในสวรรค์บนดินเลย

ผู้เขียนมีโอกาสไปร่วมประชุม km เชียงใหม่ที่สถาบันราชภัฏเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ มีคนเล่าให้ท่านอธิการบดีฟังว่า คนไทยใหญ่จากรัฐฉานนิยมเข้ามาเรียนต่อที่วิทยาลัยในเมืองแม่ฮ่องสอนของไทย

ท่านถามผู้เขียนว่า ทำอย่างไรจึงจะทำให้คนพม่าเข้ามาเรียนที่สถาบันราชภัฏได้... ผู้เขียนขอตอบตรงนี้ว่า สถาบันราชภัฏน่าจะเปิดคณะพยาบาล สอนทั้งพยาบาลปริญญาและผู้ช่วยพยาบาล

หมอและพยาบาลพม่าจำนวนมากอยากเข้ามาทำงานในไทยเหมือนกัน... ถึงแม้สิงคโปร์จะให้เงินเดือนมาก ทว่า... ถ้าทำงานหมอหรือพยาบาลวิชาชีพ(ปริญญา)แล้ว ต้องเริ่มต้นเรียนกันใหม่หมด

ความทุกข์ของคนพม่าในสิงคโปร์นั้นคงไม่เหมือนชาติอื่นในโลก เพราะคนพม่าชอบใส่บาตรหน้าบ้านตอนเช้า ซึ่งทำในสิงคโปร์ไม่ได้ (ทำได้เฉพาะในเขตวัด) คนพม่าจึงอยากเข้ามาเรียนต่อพยาบาลในไทย

นักศึกษาต่างชาติจำนวนมากมายอยากเข้ามาเรียนพยาบาลในเมืองไทย... การเปิดคณะพยาบาลหลักสูตรนานาชาติจะมีส่วนเสริมสร้างให้เมืองไทยเราเป็นศูนย์กลาง(ฮับ)ทางด้านการศึกษา และเสริมแรงให้ไทยเป็นฮับทางด้านสุขภาพของอาเซียนได้...

<p>ข่าวประกาศ...                                                  </p>

ข่าวประกาศ...                                                  

  • บล็อก "บ้านสุขภาพ" มีนโยบายที่จะไม่ตอบปัญหาสุขภาพ เนื่องจากผู้เขียนตั้งใจจะเปลี่ยนงาน(กำลังขอย้ายไปทำงานที่ศูนย์แพทย์ชุมชน / CMU โรงพยาบาลห้างฉัตร) มีงานมาก อินเตอร์เน็ตลำปางช้า+หลุดบ่อย และใช้เวลาเตรียมเขียนเรื่องใหม่+แก้ไขคำหลัก (keywords) ย้อนหลัง

ขอแนะนำ...                                                    

    แหล่งที่มา:                                      

</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></font></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></font></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span><ul>

  • Thanks Myanmar Times > Khin Su Wai > Private nursing schools booming > [ Click ] > Myanmar Times. Vol.19 No. 370 > June 11-17, 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพ มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 20 กันยายน 2550.
  • </ul>