เมื่อสังเกต ก็มักจะเห็นปัญหาจากสิ่งที่สังเกต  ทั้งนี้ก็เพราะว่า  ในธรรมชาติ (1) มีความสัมพันธ์ (2)มีการเปลี่ยนแปลง

ท่านลองมองออกไปนอกถนนซิ แล้วท่านจะเห็นเหตุการณ์ต่างๆมากมาย  เช่น เห็นหญิงสาวเดินกางร่ม, คนเดินไปมาอย่ารีบเร่ง ฯลฯ  ท่านจะเห็นว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรหนึ่งกับอีกตัวแปรหนึ่ง  คือ หญิงสาวเดินกางร่ม สัมพันธ์กับ แดดจ้า, การเคลื่อนที่ของคน สัมพันธ์กับ เป้าหมายของเขา,  การเคลื่อนที่ไปมาก็คิอการเปลี่ยนแปลง; ปัญหาเกิดขึ้นได้ก็เพราะมองเห็นความสัมพันธ์เหล่านี้  คนที่มองเห็นก็จะเกิดข้อสงสัย  เกิดคำถาม  คนที่จะเป็นนักวิจัย เป็นนักวิทยาศาสตร์  หรือเรียนปริญญาโท,เอก,ที่ต้องทำวิจัยจะต้องเป็นคนพวกนี้  จะเรียกว่าพวกขี้สงสัย ก็ได้ ครับ;  คนที่มองไม่เห็น ฝึกเท่าไรก็มองไม่เห็น ก็อย่าไปเป็นนักวิจัยเสียก็หมดเรื่อง มีอาชีพอื่นอีกมากมายที่มีความสุขได้  จริงไหมครับ

คนที่มองเห็น  ก็จะตั้งคำถามในใจว่า : แสงแดดเป็นสาเหตุทำให้หญิงสาวกางร่มหรือไม่?  เป้าหมายของแต่ละคนเป็สาเหตุจูงใจให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างเร่งรีบหรือไม่?  ฯลฯ  คำถามประเภทนี้แหละครับที่เรียกว่าปัญหาการวิจัย

หรือแม้แต่คำถามที่ว่า: ทำไมหญิงสาวเหล่านั้นจึงต้องกางร่ม ? ทำไมพวกเขาจึงเดินรีบเร่ง?  ก็เป็นคำถาม  แต่ไม่ใช่คำถามของการวิจัย 

คำถามการวิจัยที่ดีจะต้องถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างต้วแปรกับตัวแปร  ดังเช่นในคำถามกลุ่มแรก : แสงแดด กับ พฤติกรรมกางร่ม,  เป้าหมาย  กับ  พฤติกรรมการเดิน ,  แต่กลุ่มหลังมีตัวแปรเดียว: พฤติกรรมกางร่ม, พฤติกรรมการเดินรีบเร่ง.

ผู้ที่กำลังหาหัวข้อวิทยานิพนธ์อยู่  แต่นึกหัวข้อปัญหาไม่ออก  ลองฝึกซิครับ ต้องทำได้  ท่านต้องทำได้  ไม่ต้องวิ่งไปขอความรู้จากใครให้เสียเวลาหรอกครับ  ได้แล้วจะคุยกับผมก็ไดนี่ครับ ไม่ต้องเกรงใจ.

นี่คือขั้นตอนที่หนึ่งของการวิจัยเชิงประจักษ์