หลังพักรับประทานอาหารว่าง เราใช้ห้องประชุมใหญ่ข้างๆ เป็นพื้นที่สำหรับให้ผู้เข้าประชุมได้เรียนรู้ขั้นตอนการออกกำลังกาย ตั้งแต่วิธีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การ warm up – ออกกำลังกาย – cool down
อาจารย์สมนึกให้มีการจับชีพจรขณะพัก คำนวญ HRmax ให้ลองออกกำลังกายโดยเริ่มจากเดินช้าๆ แล้วเร็วขึ้นจนวิ่ง เมื่อเริ่มเหนื่อยก็ให้เพื่อนจับชีพจรให้และบันทึกไว้ (จับคู่สลับกันทำ) แล้วออกกำลังต่อจนค่อนข้างเหนื่อยก็ให้เพื่อนจับชีพจรอีกครั้ง แล้วผ่อนการออกกำลังกายลงจนหยุด
จับคู่ -จับชีพจร |
ต่อจากนั้นทุกคนกลับมารวมกันในห้องประชุมของเรา ลองเอาข้อมูลชีพจรของแต่ละช่วงมาคำนวณ %HRmax ให้เห็นจริงว่าตอนพักเป็นกี่% เมื่อเริ่มเหนื่อยเป็นกี่% ค่อนข้างเหนื่อยเป็นกี่% อาจารย์สมนึกทบทวนหลักการ เช่น การนับเวลาที่ออกกำลังกาย ต้องนับเฉพาะช่วงที่ออกกำลังกายแท้จริง (HR ถึง target ที่ตั้งไว้) ความหนักถ้าต้องการออกกำลังกายเพื่อลดไขมันหรือเพื่อความฟิต เป็นต้น
ผู้เข้าประชุมมีคำถามแบบที่ฟังแล้วเห็นภาพว่าคนที่จูงหมาเดินทุกๆ วันเป็นการออกกำลังกายไหม คนที่จูงวัวไปเลี้ยงวันละ ๓ กม. เป็นการออกกำลังกายหรือไม่ คำตอบก็คือไม่ใช่ เพราะเบาไป ไม่นานพอเนื่องจากมีการหยุดเป็นช่วงๆ (ตามหมาและวัว) แต่เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายทำให้มีการใช้พลังงาน เราคิดกันสนุกๆ ว่าอย่างนั้นต้องพาวัวเดินอ้อมไปไกลๆ ต่อเนื่องอย่าให้เจอหญ้าจนกว่าจะได้ ๓ กม.
๑๖ น.กว่าเล็กน้อยเป็นช่วงแจกรางวัลจากฐาน “ปาเป้า เร้าใจ” คุณชนิกาและคุณจุฑามาศเป็นพิธีกรที่ต้องทำเสียงดนตรี สร้างบรรยากาศไปด้วย กลุ่มที่ได้รางวัลจะต้องมาร้องเพลงประจำกลุ่มแล้วเต้นให้ดู เราเชิญคุณหมอจิ้นมาเป็นผู้แจกรางวัล กลุ่มที่ได้รางวัลที่ ๒ คือกลุ่มมดแดง กลุ่มที่ได้รางวัลที่ ๑ กลุ่มใหญ่ทีเดียวคือกลุ่มกลูโคส
กลุ่มนี้ (มดแดง) ได้รางวัลที่ ๒ |
กลุ่มนี้ (กลูโคส) ได้รางวัลที่ ๑ |
ปิดประชุมวันนี้ด้วยบรรยากาศดีๆ นัดเจอกันใหม่พรุ่งนี้เวลา ๐๘.๓๐ น.
อาจารย์สมนึกและคุณยุพาเดินทางกลับกรุงเทพเย็นนี้ น้องเรียมรัตน์และทีมไปส่งพร้อมกับรับอาจารย์ศัลยา อาจารย์สมเกียรติและคุณธิติ ด้วย ดิฉันและคุณชนิกาขอแยกตัวไปรับประทานอาหารเย็นกับทีมจอห์นสัน มื้อนี้เป็นอาหารเวียดนามที่ร้านอินโดจีน ด้วยความหิวเราลืมนับ “คาร์บ” และแคลอรี่ไปเลย
วัลลา ตันตโยทัย
เสียดายตอนเช้าต้องไป ออก pcu เลยไม่ได้ฟังอาจารย์พูดตอนเช้าครับ
ผมเข้าประชุมครั้งนี้ มีเรื่องที่อยากรู้หลายเรื่อง เลยถือโอกาสเป็นผู้เข้าประชุมเสียเองเลย
คุณสุพินดา เจ้าหน้าที่ รพ.ผมวิ่งเท่าไหร่ก็ไม่เหนื่อยเลยครับ จับชีพจรก็เหมือนเดิมจน อาจารย์สมนึกบอกหมดเวลาวิ่งแล้ว ก็ยังไม่เหนื่อย ภรรยาผมบอกว่า บอกให้วิ่งเร็วขึ้น สุพินดา บอกว่าเร็วสุดได้เท่านี้ วิ่งเหมือนนางงามเลยครับ ทำยังไงก็ไม่เหนื่อย
ผมถามคนเข้าร่วมประชุม บอกการเรียนรู้สนุกมากครับ อยากมีต่อเป็น 3 วัน
อยากจัดแบบนี้ที่ นครพนมบ้างครับ
ต้องใช้กำลังกาย กำลังใจกันอีกซักตั้ง (ถ้าจะจัด)
เพื่อผลงานดีๆ แบบยกเขตกันไปเลยครับ (หวังที่ผลต่อคนไข้นะครับ ..)
ดิฉันโชคดีที่ได้ร่วมเป็นคณะทำงานกับพี่เรียมรัตน์(อานิสงค์ในฐานะน้องสาวหมอจิ้น) และรู้สึกมีความสุขที่เห็นความตั้งใจ กระตือรือร้นในการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ทั้งที่ใหม่และอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว จากประสบการณ์การเข้าอบรมเรื่องเบาหวานของหลายๆทีทวิทยากรและจากประสบการณที่ตัวเองเคยเป็นวิทยากรเอง ต้องยอมรับว่าทีมวิทยากรชุดนี้ work สุดๆ เนื้อหากระชับ ตรงประเด็นที่ควรรู้ และรูปแบบการจัดไม่น่าเบื่อ ทำให้สามารถดึงดูดผู้เข้าประชุมไว้ไม่ให้สูญหายตลอดระยะเวลาการอบรม ประโยชน์ที่ตัวเองได้รับและจะนำไปปรับใช้คือเทคนิค/รูปแบบการถ่ายทอดความรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ โดยเฉพาะรูปแบบเรื่องอาหาร ซึ่งแต่เดิมรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านอาหารและโภชนาการเลย จะนับส่วนอาหารอย่างไร จะคำนวณพลังงานแบบไหน และจะมีหลักการจดจำอย่างไรให้ง่ายและนำไปใช้ได้จริง (ดิฉันมีความรู้ด้านโภชนาการบ้างแต่ไม่ค้นหาวิธีการถ่ายทอดยังไม่เจอ) เพิ่งได้มาเจอคำตอบในการอบรมครั้งนี้ ต้องขอขอบพระคุณทีมวิทยากรมากค่ะ