เช้าวันที่ ๑๓ กันยายน เรานัดหมายไปรับประทานอาหารเช้าพร้อมกันตอน ๐๗.๓๐ น. เมื่อคืนฝนตก ช่วงเช้าก็ยังพรำๆ อยู่ อาหารเช้าจัดไว้อีกอาคารหนึ่งต้องกางร่มคันใหญ่จึงรอดการเปียกฝนไปได้ อาหารเช้ามีให้เลือกน้อยอย่าง ดิฉันเลือกก๋วยเตี๋ยวน้ำที่ใส่หมูยอและกุนเชียง ขอให้เขาเติมไข่เพิ่มให้ ๑ ฟอง กาแฟ และขนมปังปิ้งครึ่งแผ่น
ไปที่ห้องประชุมคุยกับน้องเรียมรัตน์เรื่องการแบ่งกลุ่ม การจัดห้อง และอุปกรณ์ที่ต้องการเพิ่มเติม หลังจากนั้นจึงมาเตรียมคอมพิวเตอร์ ปรากฏว่าภาพไม่ออกทาง LCD เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ถึง ๓ เครื่องก็ยังใช้ไม่ได้ เล่นเอาเหงื่อซึมไปเลย ดิฉันสงสัยว่าน่าจะมี something wrong ที่ LCD หรือสาย เพราะไม่น่าเป็นไปได้ที่คอมพิวเตอร์ตั้ง ๓ เครื่องจะใช้ไม่ได้ แล้วก็จริง มีคนต่อสายจากเครื่อง LCD ผิด กว่าจะรู้ดิฉันก็ย้ายไฟล์ไปใส่เครื่องของทีมจอห์นสันฯ ไปแล้ว (ตอนใช้จริงตัวหนังสือในสไลด์เลยเพี้ยนไปเล็กน้อย)
ผู้เข้าประชุมทยอยกันมาเรื่อยๆ เพราะบางที่อยู่ไกลเป็น ๑๐๐ กม. กว่าจะเริ่มเปิดประชุมได้ก็เลยเวลา ๐๙ น.ไปเล็กน้อย ตามธรรมเนียมของราชการก็ต้องมีกล่าวรายงาน กล่าวเปิดประชุม ผช.นายแพทย์ สสจ. คุณปริญญา ผกานนท์ เป็นผู้กล่าวเปิดประชุม ทำให้เราได้รู้ว่าที่อุบลฯ มี รพ.๓-๔ แห่งที่ทำเรื่องเบาหวานมานานแล้ว ในส่วนของจังหวัดเองก็มีแผนจะทำเรื่องลดความเสี่ยงต่อเบาหวานในเจ้าหน้าที่
คุณปริญญา ผกานนท์ กล่าวเปิดงาน |
การบรรยายหัวข้อแรกเป็นการทบทวนความรู้เรื่องโรค ต่อจากนั้นเป็นเรื่องของการสนับสนุนการจัดการตนเองและการให้ความรู้ ดิฉันได้เริ่มบรรยายเมื่อเลย ๐๙.๓๐ น.ไปแล้ว มีเวลาเหลือไม่ถึง ๑ ชั่วโมงเลยต้องขอเวลาจากอาจารย์สมนึกมาเพิ่ม ดิฉันต้องพูดเร็วมากและตัดรายละเอียดออกไปให้อ่านจากเอกสารแทน สิ่งที่ไม่ตัดออกคือตัวอย่างการปฏิบัติในเรื่องการสนับสนุนการจัดการตนเองของที่ต่างๆ
ผู้เข้าประชุมที่นี่มีความกระตือรือร้นดีมาก เมื่อดิฉันถามคำถามจะมีผู้ยกมือ ลุกมาตอบคำถามที่ไมค์โครโฟน ก่อนตอบจะแนะนำตนเองและบอกว่าทำงานอะไรอยู่ เป็นแบบนี้ทุกคนเลย น่าประทับใจจริงๆ เราพักรับประทานอาหารว่างเพียง ๑๕ นาที ต่อจากนั้นเป็นการบรรยายของอาจารย์สมนึก ดิฉันและคุณชนิกาออกมาเตรียมการสำหรับกิจกรรมช่วงบ่าย
ช่วงบ่ายเริ่มต้นด้วยการบรรยายประมาณ ๓๐ นาที ดิฉันพูดถึงประโยชน์ของ SMBG และข้อแนะนำในการใช้ น้องมาศมาช่วยเสริมในเรื่องของเทคโนโลยีเกี่ยวกับเครื่องและแผ่นทดสอบ ปัจจัยที่มีผลต่อความตรงและความคลาดเคลื่อนของการวัด หลังจากนั้นเราแบ่งผู้เข้าประชุมเป็น ๓ กลุ่ม น้องเรียมรัตน์และทีมงานใช้วิธีการแบ่งกลุ่มที่ไม่ยุ่งยาก จำได้ง่าย โดยไม่ต้องมีป้ายชื่อหรือจำตัวเลขอะไรคือกลุ่มที่มาจาก รพ. กลุ่มที่มาจาก CMU (PCU ที่มีแพทย์) และกลุ่มจากอำนาจเจริญ
ฐานการเรียนรู้มี ๓ ฐาน ฐานแรกคุณนรเทพรับผิดชอบ เล่าและแสดงให้เห็นว่าค่าน้ำตาลในเลือดที่ตรวจได้หลายๆ ค่านั้นสามารถเอามาประมวลด้วยโปรแกรม One Touch Diabetic Management Softwareแล้วบอกอะไรได้บ้าง
ฐาน Data management |
ฐานที่ ๒ วิธีการตรวจ capillary BG น้องจั่นและดิฉันรับผิดชอบ เราอธิบายเทคนิคการเจาะเลือดจากปลายนิ้ว วิธีการใช้เครื่อง แล้วให้ทุกคนได้ตรวจเลือดของตนเอง ผู้เข้าประชุมเกือบทั้งหมดไม่เคยเจาะเลือดตนเอง หลายคนบอกไม่กล้า ต้องคอยให้กำลังใจกันใกล้ๆ บางคนบอกกลัวเจ็บไม่กล้าเจาะ แต่พอช่วยเจาะให้ก็บอกว่าไม่เจ็บนะ มีน้องอยู่คนหนึ่งไม่เคยเจาะ กลัว แต่พยายามทำเอง ต้องลงไปนั่งกับพื้น ดิฉันจับมือดูน้องเขามือสั่นมากทั้ง ๒ ข้างเลย แต่พยายามเจาะเองจนได้ คุณพี่ผู้ชายคนหนึ่งเป็นเบาหวานอยู่ด้วย อยากเจาะแต่ไม่กล้า ต้องไปช่วยเจาะเลือดให้อ่านผลได้ ๑๙๒ ไม่น่าเชื่อว่าการตรวจ capillary BG ที่ดูง่ายๆ เราเจาะให้ผู้ป่วยจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่พอให้เจ้าหน้าที่ลองทำกับตนเอง กลายเป็นเรื่อง (ของใจ) ไม่ง่ายอย่างที่คิด
ฐานเรื่อง Capillary BG test |
ฐานที่ ๓ กิจกรรม “ปาเป้า เร้าใจ” ที่คุณชนิกาและคุณมาศช่วยกันปรับจากความคิดเริ่มต้นของพวกเราจนลงตัว เป็นกิจกรรมใบ้คำที่เกี่ยวกับความรู้ที่มีการบรรยายในช่วงเช้า ผู้เข้าประชุมแต่ละกลุ่มถูกแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม ให้ตั้งชื่อกลุ่มของตนเอง มีเพลงมีท่าเต้นน่ารักทีเดียว
๒ สาวประจำฐานปาเป้าเร้าใจ |
ฐานปาเป้าเร้าใจ ท่าเต้นประจำกลุ่ม |
แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมาปาเป้าเพื่อเลือกข้อความที่ต้องใบ้ อาจใบ้เองหรือ “โยน” ให้อีกกลุ่มใบ้ มีคะแนนให้ถ้าใบ้แล้วกลุ่มทายถูก บางข้อมีโบนัสด้วย ห้องนี้มีเสียงเฮฮา เสียงกรี๊ด เป็นพักๆ
เราใช้เวลาแต่ละฐานประมาณ ๑๕ นาทีกว่าๆ แล้วหมุน แรกๆ ดิฉันเป็นคนคอยบอกเวลาด้วย แต่ชั่วเดี๋ยวเดียวทีมจัดงานก็เข้าใจ มาคอยยกป้ายหมดเวลาให้แทน ผู้เข้าประชุมได้เคลื่อนย้ายและได้ทำกิจกรรมด้วยจึงไม่น่าเบื่อ เราเลือกช่วงเวลานี้สำหรับกิจกรรม SMBG เพราะจะได้ดู BG หลังอาหาร ๑-๒ ชม. เป็นช่วงเวลาที่ลงตัว
โปรดติดตามตอนต่อไป
วัลลา ตันตโยทัย