อยากให้ดูตรงค่า 4) คณะกรรมการประเมินผล ที่มีค่าตอบแทน 800 x 3 = 2,400 + ค่าที่พัก 300 +ค่าพาหนะ 300 + ค่าอาหาร 200 สรุปว่าครู 1 คนต้องจ่ายให้คณะกรรมการประเมินในวันประเมิน (วันดูกองกระดาษอันแสนวิจิตร)รวม = 3,200 บาท x จำนวนครู 13,039 คน เป็นเงิน 41,724,800 บาท นี่เห็นชัดๆว่าเป็นประโยชน์ของใคร?

ตอนนี้ลองมาดูประมาณการค่าใช้จ่าย  ที่พี่น้องครูเราต้องกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายดูนะครับ 

1. ค่าใช่จ่ายที่หน่วยเหนือกำหนด

Scan0011  (ต้องการดูภาพขนาดใหญ่  กรุณาคลิกที่ตัวเอกสารครับ)

  • ส่วนนี้มากกว่า 5,000 บาทแน่นอน  แต่คิดแค่ 5,000 บาท คูณด้วยจำนวนครูที่เข้าอบรม 13,039 คน  เป็นเงิน 65,195,000 บาท (หกสิบห้าล้านหนึ่งแสนเก้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน)  นั่นคือเลือดครูที่ต้องหลั่งลงชะโลมดิน  ซึ่งตอกย้ำซ้ำเติมให้ครูจนลงไปอีกแค่ไหน  ทุกท่านคงทราบดี  และแน่ใจหรือว่าครูทุกท่านที่ลงทุนไปขนาดนี้แล้ว  ทุกคนจะผ่านและได้รับเงินประจำตำแหน่งกลับคืนมาเยียวยารักษาอาการอัมพาต อัมพฤกต์ และพิกลพิการทางเศรษฐกิจของตัวเองและครอบครัว 
  • อยากให้ดูตรงค่า 4) คณะกรรมการประเมินผล  ที่มีค่าตอบแทน 800 x 3 = 2,400 + ค่าที่พัก 300 +ค่าพาหนะ 300 + ค่าอาหาร 200  สรุปว่าครู 1 คนต้องจ่ายให้คณะกรรมการประเมินในวันประเมิน (วันดูกองกระดาษอันแสนวิจิตร)รวม = 3,200 บาท  x จำนวนครู 13,039 คน  เป็นเงิน 41,724,800 บาท  นี่เห็นชัดๆว่าเป็นประโยชน์ของใคร

2.  ค่าใช้จ่ายอื่น อันเกี่ยวเนื่องจากเกณฑ์ที่กำหนด

  • ค่าพิมพ์แผนการสอนหน้าละ 8-10 บาท  ทุกคนที่เห็นไม่น่าจะต่ำกว่า 1,000 หน้า  อย่างต่ำๆก็เป็นเงิน 8,000 บาท/คน  x 13,039  =  104,312,000 บาท นี่ยังไม่รวมค่าเข้าเล่ม  ค่าปรับปรุงแก้ไขตกเดิม   (ซึ่งบางทีต้องรื้อใหม่หมด  เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่าแบบนี้ใช้ไม่ได้  ไม่ถูก เพราะคนหนึ่งว่าอย่างหนึ่ง อีกคนหนึ่งว่าอย่างหนึ่ง ส่วนนี้เก็บมาจากเสียงบ่นของครูครับ) ฯลฯ
  • ค่าอบรม  และค่าเอกสารความรู้เพิ่มเติม
  • ค่าที่ปรึกษาและค่าผู้เชี่ยวชาญ
  • ค่าใช้จ่ายในการผลิตและพัฒนาสื่อการสอน  แบบฝึก  แบบวัดผลประเมินผล  แบบสอบถาม แบบฯลฯ  ที่ต้องมีเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการสอน
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่างๆตามที่จำเป็นต้องไปตามแผนงาน
  • ฯลฯ

นี่เป็นส่วนเฉพาะที่ครูต้องจ่ายกันแน่ๆ  แต่ค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นเป็นตัวเงินในทันที  เช่น

  • ค่าเสียสุขภาพของครู อันเกิดจากการกิน การนอน การพักผ่อนไม่เพียงพอ (ซึ่งผลเสียต่อการสอนแน่นอน)
  • ค่าสูญเสียทางเศรษฐกิจของชาติอันเกิดจากใช้พลังงานเกินความจำเป็นของครู(เฉพาะในส่วนนี้)
  • ค่าสูญเปล่าทางเศรษฐกิจของชาติ  อันเกิดจากการที่ครูทิ้งเด็กไปตามแผนงาน  และความสูญเสียเชิงเศรษฐกิจ (ค่าใช้จ่าย พลังงานและเวลา) อันเกิดจากการสร้างชิ้นงานให้ครูที่มากเกินความจำเป็นของเด็ก (เพื่อให้ครูมีชิ้นงานไว้รองรับการประเมิน)
  • ค่าเสี่ยงภัยในชีวิตอันเกิดจากการเดินทางต่างๆตามแผนงาน
  • ค่าดอกเบี้ยที่เกิดจากค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ดังที่กล่าวมา (เพราะเกือบๆ 100% ที่ครูต้องกู้มาจ่าย)
  • ฯลฯ

แล้วอย่างนี้  อยากถามว่ามันคุ้มกันไหมกับการที่ครูต้องลงทุนลงแรงกันขนาดนี้  นี่ถ้าใครสักคนไม่ผ่านเกณฑ์คราวนี้  คงต้องได้ยินข่าวคราวอะไรๆที่มันไม่น่าฟังกันอีกล่ะ  แต่ถึงไม่ร้ายแรงขนาดถึงเลือดถึงชีวิต  แต่ความรู้สึกที่เสียไปของครูล่ะ  มันส่งผลดีหรือเสียถึงอะไร ส่วนไหนและใครบ้าง  ทุกท่านคงเข้าใจ

ที่จริง  ครูมีเงินประจำตำแหน่งในตัวอยู่แล้ว  เงินเดือนครูที่มีสิทธิ์ขอมีและเลื่อนวิทยฐานะกันทุกวันนี้ ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้น้อยๆก็ 20,000 ขึ้นไป  เพียงแค่หน่วยเหนืออย่ากำหนดกฎเกณฑ์อะไรที่ครูต้องเชือดเนื้อเถือหนังของตัวเองบ่อยๆ(เพื่อการมีวิทยฐานะนี่แหละ)  รวมทั้งการให้เงินงบประมาณมันไหลไปถึงโรงเรียน  แทนการสร้างเขื่อนใหญ่ไว้ที่ สพฐ. และ สพท. ให้เป็นภาระของครูต้องเสียค่าใช้จ่ายเข้าไปช่วยผลาญงบฯตอนปลายปีงบประมาณ แค่นั้นเงินค่าวิทยฐานะที่ให้มาในรูปของเงินเดือนปกติ  ก็จะเหลือในกระเป๋าของครูเองล่ะครับ

ตั้งใจจะให้ตอนนี้เป็นตอนจบของบันทึก "วิบากกรรมฯ"  แต่ก็ยังมีประเด็นและแง่มุมที่ยังไม่ได้กล่าวถึงอีกหลายส่วน  โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารโรงเรียน (ในประเด็นที่ครูอ้อย คุณครูอ้อย ให้เกียรติกล่าวถึงว่า "แต่มีคนอยู่ในกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถกล่าวนามได้...มักจะกีดกัน..และพยายามกางกั้น..ไม่ให้ครูได้สิทธิอันชอบธรรม...เพียงความคิดตื้นๆก็คือ...ครูต้องตกอยู่ใต้...ผู้บริหาร...") การเสนอรูปแบบวิธีการประเมินที่เหมาะสม  ทุกฝ่ายได้ประโยชน์จริง และจะช่วยให้การศึกษาของชาติเจริญขึ้นได้จริง  ฯลฯ  ซึ่งคงจะได้บันทึกเป็นเรื่องใหม่  แต่เนื้อหาต่อเนื่องจากเรื่องนี้  ในโอกาสต่อไปครับ

แต่.... เย็นนี้... ผู้บริหารโรงเรียนที่ยังไม่พัฒนาตัวเองอย่างครูวุฒิคนนี้  จะต้องเดินทางไปให้ใครก็ไม่ทราบทำการพัฒนาให้ (ท่ามกลางความเสี่ยงตายอันเกิดจากสายฝนที่กำลังชุกเต็มที่)ที่ภาคเหนือถึงท่าขี้เหล็ก  ตามคำสั่งของผู้บังคับและบัญชาระดับ สพท.  เป็นเวลา 4 คืน 3 วัน  อาจจะหาเวลาเขียนบล้อกไม่ได้นะครับ  ถ้ารอดชีวิตกลับมา  จะมาเขียนต่อนะครับ

  • สวัสดีครับ