ส้มโอหวานที่ปลอดภัย ไทรโยคใหญ่ และน้อยที่ลือนาม
>>>ไปฝึกอบรมคลื่นลูกใหม่ของกรมหลายวันแต่ก็มีทีมงานKMของจังหวัดกาญจนบุรีและอำเภอไทรโยคได้รวบรวมองค์ความรู้ไว้ น่าสนใจมากครับ>>>>ส้มโอหวานที่ปลอดภัยในไทรโยคครับมีสมาชิกเครือข่ายจำนวน 24 คน>>>เลยนำมาบันทึกให้ศึกษากันเผื่อเป็นประโยชน์กับหลายๆท่านที่จะนำไปประยุกต์ปรับปรุงสวนของตนเอง หรือนำไปแลกเปลียนกับเกษตรกรหรือผู้รู้อื่นๆครับ>>>

>>>สมาชิกแต่ละคนมีอะไรที่น่าสนใจมาก เก่งทั้งนั้นครับ เริ่มจากสมาชิกบางท่าน ดังนี้

 >>>คุณเฉลา  โทม่งอ่วม

บ้านเลขที่  1/1  หมู่  4  ตำบลไทรโยค  อำเภอไทรโยค  จังหวัดกาญจนบุรี  71150  เบอร์โทร  089-2191416

        

>>>พื้นที่เพาะปลูก     พื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูกประมาณ  40  ไร่
>>>พันธุ์สัมโอ          
ที่นิยมปลูกก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่และปลูกกันมาดั้งเดิมที่นิยมกันก็คือพันธุ์ทองดี,ขาวน้ำผึ้ง,  ขาวแตงทอง,ขาวใหญ่,  ซึ่งทางไทรโยคจะนิยมปลูกกันเป็นส่วนใหญ่

>>>การขยายพันธุ์     ส่วนใหญ่ใช้กิ่งตอน  ติดตาบ้างก็ไม่มากนัก

>>>การปลูก                หลังจากจัดระยะปักหลักแนวปลูกแล้ว  ก็ถากหญ้าออกรอบๆขุดหลุมถ้าดินไม่ดีก็ขุดหลุมโตๆ รองก้นหลุมด้วยหญ้าฟาง,ปุ๋ย  24  ชม.,เอาขี้วัวหรือขี้ไก่ที่แห้งแล้วรองก้นรดด้วย        น้ำชีวภาพจากการหมักเองหรือน้ำหมักของเพื่อนบ้านบ้างเป็นครั้งคราว,ถากหญ้าเข้ามาปิดไว้และทิ้งไว้ประมาณ  7  วัน  ก็เอากิ่งตอนลงปลูก  ปักหลักผูกเชือกกันลมโยก,รดน้ำผสม       ชีวภาพ(ถ้าฝนไม่ตกต้องดูแล)

>>>การดูแลรักษา       เมื่อส้มโอตั้งตัวได้แล้วก็หว่านปุ๋ยขี้วัวและอาศัยถากหญ้าให้โดยรอบๆต้นมิดที่โคนต้นและรดน้ำด้วยชีวภาพหรือไม่ก็น้ำฮอร์โมนผลไม้  ในช่วงนี้ถ้าพบหนอนแก้วกินใบก็จับทำลายเสีย  การให้น้ำแล้วแต่การพิจารณาตามสภาพแวดล้อม  3-4  ปีต่อมา  ส้มโอเริ่มให้ผลผลิตเพิ่มและเพิ่มปุ๋ยน้ำ,ฮอร์โมน,สารสกัดพืชหมัก ฯลฯ  7-10  วัน/ครั้ง  ระหว่างนี้ใช้ตัดแต่งกิ่งที่หักเสียหายไปด้วย  คุณป้าเล่าให้ฟังเมื่อหลายปีก่อนเคยใช้สารเคมีมากแต่เดียวนี้ร่างกายของป้าไม่ค่อยดีเลยต้องหันมาใช้สารหมักชีวภาพจากผลไม้,สัตว์,พืชต่างๆ  รวมถึงน้ำฮอร์โมนต่างๆที่สามารถทำขึ้นเองได้และอาศัยเพื่อนบ้านในการทำปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ  ป้าเล่าให้ฟังอีกว่าส้มโอต้องดูแลให้ทั่วถึงและจดทุกอย่างที่ทำลงไปเพราะถ้าไม่จดจะไม่รู้รายละเอียดที่ทำลงไปเพราะต้อนนี้อายุป้าก็มากจำไม่ได้ว่าทำอะไรบ้างเลยต้องมีการจดบันทึกเอาไว้  

>>>คุณพะเยาว์  เจนวิริยะกิจ

บ้านเลขที่  132  หมู่ที่  2  ตำบลไทรโยค  อำเภอไทรโยค  จังหวัดกาญจนบุรี  71150  โทร  087-1142335              

               

>>>พื้นที่เพาะปลูก     พื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูกประมาณ  6  ไร่
>>>พันธุ์สัมโอ            ส่วนใหญ่เป็นทองดี 

>>>การดูแลรักษา       ป้าพะเยาว์  เจนวิริยะกิจ  เล่าให้ฟังว่าได้เริ่มมีการหันมาใช้น้ำหมักชีวภาพและโดยส่วนตัวป้าพะเยาว์ก็มีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาและเข้ารับการอบรมกับโครงการที่ให้ความรู้ทางด้านการเกษตรอยู่บ่อยๆเพื่อเพิ่มความรู้ให้กับตัวเองและนำความรู้ที่ได้มาทดลองใช้ในสวนและผลที่ได้คือประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้นและนำความรู้ที่ได้เผยแพร่ความรู้ให้เพื่อนบ้านและเกษตรกร  และป้าพะเยาว์ยังเล่าให้ฟังอีกว่ามีการทำน้ำหมักไว้ใช้เองหลายถัง  มีทั้งน้ำหมักชีวภาพที่ทำจากพืช,ผักและผลไม้  รวมถึงได้ทำฮอร์โมนไข่  ไว้ใช้เองในสวนส้มโอ  ป้าบอกว่าปลอดภัยและประหยัดดีและต้องดูแลตัดแต่งกิ่งให้ได้สม่ำเสมอและน้ำหมักชีวภาพที่ทำอยู่มีดังนี้

1.    น้ำหมักชีวภาพผลไม้จากสวนรวมๆกัน

2.    น้ำหมักชีวภาพจากปลา

3.    น้ำหมักฮอร์โมนไข่

4.    น้ำหมักไล่แมลง  (เปลือกมังคุด,เปลือกขี้อ้าย,น้อยหน่า,หนอนตายยากฯลฯ)5.    น้ำควันถ่านหรือน้ำส้มควันไม้

6.    น้ำชีวภาพหัวผักกาด  (สูตรทางด่วน) และชอบทดลองใช้ด้วยตัวเองก่อนและพอได้ผลป้าก็บอกกับป้าเฉลา โทมงอ่วม  หมู่ที่  4  และคุณทวี  นิยมพลอย  หมู่ที่  4  และตนอื่นๆอีกบ้าง

      

>>>คุณสำราญ   เชยล้อมขำ

บ้านเลขที่  92  หมู่ที่  2  ตำบลไทรโยค  อำเภอไทรโยค  จังหวัดกาญจนบุรี  71150  โทร  081-5679108

>>>พื้นที่เพาะปลูก     พื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูกประมาณ  35  ไร่
>>>พันธุ์สัมโอ            ส่วนใหญ่เป็นทองดี,ขาวใหญ่,ขาวแตงมีบ้างนิดหน่อย  ปลูกทั้งหมดประมาณ  35  ไร่  อายุประมาณ  8  ปี  ให้ผลผลิตประมาณ  61,250  กก. 

>>>การดูแลรักษา       คุณสำราญ  เชยล้อมขำได้พูดถึงส้มโอจัดเป็นไม้ผลที่มีความทนทานต้อสภาพแวดล้อมโดยธรรมชาติคือสามารถปลูกได้ทั้งพื้นที่เชิงเขาและการยกร่องปลูกในที่ลุ่ม  สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในสภาพขาดน้ำรุนแรง  ถ้าเปรียบเทียบกับไม้ผลอย่างอื่น  เช่นทุเรียน,เงาะ  ปัญหาที่เกิดขึ้นในทั้งอดีตและปัจจุบันของการปลูกส้มโอในระบบเคมีก็คือปัญหาดินเลื่อม  จากการใช้ปุ๋ยเคมีมากเกินไป  ทำให้ส้มโออ่อนแอ  มีโรคแมลงรบกวนมากต้องฉีดพ่นยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชบ่อยๆ  เป็นอันตรายทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคอีกอย่าง  ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง  เนื่องจากปุ๋ยและสารเคมีมียาฆ่าแมลงที่ทำให้มีปัญหาตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่เช่นฝนมากเกิน,ฝนแล้ว  ถ้าเกษตรกรรู้จักใช้สารเคมีอย่างระมัดระวังมีประโยชน์อยู่สมควรแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมีประโยชน์อยู่ตามสมควรแต่ปัญหาอยู่ตามสมควร  แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกิดจากการใช้สารเคมีเกินอัตราและใช้อย่างเห็นแก่ตัวอย่างมาก  ในการทำสวนส้มโอในระยะแรกๆ  ที่ใช้สารเคมีก็มีปัญหาเหมือนกันที่เกษตรกรอื่นๆประสบกันเช่น  ปัญหาหนอนแก้วกินใบส้ม  หนอนชอนใบ  หนอนเจาะกิ่ง  โสดยางไหล  หนอนเจาะผล  แมลงวันทอง  ใช้สารเคมี  สิ่งที่อยากบอกกับชาวสวนส้มโอสำคัญที่สุดคือ  อย่าตามใจพ่อค้ากรณีเก็บส้มโออ่อนขาย  เนื่องจากช่วงนั้นราคาดี  เพราะจะเป็นการทำลายตัวเอง  การที่ชาวสวนส้มโอใช้ยาฆ่าแมลงอย่างรุนแรงโดยไม่ต้องคำนึงถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น  ก่อให้เกิดพิษตกค้างในส้มโอมาก  ทำให้การส่งออกมีปัญหาจึงควรหันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพและฮอร์โมนไข่กันมากจะดีกว่า  เพราะเป็นพืชที่มีความยือหยุ่นในหลายเรื่อง  เช่น  ให้ปุ๋ยช้าไป  ให้น้ำหรือกำจัดวัชพืชช้าไป  เก็บผลช้าไป-เร็วไปก็ไม่กระทบเท่าไร  แต่อย่างไรก็ดีผู้ที่ให้ความรักความเอาใจใส่กับสวนส้มโอได้ใกล้ชิด  ได้สัมผัส  ต้น  ใบ  กิ่ง  อยู่เสมอ  ส้มโอจะให้ผลผลิตตอบแทนเจ้าของอย่างคุ้มค่า 

>>>นายทองทรัพย์  กล้าหาญ

บ้านเลขที่  38  หมู่ที่  2  ตำบลไทรโยค  อำเภอไทรโยค  จังหวัดกาญจนบุรี โทร  034-531415

>>>พื้นที่เพาะปลูก     พื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูกประมาณ  4  ไร่
>>>พันธุ์สัมโอ            ส่วนใหญ่เป็นทองดี

>>>การดูแลรักษา       ใช้วิธีการปลูกแบบผสมผสานมีทั้งส้มโอ,ผักหวานบ้าน,ชะอม,เลี้ยงปลา,ปลูกมะลิร้อยมาลัย,ปลูกฝักทอง,ผักบุ้ง,ถั่งฝักยาว  นายทองทรัพย์ยังเล่าให้ฟังว่าไม่เคยใช้สารเคมีเลยเพราะว่าแพงใช้วิธีธรรมชาติดูแลและการเอาใจใส่มีเวลาให้มากเข้าสวนแตะละวันก็ไปเก็บของออกมาขายและดูแลสวนไปด้วย  สารเคมีมีราคาแพงมาก  ดังนั้นจึงมีการศึกษาหาความรู้เรื่องการทำปุ๋ยหมักและฮอร์โมนไว้ใช้เอง

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

เกษตรกรอำเภอไทรโยค

น้ำหมักชีวภาพผลไม้จากสวนรวมๆกันส่วนประกอบ  

   1.  เศษผลไม้                        50  ก.ก.

2.  กากน้ำตาล                                      20  ก.ก.                               

3.  หัวเชื้อ  พ.ด2                                 1  ซอง                               

 4.  ถังน้ำ  200  ลิตร                           1  ถัง                               

 5.  น้ำเปล่า                                           50  ลิตร

วิธีทำ                      ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ + กากน้ำตาล + น้ำ  และคนให้เข้ากันในถังและนำเศษผลไม้ที่ได้มาสับเป็นชิ้นเล็กๆและมาผสมลงในถัง  คนทุกๆ  7 วัน ประมาณ  2  เดือนหลังจากนั้นก็นำมาใช้ได้

วิธีใช้                      อัตราส่วนน้ำฮอร์โมน  1  ลิตร  ต่อน้ำ  200  ลิตร  สำหรับเร่งดอกฉีดพ่นอาทิตย์ละ  1  ครั้ง                               

       อัตราส่วนน้ำฮอร์โมน  1  ลิตร  ต่อน้ำ  400  ลิตร  สำหรับลูกขั้วเหนียวติดดอกข้อแนะนำ             ควรฉีดพ่นในเวลาเย็น 

น้ำหมักชีวภาพจากปลาส่วนประกอบ      

1.  เศษปลา                                           50  ก.ก.                               

2.  กากน้ำตาล                                      30  ก.ก.                               

3.  หัวเชื้อ  พ.ด 2                             1  ซอง                              

  4.  ถังน้ำ  200  ลิตร                           1  ถัง                               

5.  น้ำเปล่า                                           50  ลิตร

วิธีทำ                      ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ + กากน้ำตาล + น้ำ และคนให้เข้าให้เข้ากันในถังและนำเศษปลาที่ได้มาสับเป็นชิ้นเล็กๆและมาผสมลงในถัง  คนทุกๆ  7 วัน ประมาณ  2  เดือนหลังจากนั้นก็นำมาใช้ได้

วิธีใช้                      ปุ๋ยน้ำปลาหมัก  1  ลิตร ต่อน้ำ  200  ลิตรสำหรับฉีดพ่นต้นพืชปุ๋ยน้ำปลาหมัก  1  ลิตร ต่อน้ำ  500  ลิตรสำหรับราดโคนต้นพืช 

น้ำหมักฮอร์โมนไข่ส่วนประกอบ     

 1.  ไข่ไก่                                                5  ก.ก.                                

2.  กากน้ำตาล                                      5  ก.ก.                  

3.  ลูกข้าวหมาก                                  1  ลูก                               

4.  ยาคูลย์                                              1  ขวด                               

5.  ถังมีฝาปิด  10  ลิตร                     1  ใบ                               

 6.  เครื่องปั่นน้ำผลไม้                        1  เครื่อง

วิธีการทำ               เอาถังตั้งบนกิโลแล้วใส่กากน้ำตาล  5  ก.ก.และนำไข่ไก่มาปั่นให้ละเอียดและปั่นรวมเปลือกไข่ด้วยแล้วนำไข่ที่ปั่นให้ละเอียดมาเทใส่ถังและบีบลูกแป้งข้าวหมากให้ละเอียดแล้วนำมาเทใส่ถังและนำยาคูลย์มาเทใส่ลงในถัง  แล้วใช้ไม้คนให้เข้ากัน  และเก็บไว้ประมาณ  21  วันควรมีการเปิดฝาคนทุก  3-4  วัน/ครั้ง 

อัตราการใช้          ผัก          ใช้ประมาณ  1  ช้อนโต๊ะต่อน้ำ  20  ลิตร                                ผลไม้     ใช้ประมาณ  2  ช้อนโต๊ะต่อน้ำ  20  ลิตร 

น้ำหมักไล่แมลง  (เปลือกมังคุด,เปลือกขี้อ้าย,น้อยหน่า,หนอนตายยากฯลฯ)ส่วนประกอบ      

1.  หนอนตายยาก                               1   ก.ก.                               

2.  บอระเพ็ด                                        1   ก.ก.                                

 3.  กระทกรก                                       1   ก.ก.                               

4.  เปลือกขี้อ้าย                                    1   ก.ก.                               

5.  จุลินทรีย์                                          1   ซอง                               

6.  กากน้ำตาล                                      1  ก.ก.                               

7.  น้ำ                                                    10  ลิตร                               

8.  ถัง                                                     1  ใบ

วิธีทำ                      นำวัตถุดิบมาสับให้ละเอียด + หนอนตายยาก + บอระเพ็ด + กระทกรก + เปลือกขี้อ้าย และนำกากน้ำตาล + น้ำจุลินทรีย์มาผสมลงในถังเข้าด้วยกันแล้วนำวัตถุดิบหมักไว้  7  วันขึ้นไป

วิธีใช้                      อัตราใช้ประมาณ  1 ลิตร  ต่อน้ำประมาณ  200  ลิตร  สำหรับไล่แมลง

**หมายเหตุ**    สามารถเปลี่ยนวัตถุดิบได้ตามความต้องการของเกษตรกรและตามสภาพท้องถิ่นนั้นๆ

การทำน้ำหมักกันเชื้อราด้วยเปลือกมังคุดสดมีตัวอย่างดังนี้การทำน้ำหมักกันเชื้อราด้วยเปลือกมังคุดสดทุบแช่น้ำ  10  ลิตรทิ้งไว้ประมาณ  1  อาทิตย์  แล้วกรองแต่น้ำมาฉีดพ้นที่โคนต้นและใบรอบๆ

การทำน้ำหมักด้วยเปลือกขี้อ้ายการทำน้ำหมักด้วยเปลือกขี้อ้ายสดของลำต้นมาทุบแล้วแช่น้ำเปลือกสด  2  กก. : น้ำ  5  ลิตร  แช่ประมาณ  1  อาทิตย์ก็นำมากันเชื้อราได้

การทำน้ำยาไล่แมลงการทำน้ำยาไล่แมลงป้าจะใช้สูตรของขมๆ เช่น  สะเดา,บอระเพ็ด,ดีปลี,ผักคูน,หนอนตายยาก  ป้าบอกว่าเคยลองใช้กับสอนตัวเองเมื่อก่อนมีส้มโออยู่ประมาณ  2-3  ต้น  ยืนต้นตายใบจะ  เหี่ยว  ป้าเลยใช้น้ำหมักน้ำมังคุดและใช้สลับขี้อ้ายฉีดพ่นและรดโคนต้น  ไม่นานต้นส้มโอของป้าก็งอกใบใหม่  ใช้ชื้นใจจนทุกวันนี้  ทั้งป้าและลุงทั้งสองคนเป็นคนชอบเรียนรู้ใหม่ๆ

น้ำควันถ่านหรือน้ำส้มควันไม้                น้ำส้มควันไม้  ควันที่เกิดจากการเผาถ่านในช่วงที่ไม้กำลังเปลี่ยนเป็นถ่านเมื่อทำให้เย็นลงจนควบแน่นแล้วกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ  ของเหลวที่ได้นี้เรียกว่า  น้ำส้มควันไม้  มีกลิ่นไหม้  ส่วนใหญ่ประกอบกรดอะซิติกมีความเป็นกรดต่ำ  มีสีน้ำตาลแกมแดง  นำน้ำส้มควันไม้ที่ได้ทิ้งไว้ในภาชนะพลาสติกประมาณ  3  เดือนในที่ร่ม  ไม่สั่นสะเทือนเพื่อให้น้ำส้มควันที่ได้ตกตะกอนและแยกตัวเป็น  3  ชั้น  คือ  น้ำมันเบา  (ลอยอยู่ผิวน้ำ)  น้ำส้มไม้และน้ำมันทาร์ (ตกตะกอนอยู่ด้านล่าง)  แยกน้ำส้มควันไม้มาใช้ประโยชน์ต่อไปประโยชน์และการนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้ประโยชน์                น้ำส้มควันไม้มีสารประกอบต่างๆมากมาย  เมื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรจะมีคุณสมบัติเช่น  เป็นสารปรับปรุงดิน  สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช  และสารเร่งการเจริญเติบโตของพืชนอกจากนี้มีการนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้ในอุตสหกรรม  เช่น  ใช้ผลิตสารดับกลิ่นตัวและสามารถใช้ผลิตยารักษาโรคผิวหนัง(ข้อมูลจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ