ลาบหมาน้อย กระบี่เจ้าสำราญขาจร อ้างอิงจังหวัด : ร้อยเอ็ด เว้าแล้ว กะเว้าเถาะ ชักสิหิวแล้วเด้อหลายคนคงจะไม่ทราบว่าหมาน้อยคืออะไรหมาน้อย ไม่ใช่ สุนัขที่เป็นสัตว์ 4 เท้าเห่าโฮ้งๆๆๆๆๆ นะครับหมาน้อยในที่นี้หมายถึง อาหารที่ชาวอีสาน นำเอาวิทยาการสุดยอดทางสมุนไพร พฤกษศาสตร์มาใช้ทำเป็นอาหารอะไรกันหรือ พฤกษาหมาน้อย ???หมาน้อย เป็นพืชชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นพืชตระกูลเถา คล้ายๆย่านาง นั่นแหละ แต่จะต่างกันนิดหน่อย ต้องให้พี่ดลคนสารคามซึ่งเชี่ยวชาญทางนี้อธิบาย ซึ่งค่อนข้างจะดูยากสักหน่อย แต่ถ้ามีวิธีจะดูออก ซึ่งก็ระวังนะ เพราะบางทีจะไปเก็บเอา ใบของเครือตดหมา แทนที่จะได้ ใบของหมาน้อยวิธีการทำอาหารประเภทหมาน้อยส่วนประกอบเพื่อให้อร่อย1. ใบหมาน้อย 1 กอบ (อุ้งมือ)2 ปลาช่อนตัวไม่ต้องโตก็ได้ ตัวโตๆ เอาไปต้มส้มแทน ฮิฮิ3. เครื่องปรุงอาหารประภทลาบ เช่น ข้าวคั่ว ปลาร้า.............อะไรทำนองนี้เหมือนลาบ4. ใบผักหอมแป (สระแหน่ใบแบนยาว) ผักใบมน (สระแหน่อีกอัน Mint)5. อยากใส่อะไรก็แล้วแต่จะใส่ก็แล้วกัน วิธีการ1. หากคุณทำป่นปลาเป็น ก็ทำป่นปลา ขั้นตอนนี้ไม่ขออธิบาย เพราะง่ายเกินไป ฮิฮิแต่ว่าอธิบายเผื่อคนไม่รู้ดีกว่า- เอาปลาที่ได้มาทำการต้มจนสุก โดยน้ำต้มก็จะมีน้ำปลาแดก เพื่อให้ปลาหอมสักหน่อย- นำปลาที่ต้มสุกแล้ว มาแกะให้เหลือแต่เนื้อปลา- ตำปลาที่แกะแล้วในครกด้วยสาก (เผื่อบางคนแอบสงสัย)- พอละเอียดแล้วใส่พริกผง (พริกป่น) น้ำปลา ผงชูรส เพื่อให้อร่อยเสร็จการทำป่นต่อไป2. นำใบหมาน้อยมายอง (ขยี้) จนใบหมาน้อยเหลือแต่เส้นใบ ทำคล้ายๆยอง(ขยี้) ย่านางใส่แกงหน่อไม้นั่นแหละ ยองจน 1 กอบ เหลือแต่ก่าง (เหลือแส้นใบ)3. นำไปกรองเอาก่างออกจากน้ำหมาน้อยให้หมด เหมือนแต่น้ำหมาน้อย4. นำเอาป่นปลาที่ได้ ใส่ลงไปในน้ำหมาน้อย5. ใส่หอมแป ผักใบมน คนให้เข้ากัน สะระหล่า6. ใส่ข้าวคั่ว หัวหอม ปลาแดก และ เครื่องปรุงอื่นๆ เหมือนทำลาบ7. คนให้เข้ากัน8. ลองชิมดู ขาดอะไรก็เพิ่ม เพื่อให้อร่อย9. ขั้นตอนสำคัญ ที่จะบอกว่า ใบที่คุณนำเอามา เป็นหมาน้อยหรือไม่ คือ ขั้นตอนนี้- นำไปพักไว้สักครู่ ไม่ใช่ทิ้งไว้สักครู่นะ น้ำหมาน้อยจะเริ่มเปลี่ยนโมเลกุลของสารภายในที่อยู่อย่างอิสระ มารวมตัวกันเหมือนเยลลี่ เหมือนขนมปีโป้ จนเปลี่ยนจากคุณสมบัติของ "ของแหลว" กลายไปเป็น "ของแข่น" หากอยากกินเร็ว ก็เอาไปแช่ตู้เย็น10. นำไปสู่พี่บัติกิน พี่ดลนำ อ้ายหน่อนำ เลากะมักคือกันข้อควรระวัง หมาน้อยจะเกิดการรวมตัวกันของโมเลกุลเร็วมาก ดังนั้น ควรรีบทำรีบเสร็จ ไม่ควรยองหมาน้อยค้างไว้นานเกินไป ควรรีบยองรีบเสร็จ รีบเอาป่นปลามาใส่
ขาจร
ที่มา:: http://www.dld.go.th/nutrition/exhibision/native_grass/other/Cissampelos%20pareira.htm
ชื่อสามัญ
หมาน้อย (อีสาน) กรุงเขมา (นครศรีธรรมราช) วุ้นหม้อน้อย; ขงเขมา; พระพาย (กลาง); หมาน้อย; เครือหมาน้อย (อีสาน); ก้นปิด (ใต้); เปล้าเลือด (แม่ฮ่องสอน); สีฟัน (เพชรบุรี); อะกามินเยาะ (นราธิวาส)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และเกษตร
เป็นไม้เถาเลื้อยพัน ใบเดี่ยว (simple) รูปร่างใบเป็นรูปหัวใจ (cordate) โคนใบแบบก้นปิด (peltate) ใบกว้าง 5.6 – 6.6 เซนติเมตร ยาว 6.9 – 7.6 เซนติเมตร หน้าใบและหลังใบมีขนสีน้ำตาลยาวประมาณ 1 มิลิเมตร ปกคลุมหนาแน่น หลังใบมีขนปกคลุมหนาแน่นมากกว่าหน้าใบ ก้านใบมีขน ยาว 1.7 – 2.5 เซนติเมตร ดอกตัวผู้และตัวเมียเซนติเมตร ขอบใบเรียบ (entire) ใบเป็นมัน หน้าใบหลังใบไม่มีขน ยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม ก้านใบยาว 0.4 – 0.6 เซนติเมตร ออกดอกที่ยอดหรือปลายกิ่ง ช่อดอกมี 4 – 5 ดอก ยาว 6.0 – 6.5 เซ็นติเมตร ดอกย่อยแยกจากกัน มีขนาดเล็กสีเขียว เมล้ดโค้ง (เหมือนพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว) ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือหน่อ
แหล่งที่พบและเก็บรวบรวมพันธุ์
พบขึ้นทั่วไปในที่รกร้างว่างเปล่า ในสวนป่า เช่น อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร (PC 537) อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี (SN 364) ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 80 - 130 เมตร
การใช้ประโยชน์
เป็นอาหารสัตว์ โค กระบือ ชาวบ้านใช้ใบมาตำ ขยำกับน้ำ นำมาปรุงอาหาร ถ้าทิ้งไว้จะแข็งตัวเหมือนวุ้น สมุนไพร ราก มีรสหอมเย็น แก้ไข้ ดีซ่าน เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงอวัยวะเพศให้แข็งแรง แก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ใบ ใช้ทาแก้โรคผิวหนัง มีสารอัลคาลอยด์ เช่น Hayatinine; Hayatine; Beburine; Sepurine; Cissampeline; Pelosine Quercitol และ Sterol