ถ้าตอบ YES ทุกข้อ ก็เชิญเข้าร่วมโครงการตามสะดวก แต่ถ้าไม่ครบทุกข้อ ก็พิจารณาผลกระทบในข้อที่ไม่ผ่านให้ดี “โอม...พินิจพิจารณา เห็นอะไรแปลกหูแปลกตาพิจารณาให้ถ้วนถี่” มิเช่นนั้นอาจมีทุกข์ก้อนใหม่ใหญ่กว่าเดิมดั่งว่า

          ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2550 เห็นชอบให้มีการดำเนินการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของรัฐ หรือโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) นั้น โครงการนี้มีเป้าหมายที่ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญครบ 25 ปี (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)
         
เงื่อนไขเพิ่มเติม
         
·   ผู้ออกจากราชการจะต้องมีเวลาราชการเหลือ 1 ปีขึ้นไป
         
·   ห้ามบรรจุกลับเข้ารับราชการประจำในฝ่ายบริหาร
         
·   หากประสงค์บรรจุเป็นพนักงานราชการ ก็ให้บรรจุได้ กรณีมีสัญญาจ้างไม่เกิน 1 ปี โดยไม่มีการต่อสัญญาอีก
         
สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลาออกตามมาตรการนี้ สิทธิประโยชน์หลักที่เป็นเงินก้อน ตามสูตร (8 + อายุราชการที่เหลือ (ปี)) X เงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมเงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี) แต่สูงสุดไม่เกิน 15 เท่าของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง และสิทธิประโยชน์อื่นอีก
          เห็นว่า จะมีข้าราชการเข้าร่วมโครงการกันอย่างล้นหลาม จึงในฐานะที่เป็นข้าราชการบำนาญ (เข้าโครงการเช่นนี้แหละ ออกเมื่อ 1 เมษายน 2547) จึงขอฝากข้อคิดความเห็นประกอบการตัดสินใจให้แก่สมาชิกที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการนี้ ดังนี้        
          ก่อนตัดสินใจ ให้ถามตัวเองก่อนว่า
         
1. ครอบครัวเห็นด้วยไหม? หมายถึงลูก เมีย/สามี และบริวารที่อยู่ร่วมกัน ต้องปรึกษาเขา ตั้งคำถามให้เขาตอบ ถ้าอย่างนั้นจะเป็นอย่างนี้ไหม ถ้าอย่างนี้จะทำอย่างไร ทำนองนี้แหละ เพราะเราจะต้องอาศัยเขาหรือรายได้ของเขาแน่นอน (ซึ่งปัจจุบันผู้เขียนเองก็อาศัยรายได้หลักของภรรยาและบุตรครับ เงินบำนาญของเราน้อยกว่ารายได้เขาเยอะเลย)
         
2. เงินด่วนมีไหม? คือเงินที่จะใช้จ่ายในช่วง 1 4 เดือนแรกเกษียณครับ เงินก้อนนี้สำคัญ เพราะช่วงเวลาดังกล่าว ไม่มีเงินเดือน ไม่มีบำนาญ เงิน 15 เท่าก็ยังไม่มา แทบบ้าเชียวละท่าน หรือถ้าไม่มีจริง ๆ (บางคนอาจไม่ได้เตรียมไว้) ต้องคิดและติดต่อประสานงานไว้ล่วงหน้าว่าจะขอความช่วยเหลือจากใคร อย่างไร
         
3. ออกแล้วเป็นหนี้อยู่ไหม? คือถ้าออกแล้วยังเป็นหนี้เหมือนเดิม อยู่เป็นสุขยากครับ สิทธิประโยชน์ที่จะได้จากเงิน 15% นั้น ต้องนำไปชำระหนี้ให้หมด และหากจะต้องเป็นหนี้อีก ก็ขอให้มันเป็นตามปัจจัยที่เป็นจริงเมื่อภายหลัง อย่ามานั่งส่งชำระหนี้เก่าเมื่อครั้งยังเป็นข้าราชการ ชีวิตจะแย่เอา ข้อนี้มีเพื่อนร่วมรุ่นกันหลายคน ยังอ่วมอยู่เลย บางคนถึงกับหลุดปากว่า ผมตัดสินใจผิดพลาดครับ
         
4. เหงาเป็นไหม? มันจะมีอยู่ช่วงหนึ่งแรก ๆ ประมาณ 3 - 6 เดือน เบื่อมาก ไม่รู้จะทำอะไรดี (ถ้าทำเสียละก้อเยอะแยะ) บ้านและบริเวณบ้านสะอาดเกลี้ยงเชียวหละ ให้ระวังช่วงนี้แหละ มักจะตัดสินใจง่าย คือทำอะไรก็ได้วะ (ขอโทษใช้คำไม่สุภาพ) ทำไปก่อน มิได้นะครับ ทำแล้วถอนตัวยาก บางทีจะได้ทุกข์ก้อนใหม่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ข้อนี้หากมีงานอดิเรกที่ชอบมาก ๆ เตรียมไว้ หรือมีกลุ่มเพื่อที่เป็นคอเดียวกันอยู่บ้าง ก็จะทำให้ความเหงาเบาลง
         
5. คืนสู่สามัญโดยทันทีได้ไหม? สำคัญมาก เมื่อท่านออกมาแล้วท่านต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตของท่านโดยเร็ว คืนสู่สามัญโดยเร็ว ใช้ชีวิตอยู่บนฐานที่เป็นจริง อย่าสำคัญตนว่ายังเป็นคนสำคัญของใครอยู่ (เขาคิดลืมท่านตั้งแต่รู้ว่าท่านยื่นใบสมัครเข้าโครงการแล้วหละ) อย่าลืมคำโบราณ(แต่ยังทันสมัย)ว่า รู้จักอยู่ รู้จักกิน รู้จักใช้         
          ตามที่กล่าวมานี้ ถ้าตอบ
YES ทุกข้อ ก็เชิญเข้าร่วมโครงการตามสะดวก แต่ถ้าไม่ครบทุกข้อ ก็พิจารณาผลกระทบในข้อที่ไม่ผ่านให้ดี โอม…พินิจพิจารณา เห็นอะไรแปลกหูแปลกตาพิจารณาให้ถ้วนถี่ มิเช่นนั้นอาจมีทุกข์ก้อนใหม่ใหญ่กว่าเดิมดั่งว่า