วันที่ 12 ก.ย.50 ในการประชุมประจำสัปดาห์ของ สคส. ผมได้รับทราบอย่างชื่นใจว่า KM ได้เข้าไปรับใช้เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน ผ่านการแนะนำของคุณจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร (http://gotoknow.org/blog/cbt) และคุณฝน ธันยพร วณิชฤทธา ได้ร่วมกันเขียนเรื่อง "การจัดการความรู้สู่เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน" ลงในหนังสือ "คู่มือเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน" ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

หนังสือเล่มนี้แจกในการประชุมเชิงปฏิบัติการ เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน "ขับเคลื่อนเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนแห่งประเทศไทย : แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนา" เมื่อวันที่ 6 - 7 ก.ย.50 และคุณจตุพรและคุณฝนได้ฝากหนังสือมาให้ผม 1 เล่ม จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
ขอบคุณที่ช่วยให้คนแก่มีความสุข จากการได้เห็นมีการนำ KM ไปรับใช้เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนครับ ฝากทั้ง 2 ท่านช่วยยกระดับเกลียวความรู้เรื่องการประยุกต์ใช้ KM ในเครือข่ายหรือ CoP ท่องเที่ยวโดยชุมชน และนำประสบการณ์ออกเผยแพร่ ลปรร. กับวงการ KM ไทยด้วยนะครับ
วิจารณ์ พานิช
12 ก.ย.50
เรียน อาจารย์หมอวิจารณ์ ครับ
Prof. Vicharn Panich
ก่อนอื่นต้องขอบคุณ สคส.ที่สนับสนุนทางวิชาการและกำลังใจผ่านคนทำงานตลอดเวลาครับ ผมเองได้รับไมตรีจากคน สคส.อยู่เสมอ- - -
ด้วยโครงการวิจัยที่ใกล้ปิดโครงการ เป็นโครงการการพัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากร ปีนี้ทาง มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการ เราได้งบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับ
งานพัฒนาชุมชนที่ใช้ การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นเครื่องมือนั้น กระจายอยู่ทุกมุมของประเทศ และมีพัฒนาการที่แตกต่าง รูปแบบกการจัดการก็แตกต่างกันไป แต่ภายใต้แนวคิดการบริหารจัดการโดยชุมชน ใช้การท่องเที่ยวเป็น "เครื่องมือ" ในการพัฒนาชุมชน ผลจากการพัฒนานี้ ได้ส่งผลโดยอ้อมในการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ของดีของชุมชน ตลอดจนการดูแลชุมชนของตนเอง ไม่ได้เน้น "ตัวเงิน" การท่องเที่ยวจึงเป็นรายได้เสริม
เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมที่ดีเยี่ยมอีกกระบวนการหนึ่ง
การดำเนินงานครั้งนี้ เราทำในระดับประเทศครับ แบ่งนักวิจัยออกเป็นทั้ง สี่ภาค รวมถึงคณะทำงานกลางในการประสานงาน นำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ รวมถึงออกแบบการดำเนินการพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ในแต่ละภาคให้เข้มแข็งและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละภาค
การจัดการความรู้เป็น "เครื่องมือ" ที่ช่วยให้เครือข่ายฯเข้มแข็ง ความรู้ที่หลากหลาย และเป็นความรู้ที่เกิดจากผู้ปฏิบัติเหล่านั้นถูกนำมาร้อยเรียง เป็นองค์ความรู้ที่สำคัญของเครือข่าย
ในเวทีระดับประเทศที่นครปฐม เราจึงได้เห็นภาพความหลากหลายของนักจัดการเรียนรู้ ทุกระดับ เป็นผู้ที่มีจิตสาธารณะและนักพัฒนาที่เคี่ยวกรำงานด้านนี้มารวมตัวกัน บรรยากาศในเวทีจึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างมีชีวิตชีวา เป็นการเริ่มต้นที่ดียิ่งครับ
ขอขอบพระคุณทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในการร่วมด้วย ช่วยกันในการทำงานครั้งนี้ ครับ
ในส่วนของกระบวนการการจัดการความรู้ แนวคิด กระบวนการ ตลอดจนผลลัพธ์นั้น จะนำมาเขียนเป็นบันทึกในโอกาสต่อไปครับ
ขอบคุณครับ
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร