ข้อเสนอในการพัฒนากฎหมายและนโยบายด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์


หลังจากการประชุมทั้ง ๒ ครั้ง ได้ข้อสรุป “องค์ความรู้” ที่สำคัญสำหรับการพัฒนากฎหมายและนโยบายเพื่อการพัฒนาภาพยนตร์ในสังคมไทย ในประเด็นสำคัญ ๕ ประเด็น

ข้อเสนอในการพัฒนากฎหมายและนโยบาย

ด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์

ความเป็นมาของการจัดทำข้อเสนอ

           สืบเนื่องจากได้มีการแก้ไขปรับปรุงร่าง พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ....... โดยได้มีการแก้ไขในสาระสำคัญในทิศทางที่เป็นการส่งเสริมธุรกิจภาพยนตร์ในประเด็นหลัก ๕ ประเด็น กล่าวคือ

            ประเด็นที่ ๑     เมื่อพิจารณาจากหลักการและเหตุผลของการจัดทำร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.. ประกอบกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตามนัยมาตรา ๙ แล้ว พบว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการปรับปรุงระบบและกลไกในการดำเนินการที่เน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์เป็นหลัก มากกว่าการควบคุมเพียงอย่างเดียวตาม พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ.๒๔๗๓

รวมถึง การส่งเสริมให้ภาพยนตร์ในต่างประเทศมาถ่ายทำ ลงทุน ผลิตในประเทศไทย นำมาซึ่งผลประโยชน์ในด้านต่างๆ ส่งผลดีต่อระบบอุตสาหกรรมในประเทศไทย

            ประเด็นที่ ๒     ในส่วนของ มาตรา ๘ ของร่างกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติ ในฐานะกรรมการหลักที่มีอำนาจทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสนับสนุนกลไกด้านการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาด้านภาพยนตร์ นับเป็นการสร้างกลไกในการทำงานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

           ประเด็นที่ ๓     การตรวจพิจารณาภาพยนตร์และเทปวัสดุโทรทัศน์เดิม ใน พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ.๒๔๗๓ และ พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.๒๕๓๐ เป็นการตรวจพิจารณาเนื้อหาในระบบการกรั่นกรองเนื้อหา หรือ ระบบบเซ็นเซอร์ ซึ่งเป็นการตรวจพิจารณาโดยกรรมการในระบบปิด กล่าวคือ

             ขาดกระบวนการการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

             อีกทั้ง ไม่มีการจำแนกเนื้อหาตามช่วงวัยของผู้ชม ส่งผลให้เกิดอุปสรรคในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ ในขณะที่ มาตรา ๒๖ ของร่างกฎหมายฉบับนี้เปลี่ยนระบบการเซ็นเซอร์ เป็นการจัดทำระบบการจัดระดับความเหมาะสมของภาพยนตร์ หรือ เรตติ้ง อันทำให้เกิดแนวทางในการสร้างสรรค์เนื้อหาภาพยนตร์ได้มากขึ้น 

          รวมถึง การกำหนดให้เงื่อนไขในการพิจารณา เกณฑ์ในการพิจารณา ให้จัดทำในรูปของกฎหมายระดับประกาศของกระทรวง จึงเป็นช่องทางในการเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพภาพยนตร์ เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำเงื่อนไขและเกณฑ์ดังกล่าว

          ประเด็นที่ ๔     การกำหนดขั้นตอนการขออนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย เป็นผลให้สามารถกำกับดูแลการสร้างภาพยนตร์ที่อาจมีเนื้อหาไม่เหมาะสมกับสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความำสคัญอย่างยิ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

           ประเด็นที่ ๕     การกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงและลดความซับซ้อนขององค์กรผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย กล่าวคือ ภาพยนตร์เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายทอดขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรม

          ประกอบกับ ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ..... เป็นการรวมกฎหมาย จำนวน ๒ ฉบับ เข้าด้วยกัน กล่าวคือ พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ.๒๔๗๓ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ และ พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.๒๕๓๐ ซึ่งได้โอนอำนาจในการตรวจพิจารณาเทปและวัสดุโทรทัศน์ จากกระทรวงมหาดไทยมาที่กระทรวงวัฒนธรรม โดยผลของประกาศกระทรวงมหาดไทย[1] ซึ่งการปรับปรุงร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นผลให้ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักอันส่งผลต่อความเป็นเอกภาพในการดำเนินการ 

 กิจกรรมในการทำงานเพื่อแสวงหาองค์ความรู้

                การดำเนินการหลังจากที่ได้มีการปรับปรุงร่างพระราชบัญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ... หลายหน่วยงานได้จัดเวทีเสวนาทางวิชาการขึ้น เพื่อระดมแนวคิดเกี่ยวกับร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้หลายครั้ง  โดยหลักเป็นการตอบปัญหาเรื่องของการจัดเรตติ้ง เช่น วันอังคารที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๐  เรื่อง มองต่างมุม : จัดเรตติ้งอย่างไรให้เหมาะกับวัฒนธรรมไทย โดย วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีกทั้ง วันเสาร์ที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๐ เวลา ๑๓.๐๐ น. -๑๗.๐๐ น. ณ ห้องประชุม เซ็นทรัลเวิร์ด         

              ต่อมาได้มีการหารือร่วมกันระหว่าง สมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม คณะนิติศาสตร์ ม.อัสสัมชัญ และ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล ในวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ณ ห้องประชุม ๒๐๑ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล และได้บรรลุถึงแนวทางในการแสวงหาองค์ความรู้ในการพัฒนากฎหมาย และ นโยบายที่เกี่ยวข้องในประเด็นหลัก ๔ ประเด็น กล่าวคือ        

             ประเด็นที่ ๑     องค์ประกอบและภาระหน้าที่ของคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติ         

              ประเด็นที่ ๒     แนวทางในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย

           ประเด็นที่ ๓     แนวคิดในการจัดระดับความเหมาะสมของภาพยนตร์ (เรตติ้ง)

            ประเด็นที่ ๔     การพัฒนาระบบและกลไกในการทำงานเพื่อการพัฒนาภาพยนตร์ในสังคมไทย         

            ที่ประชุมได้เห็นพ้องถึงการจัดทำเวทีสาธารณะเชิงวิชาการ “ร่วมกัน” ระหว่างภาคส่วนต่างๆ ทั้งจากภาควิชาชีพ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาควิชาการ และ ภาครัฐ เพื่อสกัดแนวคิดและองค์ความรู้ในประเด็นหลักข้างต้น เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงเนื้อหาและเชิงวิธีการที่เป็นที่ยอมรับได้ของทุกฝ่ายอันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากฎหมายและนโยบายด้านการพัฒนาภาพยนตร์ในสังคมไทยต่อไปทั้งนี้

             ผลที่ได้จากการแสวงหาองค์ความรู้ในทั้ง ๔ ประเด็นดังกล่าวจะนำไปสู่การนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไปโดยเมื่อวันพุธที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ได้มีการจัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ เพื่อแสวงหาองค์ความรู้ในการพัฒนากฎหมาย นโยบายด้านภาพยนตร์ในสังคมไทย

           ครั้งที่ ๑ เรื่อง “กรรมการระดับชาติกับแนวทางในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์” เพื่อแสวงหาคำตอบเกี่ยวกับองค์ประกอบและภาระหน้าที่ของคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติ และ แนวทางในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ณ ห้องประชุม ๕๐๑ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

            ต่อมาได้มีการจัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการครั้งที่ ๒ เพื่อแสวงหาคำตอบในประเด็น แนวคิดในการจัดระดับความเหมาะสมของภาพยนตร์ (เรตติ้ง) และ การพัฒนาระบบและกลไกในการทำงานเพื่อการพัฒนาภาพยนตร์ในสังคมไทย เมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๐ ณ ห้องประชุม ๕๐๑ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล           

           หลังจากการประชุมทั้ง ๒ ครั้ง ได้ข้อสรุป “องค์ความรู้” ที่สำคัญสำหรับการพัฒนากฎหมายและนโยบายเพื่อการพัฒนาภาพยนตร์ในสังคมไทย ในประเด็นสำคัญ ๕ ประเด็น อ่านต่อ



[1] เรื่องแต่งตั้งนายทะเบียน เจ้าพนักงานผู้ตรวจ และ พนักงานเจ้าหน้าที่ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๙
หมายเลขบันทึก: 127951เขียนเมื่อ 14 กันยายน 2007 09:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มีนาคม 2012 10:23 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี