ที่มา คอลัมน์สายตรงสุขภาพกับศิริราชโดย : รศ.นพ. ศุภชัย รัตนมณีฉัตร,อ. ประพันธ์ เชิดชูงาม ภ.เวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
       
       
       ในปัจจุบันการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในสำนักงาน เรามักจะพบเห็นได้โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการเอกชน หรือตามบริษัท ห้างร้าน รวมทั้งการเปิดอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ก็มีให้เห็นกันอย่างแพร่หลาย แต่ทราบหรือไม่ครับว่าผลจากการใช้อินเทอร์เน็ตนั้นไม่ได้มากคุณค่าเหมือนอย่างใช้คอมพิวเตอร์ เนื่องจากการนั่งอยู่หน้าจอนาน ๆ โดยไม่ได้พักผ่อนเท่าที่ควร อาจก่อให้เกิดโรคที่ไม่ถามหาขึ้นมา
       

       1. CVS (Computer Vision Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดกับ สายตา และการมองเห็น

       สาเหตุ เกิดจากการใช้สายตามองจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ รวมถึงรังสีที่แพร่ขยายออกมาที่บริเวณหน้าจอ ทำให้เกิดความเครียดของดวงตา
       
       อาการ จะรู้สึกระคายเคืองตา แสบตา เจ็บตา ตาพร่า ตาแห้ง เหล่านี้เป็นเพียงอาการชั่วคราว แต่หากเป็นบ่อย ๆ และนานวันเข้าจะเกิดอันตรายร้ายแรงขึ้นได้ นอกจากนี้อาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย
       
       การรักษา อาจต้องใช้ยาหยอดตาชนิดที่ยับยั้งการคั่งของเลือดบริเวณตา
       
       การป้องกัน
       
       1.การใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ เนื่องจากจะทำให้สายตาเกิดความเมื่อยล้า
       ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษด้วยการพักสายตา เช่น พักทุก 10 นาทีต่อการทำงาน 1 ชั่วโมง หรือพักทุก 15 นาทีต่อการทำงานต่อเนื่อง 2 ชั่วโมง เป็นต้น
       2. ควรจัดสถานที่ตั้งคอมพิวเตอร์ ในที่มีแสงสว่างพอเหมาะ โดยเฉพาะจอภาพ แป้นพิมพ์ และที่วางเอกสาร เพื่อให้เกิดความสบายของดวงตา
       3. อาจใช้แผ่นกรองแสงเพื่อลดแสงจ้า แสงสะท้อน จะช่วยลดความล้าของสายตาลงได้

       2. CTS (Carpal Tunnel Syndrome) เป็นกลุ่มอาการของผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ทำให้เกิดความเครียด อาการของโรคคือ กระดูกข้อมือเจ็บปวด ข้อกระดูกนิ้วมือเสื่อม และชา
       
       สาเหตุ เกิดจากการกดแป้นพิมพ์ และการใช้เมาส์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน การจับเมาส์ข้อมือจะเป็นจุดหมุน เกิดพังผืดบริเวณโพรงเส้นประสาทข้อมือ หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการชา จนไม่สามารถหยิบของได้
       
       การรักษา หากเริ่มเป็นอาจต้องรับประทานยาแก้ปวดแล้วพักข้อมือ หยุดการเคลื่อนไหว อาการก็อาจทุเลาลงได้ และหายปวดในที่สุด หากปวดมาก ให้รับประทานยาระงับปวด และอาจต้องสวมอุปกรณ์ประคองมือเพื่อลดการเคลื่อนไหวของข้อมือ หรือฉีด corticosteroids เข้าบริเวณโพรงเส้นประสาทข้อมือ เพื่อลดการอักเสบโดยตรง ส่วนในรายที่เป็นมานาน การผ่าตัดมักได้ผลดี
       
       การป้องกัน
       1. การใช้คอมพิวเตอร์ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ เนื่องจากจะทำให้เกิดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ
       2. การวางคอมพิวเตอร์ ต้องจัดให้ห่างจากตัวพอดีกับแขนจับเม้าส์และคีย์บอร์ดได้สบายๆ ไม่เหยียดหรืองอข้อมือ
       3. ขณะปฏิบัติงาน การพิมพ์คีย์บอร์ด พยายามจัดให้ท่อนแขนวางอยู่ในแนวขนานกับพื้น
       4. การใช้เม้าส์ ควรมีแผ่นรองข้อมือมาวางจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณข้อมือได้อย่างมาก
       5. การเคลื่อนไหวขณะนั่งปฏิบัติงานจะต้องให้ถูกลักษณะท่าทาง ไม่เอี้ยวตัวไปมามากเกินไป หากหยิบจับสิ่งของจำเป็นจะต้องออกแรงทั้งมือ และนิ้วมือ
       
       นอกจากนี้ อาจพบว่ามีอาการปวดหัวไหล่ต้นคอ และหลัง ซึ่งมีสาเหตุมาจากท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น ท่านั่งไม่ถูกต้อง นั่งหลังงอ นั่งไม่ตรง นั่งเอี้ยวตัว ทำให้กล้ามหลังเกร็งตัว หรืออักเสบ และอีกสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะการออกแบบของโต๊ะ เก้าอี้คอมพิวเตอร์บางรุ่นไม่เหมาะสมกับผู้ใช้งาน ทั้งสองสาเหตุล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดกลุ่มอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ทั้งสิ้น
       
       แนวทางเสนอแนะ
       
       การปรับอุปกรณ์สำนักงานให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ เป็นวิธีการป้องกันอีกวิธีหนึ่ง ที่จะช่วย
       ลดความเจ็บป่วย ซึ่งมีผลมาจากการเคลื่อนไหวและการวางตำแหน่งของสรีระในการทำงานไม่ถูกต้องโดยมีแนวทางการปรับอุปกรณ์ต่างๆให้ถูกต้องดังนี้คือ
       1. เก้าอี้ (Chair) เก้าอี้ควรเป็นขนาดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ขอบด้านหน้าของเบาะนั่งควรมีลักษณะโค้งเพื่อให้มีพื้นที่ว่างระหว่างด้านหน้าของเบาะกับด้านหลังของหัวเข่า ความสูงของเบาะและพนักพิงจะต้องปรับได้ สะโพก หัวเข่า ข้อเท้า ควรทำมุมอย่างน้อย 90 องศา พนักพิงจะต้องสัมผัสกับแผ่นหลังโดยสมบูรณ์และที่เท้าแขนสามารถช่วยพยุงแขนขณะใช้คีย์บอร์ด
       2. มอนิเตอร์ (Monitor) ควรอยู่ตำแหน่งตรงหน้าผู้ใช้ จัดให้ห่างจากผู้ใช้อย่างน้อย 16 นิ้ว จอภาพควรอยู่ระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าระดับสายตา และสามารถปรับความสูงมอนิเตอร์ได้ด้วยแท่นวางปรับมุมเงยของมอนิเตอร์เพื่อลดแสงจ้าหรือแสงสะท้อนจากดวงไฟเหนือศีรษะหรือหน้าต่างและควรใช้จอกรองแสงเพื่อป้องกันแสงจ้าและรังสี
       3. คีย์บอร์ดและเม้าส์ (Keyboard and Mouse) วางตำแหน่งของคีย์บอร์ดและเม้าส์ในระยะห่างและความสูงที่พอเหมาะ ปล่อยแขนตามธรรมชาติและให้ข้อศอกอยู่ใกล้ตัวซึ่งจะช่วยให้เกิดมุมที่เหมาะสมระหว่างข้อศอกและข้อมือ
       4. ถาดวางคีย์บอร์ดและเม้าส์ (Keyboard/Mouse Trays) มั่นคงแข็งแรงและปรับได้ในหลายลักษณะของการใช้งานที่เหมาะสม แต่ยังคงรักษาให้ข้อมืออยู่ในตำแหน่งกลางและสามารถวางที่พักข้อมือได้
       5. แป้นหนีบเอกสาร (Document Holder) จะต้องอยู่ระดับเดียวกันและใกล้จอคอมพิวเตอร์ให้มากที่สุด จะช่วยให้คออยู่ในตำแหน่งตั้งตรงซึ่งจะช่วยลดการเคลื่อนไหวของศีรษะและลดความเครียดของกล้ามเนื้อตา
       6. ที่พักข้อมือ (Wrist Rest) จะต้องปราศจากขอบที่แข็งหรือคมหน้ากว้างเพียงพอแก่การพยุงข้อมือและฝ่ามือ
       7. ที่วางเท้า (Foot Rest) มั่นคงแข็งแรงปรับได้ทั้งความสูง ไม่ลื่น และมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะให้ความสะดวกสบายขณะวางเท้า
       8. โคมไฟ (Task Light) ให้แสงสว่างที่พอเพียงแก่เอกสาร โดยปราศจากแสงจ้าบนเอกสารหรือบนจอคอมพิวเตอร์
       วิธีการทั้งหมดนี้ นอกจากจะช่วยให้ท่านทำงานอย่างมีความสุขแล้ว ยังเป็นการป้องกันและประหยัดเงินค่ารักษาในอนาคตด้วย