เด็กบางคนที่ยังไม่นึกอยากอ่านหนังสือก็ขอให้นึกอยากเข้าห้องสมุดเสียก่อน

<p>
               ผมจบเกษตรฯ มาสอนวิทย์ฯ กับพละ ขออาสาทำงานห้องสมุด เพราะใจผมชอบครับเป็นคำบอกเล่าของ อ.ลิขิต วริกูล คุณครูบรรณารักษ์ของโรงเรียนพลับพลาไชย ในวันที่เราได้มีโอกาสพาคณะกรรมการจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มาประเมินสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 ในเรื่องการส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านยอดเยี่ยม ของปี 2550 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

                             

               จากการพูดคุยกับคุณครูลิขิต และผอ.ธีรจิต พัฒนกิตติเวทย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือที่พวกเราเรียกติดปากว่า
ป้าอ้วน ได้เล่าให้ฟังว่า แต่แรกโรงเรียนใช้อาคารเรียนชั้นล่างห้องเรียนเดียวจัดเป็นห้องสมุด ซึ่งสถานที่ไม่พอเพียงสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล-ชั้น ม.3
ป้าอ้วนเห็นไม่ได้การ จึงขยายใช้ห้องเรียนอีกห้องหนึ่งทางด้านขวาทุบทะลุถึงกันขยายเป็นสองห้อง มาช่วงหลังเด็กสนใจเข้าห้องสมุดกันมาก ป้าแกจึงต้องทุบผนังอีกห้องทางด้านขวาขยายเป็นสามห้องให้กับเด็ก ๆ

                ดิฉันสังเกตเห็นว่าทั้งครูลิขิตและป้าอ้วน ที่ต่างผลัดกันเล่าให้เราฟังนั้นพูดไปยิ้มไปด้วยประกายตาที่มีความสุข ถือเป็นเรื่องเล่าเร้าพลังได้ดีทีเดียว หากผู้บริหารหรือคุณครูโรงเรียนใดที่กำลังจะทำห้องสมุดให้มีชีวิตลองหันมาฟังทางนี้ดูสักนิดนะคะ

                ป้าอ้วนแกว่าในปีแรก ๆ แกก็ใช้งบประมาณของโรงเรียนจัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดให้กับนักเรียน โดยไปเลือกซื้อที่ศึกษาภัณฑ์ เปอร์เซ็นต์หนังสือที่ได้ก็ม้วนกลับไปซื้อหนังสือได้อีก ทำอย่างนี้จนหมดหยดเงิน ไปกันก็หลายรอบแต่ละรอบก็เป็นวัน ๆ กว่าเขาจะจัดการให้เสร็จ ไปแต่ละครั้งป้าก็จัดการควักกระเป๋าตัวเองพาครูไปนั่งกินลาบ-ส้มตำรออยู่แถวศึกษาภัณฑ์ จนครูเกรงใจป้าแก ช่วงหลัง ๆ ครูก็ห่อข้าวเหนียวหมูพกไปนั่งกินแทนช่วยประหยัดเงิน

                 เข้ากรุงเทพฯ แต่ละทีก็ยากเย็น ได้หนังสือกลับมาบางเล่มครูก็ว่าดีแล้ว ไหงนักเรียนไม่หยิบอ่าน คุณครูลิขิตก็เลยลองไปติดต่อร้านหนังสือในจังหวัดให้เขานำตัวอย่างหนังสือมาให้นักเรียนเลือก มีร้านหนังสือใจดีชื่อ
ดราก้อนบุ๊คส์
ตกปากรับคำจัดให้

                 คราวนี้เข้าท่า พอมีหนังสือมาวางแบอยู่ตรงหน้าเป็นทิวแถว ทั้งเด็กเล็กเด็กโตก็พามากันมาเลือกหนังสือที่พวกเขาอยากอ่านกันอย่างสนุกสนานและเต็มไปด้วยความหวังที่จะได้อ่านหนังสือเล่มนั้นในห้องสมุด โดยไม่รู้ว่าเล่มไหนจะถูกจะแพง เลือกเสร็จคุณครูก็ให้กลับเข้าห้องเรียน พอร้านคิดเงินทีไรเป็นอันเกินงบทุกครั้ง เกินไปไม่มากไม่มายครูลิขิตกับเพื่อน ๆ ก็จะช่วยกันลงขันสมทบไป แต่ถ้ามากนักครูก็ต้องลักชักออกบ้างเมื่อเด็กคล้อยหลังไปแล้ว

                 ต่อมาป้าอ้วนกับบรรดาคุณครูก็ช่วยกันหางบประมาณมาเพิ่ม โดยไปติดต่อขอจากหน่วยงานข้างนอกมาบ้าง เห็นครูลิขิตว่าอีซูซุเขาก็ให้มาบ่อย เจ้าของร้านหนังสือไม่ต้องพูดถึงแถมให้เป็นประจำ แล้วก็ยังมีเงินที่มาจากการที่ครูช่วยกันขายน้ำผลไม้ ขนมไทย ๆ ให้กับเด็ก ๆ ในโครงการอาหารกลางวันนำมาสมทบช่วยกัน

                 ตรงนี้ดีทีเดียวเพราะโรงเรียนจะไม่ขายน้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ แล้วจะบอกว่าให้เด็ก ๆ ช่วยกันกินขนมกับน้ำที่มีประโยชน์นี่ดีกว่า เงินที่ได้มาก็จะได้ไปช่วยซื้อหนังสือมาอ่านกันด้วย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปจำกัดจำเกี่ยกับเด็กทุกคนได้ ใครไม่มีสตางค์คุณครูก็ให้กินโดยไม่ต้องจ่ายก็มี เด็กเขาก็ช่วยกันซื้อ เพราะเขาอยากอ่านหนังสือที่ถูกคัดออกนั่นเอง

              ได้หนังสือมาแล้ว ก็ถึงตาคุณครูลิขิตคิดกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นมาล่อใจเด็ก ๆ ให้เข้าห้องสมุดและรักการอ่าน เริ่มจากจัดบรรยากาศของห้องก่อนให้น่าเข้าน่านั่ง มีสวนหย่อมนิด ๆ หน่อย ๆ ไว้คอยท่า หาปลาใส่โถไว้โชว์เด็ก ๆ ติดพัดลมแล้วเปิดไว้เย็น ๆ ให้เขา ครูผู้หญิงหลายคนก็เข้ามาช่วยแต่งนิดเติมหน่อยจนห้องสวยงาม ครูลิขิตบอกว่าเริ่มแรกเด็กบางคนที่ยังไม่นึกอยากอ่านหนังสือก็ขอให้นึกอยากเข้าห้องสมุดเสียก่อน

        

             
แล้วก็เริ่มทำกิจกรรมตามตาราง บางกิจกรรมทำทุกวัน คือ ค้นคว้าอินเตอร์เน็ต ห้องสมุดเคลื่อนที่ บริการประชาชน และศึกษาจากวีซีดี บางกิจกรรมทำทุกสัปดาห์ คือตอบปัญหาสารานุกรม กับนักเรียนบันทึกการอ่าน บางกิจกรรมถึงวันสำคัญค่อยทำ ก็จะเป็นการประกวดวาดภาพ สิ้นปีการศึกษาก็มี ประกวดยอดนักอ่าน

               อีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากคือละครโรงเล็ก ที่จัดขึ้นทุกวันศุกร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ที่ต้องช้าหน่อยเพราะครูบอกว่าต้องซ้อมก่อน ถ้าเล่าแล้วเฝือ ไม่มีชีวิตชีวาเร้าใจ เด็ก ๆ ก็จะเบื่อ...เบื่อแล้วก็เบื่อเลย ที่จะดีเลยกลายเป็นไม่ดีไป กิจกรรมนี้จะมีนักเล่านิทานผลัดเปลี่ยนหน้ากันมาไม่ซ้ำ โดยแรก ๆ ครูจะขออาสาจากพี่โต ๆ ไปอ่านหนังสือคนละ
5
เล่ม ใครอาสาก็ได้รับรางวัลจากครู รางวัลก็ไม่ธรรมดาเพราะครูลิขิตเขาไปตะเวนหาแปลก ๆ มาจากตลาดนัดทั้งหลาย เพื่อจูงใจเด็ก                              

                พี่อ่านแล้วก็มาเล่าให้น้อง ๆ ฟัง ช่วงหลังน้อง ๆ เองก็อยากจะแสดงฝีมือบ้าง ขออาสาอ่านกันใหญ่ ล่าสุดมีนักเล่านิทานคนหนึ่งที่ทำให้คุณครูลิขิตต๊กกะใจ
!
เพราะเป็นน้องอนุบาลเอง ยังอ่านหนังสือไม่ค่อยออกเลย ใช้วิธีจำจากที่คุณครูเล่าให้ฟังมาเล่าต่อ เล่าไม่เล่าเปล่ามีท่าทางประกอบในตัวด้วย พี่ ๆ ฮากันกลิ้ง เป็นขวัญใจของทุกคนในโรงเรียนไปแล้ว

                             

               วันนั้นเขาก็มาเล่าให้เราฟังด้วย พวกเราศึกษานิเทศก์ฟังครั้งไหนก็ยังขำไปกับเขาทุกครั้งไป คณะชอบใจใหญ่ให้ขนมกับสตางค์เป็นของรางวัล พ่อตัวดีเธอรับแต่สตางค์ค่ะ ขนมไม่ยอมเอาซะด้วย เป็นขำกันอีกรอบ นี่ถ้าอ่านหนังสือเองได้แล้วคงจะพัฒนาการเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปได้อีกไกล ดิฉันเจอนักเล่าคู่แข่งเข้าให้แล้วนะคะงานนี้..

               ห้องสมุดของที่นี่ คุณครูออกปากว่าอาจจะแปลกไปจากที่อื่นที่คนเข้ามาใช้บริการจะต้องเงียบ ไม่รบกวนสมาธิกัน ถ้าเป็นเด็กโต ๆ มัธยมฯ คุณครูที่พามาจะช่วยฝึกให้ แต่เด็กเล็ก ๆ ไม่ได้ ต้องปล่อยให้เขาส่งเสียงชี้ชวนกันดูภาพ ดูหนังสือ ดูปลา ครูก็ไม่ว่า แล้วเด็กเล็ก ๆ บางคนยังอ่านหนังสือในใจไม่เป็น ได้แต่อ่านออกเสียง ก็ต้องให้ออกเสียงกันไป

               ที่นี่เวลาอยากจะยืมหนังสือก็มีระบบการยืม-คืนบริการให้ เขาใช้โปรแกรม
PLS3 ได้มาจากโรงเรียนพวกกันที่โพธาราม จ.ราชบุรี ตอนนี้ใช้บัตรเติมเงินแบบพลาสติกที่เขามีเลขหกหลัก เป็นรหัสประจำตัวของผู้ใช้บริการ เด็ก ๆ ชอบมาก คุณครูจะไปหาประเภทที่เป็นลายการ์ตูนน่ารัก ๆ ภาพสวย ๆ มาให้ ยืมได้คนละ 5
เล่ม เรื่องการเสียค่าปรับเพราะส่งคืนช้า คุณครูบอกว่าไม่เคยปรับเลยสักคน บางคนที่ทำหายคุณครูก็จะให้ค้นหาให้เจอในที่สุด เพราะเห็นเด็ก ๆ ไม่ค่อยมีสตางค์ก็ปรับไม่ลง

         

               เห็นใช้บริการกันเยอะ ๆ แบบนี้ ใช่ว่าคุณครูจะรับมือไหว จะมีพี่ ๆ มัธยมฯ มาคอยช่วย เรื่องบริการยืมคืน จัดหนังสือเข้าชั้น ดูแลความเรียบร้อยทั้งหลาย เพราะโรงเรียนนี้ไม่มีภารโรงครูกับเด็กต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ ไม่เว้นแม้แต่ป้าอ้วนของเรา เคยไปโรงเรียนแกบางครั้งยังเห็นถือตะหลิวทำอาหารให้เด็ก บางครั้งถือแปรงกำลังช่วยเด็กขัดห้องน้ำก็มี นี่แหละถึงทำให้พวกเรารักแกจัง

               เพราะผู้บริหารที่มีชีวิตชีวา คุณครูที่มีชีวิตชีวา จึงพลอยให้เด็ก ๆ มีชีวิตชีวาไปด้วย อย่างนี้ก็ไม่ยากที่จะสร้างให้ห้องสมุดมีชีวิตค่ะ... คุณผู้อ่านท่านใดสนใจต่อเติมฝันของเด็ก ๆ ช่วยกันทำให้ห้องสมุดมีชีวิตมากขึ้น ช่วยสมทบทุนจัดหาเครื่องอ่านบาร์โค๊ดให้กับเด็ก ๆ ที่นี่ หรืออยากจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อยากจะมอบหนังสือให้ ติดต่อได้เลยที่ ผอ.ธีรจิต พัฒนกิตติเวทย์ โรงเรียนพลับพลาไชย ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี หมายเลขโทรศัพท์
0-3543-7284 หรือ 08-1736-7639 ต่อสายตรงถึงป้าอ้วนแกได้เลยค่ะ...

</p>