ประเด็นที่ผมเสนอไว้ในการแก้ปัญหาการเดินทางเข้าค่ายกล “โง่-จน-เจ็บ” และ กับดักทางเศรษฐกิจและสังคม ก็คือ
- การลด “อวิชชา”
- และสร้างปัญญาให้เกิดแก่คนทั่วไป
- เพี่อเป็นเกราะป้องกันตัวเอง ทั้ง ๒ เรื่อง ดังกล่าวข้างต้น
การสร้างปัญญาและลดอวิชชา ที่ผมคิดออกตอนนี้ ก็น่าจะเป็น
การพัฒนาการศึกษา เพื่อความเป็นไท
ที่จะทำให้ทุกคนมีความรู้ที่จะอยู่รอดได้ในสังคมที่
- ไม่ค่อยมีมิตรแท้สักเท่าไหร่ และ
- ทุกคนก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด แล้วแต่จะคิดออก
- จะเหยียบใครบ้างก็ถือเป็นเรื่อง “เวรกรรม”
- จึงทำให้คนส่วนใหญ่ของสังคม ที่มี “แรงน้อย”“แขนสั้น” “ขาสั้น” อยู่ในภาวะลำบาก
- ไม่สามารถแข่งกับใคร และ
- เป็นเบี้ยล่างของสังคม และ
- เป็น “เหยื่อ” ให้กับระบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก
- และปลาเล็กทั้งหลายก็แค่ฝันว่าจะต้องทำตัวให้เป็นปลาใหญ่
- ที่จะกินปลาตัวอื่นๆที่เล็กกว่าได้
วิธีคิดแบบนี้ ไม่ทำให้มีเพื่อน และไม่เกิดสังคมที่เป็นสุข แน่นอน
- เราจะเดินแบบนี้ต่อไป ได้นานแค่ไหน
- ที่ปลาเล็กจะเหลือให้ปลาใหญ่กิน
- หรือ ว่าเราถือว่าปลาเล็กก็เป็นเหยื่อธรรมชาติ ไปสนใจทำไม
แต่ มีใครเคยคิดไหมว่า ปลาเล็กก็มีสิทธิ์มีชีวิตที่มีคุณภาพได้เหมือนกัน
ไม่ใช่แค่เกิดมาเพื่อเป็นเหยื่อปลาใหญ่ เพียงประการเดียว
แล้ว เรามีทางเลือกอย่างไร ครับ
- เราก็ต้องมาร่วมกันคิด ว่าเราจะอยู่รอด ไปด้วยกันได้อย่างไร
- พึงพากัน โดยไม่คิดว่าใครเป็นเหยื่อของใคร
แล้วควรจะเริ่มตรงไหน
- ผมคิดว่าต้องทำให้ทุกคน ทุกภาคส่วนเป็นเพื่อนกัน
- และหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกันได้ อย่างดีที่สุด ได้อย่างไร
- และผมคิดว่า ความรู้ และปัญญาน่าจะเป็นตัวเชื่อมประสานได้ดีที่สุด
- ดังปณิธานของ สคส “การจัดการความรู้ทุกหย่อมหญ้า” ที่จะต้องพัฒนาความรู้ทั้งนอก และในระบบ เพื่อความเป็นไท
แล้วจะพัฒนาและจัดการความรู้แบบไหนดีล่ะครับ
ผมคิดว่าจะต้องประสานความรู้แบบ
“ไม่หลงของเก่า ไม่เมาของใหม่ เป็นหัวใจของการพัฒนา”
- ที่แปลว่า การพัฒนาความรู้ และการศึกษา จะต้องประสาน ความรู้และการทำงานในระดับท้องถิ่น และ ทางวิชาการ
- การพัฒนาแบบหนุนฐาน ผสมกับการต่อยอดความรู้ และปัญญา
- เน้นการศึกษาวิจัยที่ทำให้เกิดผลการพัฒนา ทั้งในระดับท้องถิ่น และนโยบาย
- ทำงานสอนเลียนแบบการวิจัยเชิงประจักษ์ ที่ผสมผสานกับการวิจัยเชิงวิชาการ
- การทำงานพัฒนาการศึกษาเพื่อพัฒนา ทั้งทรัพยากร และสังคมไปพร้อมๆกัน
- พัฒนาการศึกษาทั้งจิตวิญญาณและเทคโนโลยีที่สอดคล้องกัน
- สนับสนุนการพัฒนาการศึกษาเพื่อระดับชุมชนและระดับประเทศอย่างสอดประสานกัน
- ศึกษาเพื่อการพัฒนาทั้งระดับปัจเจก และสังคมให้เป็นเนื้อเดียวกัน
- ทำงานการเรียนการสอนทั้งเน้นสภาพคามเป็นจริง และฐานคิดทางทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
- เน้นการสนับสนุนการเรียนรู้ทั้งเชิงปฏิบัติและเชิงหลักการ
การทำงานพัฒนาการศึกษาแบบนี้ จะทำให้เกิดการประสานแนวคิด ที่ทำให้เกิดการพัฒนาการศึกษาเพื่อ ความเข้าใจกัน และเพื่อความเป็นไท ได้ในหลายๆรุปแบบ
เช่น <ul>
</ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">แต่ในทางปฏิบัตินั้น ควรจะทำได้อย่างไร </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"> </p><ul>
</ul><h4 align="center">การทำงานการศึกษา และการพัฒนาแบบนี้น่าจะส่งผลถึงการศึกษาเพื่อชีวิต เพื่อความเป็นไทได้ครับ </h4><p align="center"> </p><p align="center">ปรมาจารย์ด้าน "การศึกษา" (การพัฒนาคน) มีความเห็นว่าอย่างไรครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt"></p>
สวัสดีค่ะอาจารย์
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณอาจารย์ที่ให้ข้อมูลที่เป็นความรู้ค่ะ และเป็นแบบอย่างที่ดีด้วยค่ะ
การศึกษาจะต้องปลูกฝังให้บุคคลยึดมั่นในความสุจริต ความยุธติธรรม และความเสมอภาคในสังคมค่ะ
ขอช่วยเป็นกำลังใจในการทำงานค่ะ
ขอบคุณครับ
ผมคิดว่าจุดแข็งเรามีมากครับ
แต่
เราต้องเริ่มจากจุดนี้ครับ
ผมจึงคุยกับคุณเม้งเรื่องนี้ประจำว่า
การจัดตั้งสำนักงานปราชญ์ ที่มีโครงสร้างอ่อนตัว ทำงานง่าย น่าจะเป็นจุดเริ่มที่ดี
และใช้บทเรียนความผิดพลาดที่ผ่านมานำทางในการป้องกัน และแก้ไขปัญหา
ตอนนี้ปราชญ์ของเราก็ไม่โต เพราะถูกเก็บไปไว้บนแจกันเกือบหมดแล้ว
ไม่มีเวลาติดเมล็ด งอกราก
วันๆก็รอคนมากราบไหว้บูชา แห้เหี่ยวไปก็ลงถังขยะ
เราจะต้องคิดใหม่ ทำใหม่
ไม่ใช่
คิดใหม่ ทำเหมือนเดิม
อย่างที่เป็นมาครับ