เก็บตกจากยูนาน : ตำนานรัก ขนมจีนข้ามสะพาน

ด้วยความรักและห่วงใย ภรรยาสาวสวยก็ใส่ใจคอยหาอาหารนำไปส่งทุกวัน ต้องเดินทางไกลจากหมู่บ้าน ข้ามสะพานไปส่งอาหารให้ที่เกาะทุกวัน

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">
          จะอ่านเรื่องนี้ต้องเตรียมตัวเตรียมใจนะครับ หาน้ำเย็นมากลั้วคอหรือหายาหยอดตาเตรียมวางไว้ใกล้ๆ

          เพราะตำนานเรื่องนี้ รักหวานจ๋อยจัดจนมดขึ้นหรืออาจทำให้เกิดความตาร้อนผ่าวขึ้นมาได้ง่าย หากพาลระลึกถึงคู่ของเรา ฮิ ฮิ
</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">

                                    หนูลิซ่า Ms.Li sihong</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">          
        
วันสุดท้ายก่อนจากมหาวิทยาลัยหวงเหอ รองผู้อำนวยการวิเทศสัมพันธ์คนสวย หนูลิซ่า Ms.Li sihong เธอให้สัญญาว่าจะพาเราไปกินอาหารเช้าแบบออริจินัลของยูนาน

          คือ
ขนมจีนข้ามสะพาน อันลือชื่อ

          ภาษาจีนเรียกว่า
กั้วเฉียวหมี่เซี่ยน


          คนยูนานพูดไม่เหมือนคนปักกิ่ง ดังนั้นไม่ต้องออกเสียงแบบม้วนลิ้นครับ

          ผมเองก็งงงง เหมือนกันว่า ไอ้ขนมจีนข้ามสะพานนี้มันจะเป็นแบบไหน พาลนึกหน้าตาเป็นแบบขนมจีนน้ำเงี้ยวไปโน่นและคิดเพียงว่าน่าจะมีเส้นที่ยาวเหยียดจนจากฟากสะพานด้านหนึ่งไปถึงอีกด้านหนึ่ง

        ถามเขาดูก็บอกเพียงว่า น่าเดี๋ยวก็รู้เองแต่มันมีตำนานเกี่ยวกับนิยายรักโรแมนติกด้วยล่ะ

        ผมก็เลยพาลนึกภาพแบบหนังการ์ตูนวอลล์ดิสนีย์ ที่มีเจ้าหญิงถูกพ่อมดจับขังไว้ที่หอคอยเป็นเวลายาวนาน จนเส้นผมยาวเหยียด เลยใช้เป็นประโยชน์หย่อนลงมาให้เจ้าชายขี่ม้าขาวพาหนีออกมาได้

        เลยนึกต่อว่าไอ้ขนมจีนที่ว่านี้ชรอยเส้นมันคงยาวเหยียดจนผู้ชายพาคู่รักโหนข้ามสะพานไปได้แน่แน่
</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">
       
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">        พอเข้าไปในภัตตาคาร โอ้โฮ้! จะพามากินขนมจีน ร้านต้องหรูหราขนาดนี้เชียว ที่เชียงใหม่หากพาไปกินขนมจีนมักจะเป็นร้านแบบยองยองเหลาก็ดูดีแล้ว

        พอเห็นภาพบนโต๊ะต้องอึ้งครับ…ดูภาพเอาเองก็แล้วกัน อะไรต่อมิอะไรวางเต็มไปหมด
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">

        </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">         เขาก็เชิญให้นั่ง ผมเห็นแต่เส้นหมี่ขาววางอยู่ในจาน หน้าตาก็คล้ายๆเส้นขนมจีนบ้านเรา เพียงแต่เส้นใหญ่กว่านิดหน่อยแต่ไม่เห็นมีน้ำแกงอะไร ที่วางอยู่บนโต๊ะก็มีจานใส่ผักต่างๆ จานใส่หมู เครื่องใน ไข่และไก่ทอดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพอคำ พร้อมเครื่องปรุงมีพริกคั่วกับน้ำมันสไตล์ยูนานแบบข้าวซอยเชียงใหม่

        สักพัก เขาก็ยกชามน้ำซุบมาเสริฟ์ วางลงข้างหน้าคนละชาม

        แม่เจ้าโว้ย! ต้องอุทานอย่างนี้จริงๆครับ เพราะชามน้ำแกงนี้มโหฬารมาก เหมาะสำหรับคนกินสักสิบคน!</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">

        </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">        ลืมถ่ายตอนก่อนกิน :) กินจนอิ่มแปร้แล้วจึงนึกได้ เลยถ่ายเก็บไว้ ที่เห็นอยู่นี้ ใช้วรยุทธสุดยอดแล้ว แฮ่ะ แฮ่ะ มีปัญญากินได้เท่านี้เอง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">        </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">        ในชามมีน้ำซุบคล้ายน้ำก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา กลิ่นหอมหวนมีไอร้อนกรุ่นพวยพุ่ง และมีน้ำมันสีเหลืองอ่อนลอยอยู่บนหน้าซุบ

        หนูลิซ่า ก็อธิบายวิธีกินให้ โดยหยิบจานเนื้อต่างๆใส่ไปก่อน คือเนื้อหมู เครื่องในดิบๆ ค่อยๆคนให้สุกอย่างเบามือ พอเนื้อสุกแล้วก็ใส่ผักต่างๆลงไปจนหมด

         สุดท้ายตามด้วยเส้นหมี่ขาว จานพูนคีบใส่ไปตามต้องการ ผมทดลองคีบใส่ดูก่อนเพียงเล็กน้อย เอ๋! เส้นก็มีขนาดปกติมาตรฐานเส้นหมี่ทั่วไปนี่ แล้วมันเกี่ยวกับข้ามสะพานตรงไหน?

         พอจะเอ่ยปากถาม หนูลิซ่าก็ยิ้มชมดชม้อยบอกว่าอย่าเพิ่งถาม (นะลุง) ให้กินไปก่อนเดียวจะเสียรสชาติ กินเสร็จแล้วหนูจะเล่าทีหลังจะได้ซาบซึ้งไง แบบ
Appreciation (สมัยเรียนศิลปากรดัดจริตออกเสียงคล้ายฝรั่งว่า อัปปรีย์ชีเอชั่น เวลาไปเขียนรูปแถววัดมหาธาตุแม่ชีฟังแล้วสะดุ้งเฮือกๆ)

         ผมเลยทำตามอย่างว่าง่าย เอาตะเกียบคีบเส้นขนมจีน ซดน้ำซุบ ตามด้วยผักและเนื้อไก่ พอเข้าปาก

         โอ้พระเจ้า… ซ่าร่า เอ้ย
! ลิซ่า มันยอดดดดจริงๆ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">

        </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">        น้ำซุบไก่หวานหอม รสชาติสุดยอดกลมกล่อม โดยไม่ต้องปรุงรสอะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้น ด้วยน้ำหวานของผักนานาที่ใส่เข้าไปและเมื่อคีบเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่นกกระทาเข้าปาก…อืม

         เอาอะไรมาแลก(ในขณะนั้น) ก็ไม่อาวววว

         ซดกันโฮกๆ ซูดๆกันอยู่นานด้วยความอร่อย สังเกตดูน้ำซุบเพิ่งพร่องลงจากขอบชามเพียงนิ้วเดียวเท่านั้น ใครกินหมดชามได้ต้องเป็นตือป๊วยก่ายหรือไม่ก็พิงค์กี้เลดี้กลับชาติมาเกิดแน่

        อร่อยสุดยอดในชีวิตครับ แต่ก็หาหมดไม่ ผมกินเส้นขนมจีนจนหมดชามที่ให้มาแต่ไม่มีปัญญาซดน้ำซุบที่ให้มาหมด สังเกตดูทุกคนก็เหมือนกัน ท่านอธิการบดีบอกว่าที่จริงซุบชามเดียวก็พอเพียงทั้งโต๊ะ

        ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง วิธีกินขนมจีนข้ามสะพานแบบนี้ เหมาะสำหรับสุภาพสตรีเพราะในขณะกินไอควันร้อนๆของน้ำซุบจะรมใบหน้าได้ทั้งหน้า เพราะต้องชโงกหน้าไปกินและปากชามก็ใหญ่เหลือเกินสมเป็นหมี่ซาวน่า

        อิ่มท้องแล้ว ผมก็ทวงถามหนูลิซ่าตามสัญญา เธอทำตาหวานชม้อยตาถามว่าผมมีภรรยาแล้วยัง (เพราะแก่ป่านนี้แล้ว)

        ผมจึงกัดฟันตอบไปว่า มี! (อย่างชายชาติเสือ) เธอจึงบอกว่า หากมีแล้วก็จะซาบซึ้งกับตำนานความรักในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น แล้วเล่าว่า…

        เมื่อประมาณ ๒๐๐ ปีก่อน ณ ทะเลสาบหนานหู เมืองเหมิงจื้อ ของมณฑลยูนาน มีชายหนุ่มแซ่จางประสงค์จะสอบจองหงวนให้สำเร็จ จึงปลีกตัวจากครอบครัวไปท่องหนังสือดูตำราที่เกาะกลางทะเลสาบอย่างเคร่งเครียด

        ด้วยความรักและห่วงใย ภรรยาสาวสวยก็ใส่ใจคอยหาอาหารนำไปส่งทุกวัน ต้องเดินทางไกลจากหมู่บ้าน ข้ามสะพานไปส่งอาหารให้ที่เกาะทุกวัน แต่เนื่องด้วยระยะทางที่ห่างไกล ทำให้อาหารที่นำไปให้ ไม่ว่าจะปรุงไปด้วยรสชาติที่ล้ำเลิศเพียงไร พอไปถึงก็เย็นชืดหมดรสไปเสียทุกครา

       ต้องนึกภาพแบบวิถีชีวิตคนจีนจึงจะเข้าใจประเด็นเรื่องนี้ เพราะคนจีนนิยมกินอาหารร้อนๆ ดื่มน้ำร้อนๆ ต่างกับคนไทย คงเป็นเพราะสภาพอากาศหนาวเย็นจัด แม้กระทั่งโค้กหรือเบียร์ยังไม่แช่เย็นเลย

       มาเมืองจีนต้องกิน โค้กอุ่นๆ หากอยากกินเย็นต้องร้องหา ปิงไคว่(น้ำแข็ง) เอาเอง

       ชายผู้เป็นสามีได้อาหารที่เย็นชืดทุกวัน ก็ทำให้ไม่เจริญอาหาร ร่างกายก็ซูบผอม สุขภาพก็ทรุดโทรมลงมาก สติปัญญาก็เริ่มถดถอยจนเกิดความวิตกกังวลว่าจะสอบไม่ผ่าน

       ฝ่ายภรรยาก็กลุ้มใจโศกเศร้าว่าเป็นเพราะตนทำหน้าที่พกพร่อง พยายามหาวิธีการต่างๆที่จะทำให้สามีของตนเจริญอาหารให้จงได้ วันหนึ่งเธอจึงคิดสูตรอาหารทำด้วยเนื้อไก่ แต่ไม่ปรุงให้สุกเสียคราวเดียว ตุ๋นส่วนหนึ่งเพื่อทำน้ำซุบ แล้วเอาใส่ไหใบโต แบ่งเนื้อไก่ออกเป็นชิ้นๆห่อไปและนำหมี่ขาวไปด้วย ตั้งใจไว้ว่าจะไปปรุงประกอบอาหารให้สามีสุดที่รักได้กินร้อนๆ

       เมื่อเตรียมเสร็จสรรพ เธอจึงเดินทางไป แต่ในคราวนี้มีอุปกรณ์มากมายที่ต้องนำติดตัว ระยะทางก็ยาวไกล ที่หนักที่สุดคือไหใส่น้ำซุบร้อนๆนั้นที่ยิ่งเดินก็ยิ่งหนัก อาศัยความรักที่มีอยู่และความตั้งใจจริงที่อยากให้สามีได้กินอาหารที่อร่อยถูกปาก ทำให้เธอต้องอดทนต่อความทุกข์ยากลำบากกายในขณะเดินทาง

      พอใกล้ถึง เธอก็มีสภาพร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ายิ่งนัก และในขณะที่เธอกำลังข้ามสะพานนั้นเอง เธอก็เป็นลมสิ้นสติล้มพับไป

      เธอหมดสติไปเป็นเวลานานและเมื่อได้สติฟื้นตัวขึ้นมา เธอเสียใจมากเพราะคิดว่าสามีของเธอต้องกินอาหารที่เย็นชืดอีกแล้ว

      แต่…เมื่อเธอก้มหยิบไหที่ใส่น้ำซุบไก่ ปรากฏว่าอัศจรรย์ใจนักน้ำซุบยังคงร้อนอยู่ เธอจึงรีบเดินทางต่อและนำไปปรุงอาหารที่ยังร้อนอยู่ให้สามีกินได้สำเร็จดังประสงค์

       สามีกินด้วยความเอร็ดอร่อยยิ่งนัก เมื่ออิ่มหนำสำราญดีแล้ว ภรรยาจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ต่างคนต่างสงสัยว่าทำไมน้ำซุบจึงคงความร้อนอยู่ได้ เมื่อไปดูที่ไหซุบ เห็นน้ำซุบที่ยังเหลืออยู่มากมีคราบน้ำมันสีเหลืองลอยอยู่บนผิวซุบ จึงเข้าใจว่าเป็นเพราะมีฝ้าน้ำมันลอยปิดหน้าน้ำซุบนี่เองที่เป็นตัวกั้นมิให้น้ำซุบคงความร้อนอยู่ได้นานและน้ำซุบมีก็ปริมาณมากพอ

       สามีจึงชมเชยในสติปัญญาของเธอและชื่นชมในความรักอาทรที่เธอมีแก่สามี เมื่อสามีได้รับอาหารที่มีคุณภาพทางโภชนาการ จึงมีสุขภาพแข็งแรงและมีสติปัญญาดีขึ้น ตามลำดับ

       ในที่สุดสามีก็สอบจองหงวนได้สำเร็จ เป็นที่ภาคภูมิใจแก่ครอบครัวยิ่งนัก เมื่อเป็นจองหงวนแล้ว จางจองหงวนจึงประกาศเรื่องราวเบื้องหลังแห่งความสำเร็จที่เป็นสติปัญญาของผู้เป็นภรรยาให้ปรากฏ

       และตั้งชื่ออาหารนั้นว่า
กั้วเฉียวหมี่เซี่ยน” “ หรือ ขนมจีนข้ามสะพานตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากนั้นก็นิยมนำมาเป็นสูตรปรุงกินกันและใส่เครื่องปรุงต่างๆมากขึ้นจนกลายเป็น ตำนานขนมจีนข้ามสะพานอันเลื่องลือของมณฑลยูนานตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

       เป็นไงครับ ฟังแล้วซาบซึ้ง ถึงความรักและความห่วงหาอาทร ตลอดจนความอดทนพยายามของภรรยาจางจองหงวนไหม?

      
ผมว่าอาหารใดใดก็ตาม หากปรุงด้วยความรักและห่วงใย ก็จะอร่อยล้ำเลิศที่สุดในโลก และหากได้กินร่วมกับคนที่เรารักที่สุดแล้วไซร้

       ก็จะมีความสุขที่สุดในโลก เช่นกัน
</p>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากอาจารย์



ความเห็น (88)

s o m p o r n p
IP: xxx.28.27.3
เขียนเมื่อ 

อาจารย์ขา

เรื่องนี้อ่านแล้วซาบซึ้งมาก  อาจารย์เล่าได้อรรถรสปนกับความอร่อย และเห็นภาพ(ความหิว)ชัดเจน

ทั้งอร่อยในเรื่องอาหาร และอร่อยในเรื่องความรัก (อิอิ)

อยากทำน้ำซุปให้คนที่เรารักทานจังเลย ฝีมือก็ใช่ย่อยนะคะ

ประกาศ  ประกาศ  ประกาศ

วันนี้จะแซงคิวพี่ใหญ่ น้องกลาง น้องเล็ก 5555

เขียนเมื่อ 
อืมม์ ตำนานนี้ช่างซาบซึ้งยิ่งนัก ศิษย์พี่ใหญ่ช่างมีบุญ ศิษย์น้องไปยูนนานสองครั้งแล้วยังมิมีโอกาสลิ้มลอง "กั้วเฉียวหมี่เซี่ยน" นี้แต่อย่างใด เดี๋ยวศิษย์น้องรอท่านแม่กลับมาจะลองถามว่าชื่อนี้แปลว่าจะใด ครั้นจะอาศัยเจ้าตัวเล็กแปลให้ก็กลัวความจะเพี้ยนไปเสียก่อน

ศิษย์พี่ท่านทำถูกแล้วที่ตอบไปว่าท่านมีฮูหยินคู่ใจ หากมิฉะนั้นอาจจะถูกสาวยูนนานกักขังไว้ไม่ยอมให้กลับมา พาลจะทำให้บรรดาศิษย์น้องทั้งหลายจะตรอมใจกันเพราะไม่มีอะไรทำ (ไม่มีบล็อกศิษย์พี่ให้มาตั้งวงเม้าท์) เลยต้องหันมากินทั้งวัน 555
เขียนเมื่อ 
อ้าว เฮ้ย มาอ่านก่อนแต่พิมพ์ช้าเลยถูกแซง พี่อึ่งอ๊อบนี่ทำงี้ได้ไงเนี่ย มาปาดซะแว้ว

โอ้โฮ้!

วันนี้หนูอึ่งรวดเร็วเป็นกรด

นอกจากจะแซงหน้ากามนิตหนุ่มจนตกแม่น้ำโขงแล้ว

ยังแซงหญิงใหญ่ หญิงเล็ก น้องรอง จนเสียฟอร์มไปตามกัน ฮิฮิ

เมื่อไหร่หนูอึ่งทำซุบ โปรดโทรมาทันใด :)

จะได้เอามาเขียนเป็นซุบรักหักสะพาน ภาคสอง :)

หนูศิษย์น้องเล็กแก้มยุ้ย

มาซาบซึ้งเรื่องของกิน คงถูกใจเจ้ายิ่งนัก!

ทีหลังจะได้หาคนกินหมี่ไปสบตาหวานซึ้งไป สูดเส้นมาม่าซ้วบๆไปด้วยกัน ซึ้งซะไม่มี :)

เรื่องฮูหยิน ต้องรีบยืดอกอันเหี่ยวๆตอบอย่างฉะฉาน เพราะครั้งก่อนถูกจับแต่งงานที่ภัตตาคารจนถูกข้อหาว่าละทิ้งภรรยาไว้ที่เมืองจีนเป็นข้อหาฉกรรจ์มาจนบัดนี้

เออดีนะ รีบถามแม่เร็วๆ อาจารย์ก็อยากรู้ว่าแปลถูกไหม?

เขียนเมื่อ 
ท่านแม่มาช่วยเฉลยไขภาษาให้แล้วเจ้าค่ะ คำว่ากั้วเฉียวหมี่เซี่ยนนั้น แยกเป็นสี่คำดังนี้

กั้ว = ข้าม
เฉียว = สะพาน
หมี่ = ข้าว (แสดงว่าเส้นของอาหารชนิดนี้ทำจากแป้งข้าวเจ้า)
เซี่ยน = เส้นลักษณะเหมือนด้ายยาวๆ / หมัก (ต้องเห็นตัวหนังสือถึงจะรู้ว่าตัวไหน มันพ้องเสียงค่ะ)

ตัวหลังนี่ไม่ชัดเจน มันมีคำว่าเซี่ยนที่เขียนอีกแบบหนึ่งแปลว่า หมัก ถ้าอาหารชนิดนี้เป็นเส้นหมัก ก็จะต้องแปลว่า "ขนมจีนข้ามสะพาน" อย่างที่ศิษย์พี่ว่า แต่ถ้าไม่ใช่ก็ต้องเป็นอย่างที่ท่านแม่บอกคือต้องแปลว่า "เส้นหมี่ข้ามสะพาน"

โอ้ ภาษาจีนช่างล้ำลึก รู้ไปจนกระทั่งส่วนผสมของอาหารจากชื่อที่บอกมา เหอๆๆ ศิษย์น้องเล็กยังเรียนรู้มิถึงเสี้ยวของมารดา (ท่านแม่ฝากบอกว่าตำนานซึ้งจัง อินกว่าเราอีก 555)

เขียนเมื่อ 

ศิษย์พี่ใหญ่..

ดีว่าศิษย์น้องรองกลับบ้านดึกแล้วเพิ่งจัดการข้าวไข่เจียวไป มิเช่นนั้นคงต้องร้องหาหมี่ (มาม่า) กินเป็นแน่  ^ ^ ก็คล้ายที่เล่ามาที่สุดแล้วอ่ะ 5555

ตอนเย็นมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่เห็นบันทึกนี้ ไม่งั้นต้องมาปาดหน้าแซงกันเหมือนพี่อึ่งอ๊อบกับน้องเล็ก.. ^ ^ แต่มาอ่านที่หลังก็ดีเพราะได้ความรู้เพิ่มจากน้องเล็กอีกต่างหาก..

ศิษย์พี่ใหญ่คะ

ปิดท้ายบันทึกได้ซึ้งจริงๆ อ่านมาตั้งแต่ต้น ยังไม่ซึ้งเท่าประโยคปิดท้ายเลยค่ะ :)

เห็นภาพแล้วหิวค่ะ :)

เจีย เจี๊ย

น้องเล็กแก้มยุ้ย และคุณแม่

ช่างแปลได้ทันใจและลึกซึ้งดีแท้ โดยไม่ต้องอาศัยแลงดอนให้ป่วยการ

แต่งตั้งอาแม่เป็น แลงดอนไชนิส ดีกว่า :)

คุณแม่ต้องอินแน่แน่ เพราะต้องเคยมีตำนานรักข้ามโลกติดตัวมาบ้าง ไม่งั้นไม่อินขนาดนี้ (ดังกว่าข้ามสะพานอีก) :)

อาจารย์เคยอ่านมาหลายเรื่องแล้ว ภรรยาจีนมักเป็นเช่นนี้ ทั้งจงรักภักดีสุดขอบฟ้าและยอดภรรยาปรนนิบัติเยี่ยมยอด โดยเฉพาะเรื่องอาหาร

ไม่งั้นเขาจะบอกว่า มีเมียญี่ปุ่น กินอาหารจีน อยู่บ้านฝรั่ง รึ เทั้งสามอย่างนี้ ป็นความฝันสุดยอดของบรรดาชายทั้งปวง

 

ศิษย์น้องรอง

ฮ่า! ฮ่า ! ตำนานรักข้ามมาม่า คงเป็นเวอร์ชั่นพิเศษของน้องรอง

วาสนาเจ้า ชมชอบกินมาม่า ตามลำพัง

ศิษย์พี่เคยบอกว่าให้เลือกคู่ หรือไม่จะจัดหาให้ ก็ส่ายหน้าว่า ม่ายอาว ม่ายอาว อยู่นั่นแหละ

แล้วมานั่งหน้าเน็ต ทำตาซึ้งข้ามทวีปเป็นขนมจีนข้ามสะพานอยู่ได้อย่างไร :)

เดี๋ยวนี้ วิชาตัวเบาของเจ้าตกต่ำ เป็นรองน้องอึ่ง (นางพญาอึ่งขาว) ไปหลายกิโล :)

 

ศิษย์น้องเล็กชนี เอ้ย! นินจาน้อย

ทำเป็นมาซาบซึ้ง มีใครมานั่งสบตาตอนกินมาม่ารึป่าว จะได้ทำท่าเขินม้วนไปมาแล้วสูดมาม่าเข้าทางจมูก

พี่ใหญ่ไปเมืองจีน ไม่ค่อยเห็นโฆษณาขายครีมไวท์เทนนิ่งเลย ไม่งั้นจะแบกมาฝากสักสองกิโล ให้ทั้งอาบทั้งทา จะได้ขาวไว ขาวไว!

จริงๆด้วย หากมีคนที่เรารักและรักเรา แม้นจะทำมาม่าให้กินยามดึก เราก็จะว่ามันเป็นมาม่าที่อร่อยสุดยอดที่สุดในโลก

ยิ่งมานั่งกินด้วยกันแล้วไซร้...มาม่ากี่ห่อก็ไม่พอ :)

ว่าแต่หนู มีหนุ่มหลงทางมาหาบ้างหรือยัง? อย่าลืมวรยุทธที่สอนให้ยิ้มกว้างๆนะ :)

ท่ากินแบบนี้ได้ใจมากครับ

ผมเพิ่งสังเกตว่าชามก๋วยเตี๋ยวเท่ากะลามังเลยนะครับ แบบนี้อาจารย์ทานหมดมั้ยครับ???

แฮ่! น้องเอก

ขืนหมด ต้องหามกลับขึ้นเครื่องบินแน่ :)

ชามใหญ่แบบนี้ดีครับ กินเสร็จแล้วหน้าขาวผ่องขึ้นมาทันตาเห็น

เขียนเมื่อ 
เห็นศิษย์พี่ใหญ่เขียนเรื่องเมืองจีน เลยรำลึกได้ว่าจะเขียนเรื่องเทศกาลไหว้พระจันทร์ต่อ คืนนี้เลยปั่นต้นฉบับซะตีหนึ่งครึ่ง บีบบังคับท่านแม่ให้เล่าให้ฟังหมดเปลือกก่อนไปนอน ติดตามอ่านได้นะเจ้าคะ ไหว้พระจันทร์ เทศกาลแห่งความรักของครอบครัว

ท่านแม่บอกว่า ชามใหญ่แบบนี้สงสัยเขาหยิบผิด เอากะละมังมาใส่แทนแน่ๆ เหอๆๆ ท่านแม่ของศิษย์น้องก็มุขมิเบาเช่นกัน ^ ^ ดึกมากแล้ว ศิษย์น้องขออำลาพี่ท่านไปเฝ้าเง็กเซียนก่อนล่ะ คร่อกฟี้ๆๆๆ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์

มณฑลยูนานที่อาจารย์ไป ไปเมืองอะไรค่ะ แป๋วเคยไปคุนหมิงค่ะ ก็ไปทานขนมจีนข้ามสะพานที่ว่านี้เหมือนกันค่ะ แต่ไม่ทราบตำนาน หรือไกด์เล่าแล้วลืม...อิอิิอ

อาจารย์เล่าดีมากๆ อินค่ะ ชื่นชม ค่ะ ว่าสาวจีน หรือภรรยาจีนช่างปรนนิบัติพัดวีจังเลยค่ะ

ภรรยาชาวไทย ที่เป็นแบบนี้ก็มีมิใช่น้อยนะค่ะ...

 

ศิษย์พี่ใหญ่คะ

แหม.....อยากมีคนทำมาม่าให้กินจัง หายากชะมัด ฮ่าๆ ยิ้มกว้างแค่ไหน ก็ไม่เห็นมีคนมาทำให้กินเลย แต่ว่าไม่ง้อค่ะ ทำกินเองก็ได้..... :)

เขียนเมื่อ 
มามะ น้องมะปรางเด๋วพี่ต้มมาม่าไฮโซทรงเครื่องให้กินเอง ใครไม่ดูแลน้องพี่ ศิษย์พี่คนนี้ดูแลเองก็ได้ ซึ้งมะ แล้วตอนวันงานอย่าลืมพาศิษย์พี่ไปเลี้ยงสเต็กคืนด้วยล่ะ 555
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์

ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ยอดหญิงเลยนะคะ

ผู้ชายไทยคงอิจฉากันไปตามๆกัน

สาวชาวจีนนี่ขึ้นชื่อเรื่องความภักดีและปรนนิบัติสามีเก่งมากๆ ไม่ทราบเดี๋ยวนี้ เป็นยังไง เดี๋ยวนี้ สาวจีนเปรี้ยวมากนะคะ ไปปักกิ่งหนที่แล้ว เห็นแต่งตัวกันสวยสุดเดชเลยค่ะ

เดี๋ยวนี้ที่ยูนนานปรับปรุงเรื่องห้องน้ำแล้ว ใช่ไหมคะ

ติดตามอ่านบันทึกอาจารย์ค่ะ สำนวนวันรุ่นค่ะ

ขอขอบคุณอาจารย์พิชัย...

  • ตั้งแต่อ่านบันทึกใน Go2know มา... บันทึกของอาจารย์เรื่องนี้มีภาพประกอบที่โดดเด่นที่สุด แถมเรื่องยังคมคายมาก
  • ขอ "อัปปรีฯ (appreciation)" ด้วยคนครับ... สาธุ สาธุ สาธุ

น้องเล็กแก้มยุ้ย

อาแม่น้องเล็กมีมุขไม่เบา :)ไปกท.เมื่อไหร่จะไปกวดวิชาเพิ่มมุขนะ บอกอาแม่จะไปคุกเข่าขอเรียน 

เรื่องไหว้พระจันทร์ไปอ่านและเพิ่มเติมในส่วนความหลังของศิษย์พี่แล้ว

หนูแป๋ว

อาจารย์ไปคุนหมิงแล้วนั่งรถอีก 5 ชั่วโมงไปเมืองMengzi ใกล้ชายแดนเวียตนาม เป็นเกตเวย์ไปสู่Sounth East Asia จึงพัฒนาเมืองใหญ่โตมากและมีมหาวิทยาลัยที่ดี เอาไว้เขียนตอนต่อไปครับ

สาวไทยที่ช่างปรนนิบัติก็มีเยอะครับ เช่นหนูแป๋วเป็นต้น ที่มีสามีคอยปรนนิบัติอย่างยอดเยี่ยม :)

 

น้องเล็กเด็กสุดนินจาน้อย

โถ โถ พิโถ...มัวแต่ยิ้มกว้างๆ อยู่นั่นแหละ

วิชามาร เอ้ย! วิชาที่เหลืออีกหนึ่งอย่างไม่งัดออกมาใช้เสียนี่...

จงเอาแขนที่ยาวเหยียด ของเจ้าคว้าหนุ่มที่อยู่ในรัศมีวงแขนเอามาต้มมาม่าให้เจ้าเสียดีดี ฮ่าฮ่า!

น้องเล็กแก้มยุ้ย

อย่าไปอาสา takecare ให้น้องนินจาลงน้ำหลวงพระบางเลย :)

ให้เธอขึ้นมาเถอะ...โอกาสยังมีหากปรับสีผิวนิดหน่อย

สวัสดีครับ คุณศศินันท์

เรื่องนี้เขาว่าเป็นเรื่องจริงนะครับ

เรื่องความรักสามีและกตัญญูนี่ ชาวจีนมีชื่อเสียงมากในเรื่องความอดทนและปรนนิบัติทดแทนพระคุณ

สาวไทยสมัยกฤษณาสอนน้องก็ใช่ย่อยครับ ต้องตื่นก่อนนอนหลังและกราบเท้าสามีก่อนนอนทุกคืน

เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นมามาก...ให้สามีกราบแทน:)

ห้องน้ำที่ยูนาน ยังรักษาความเป็นเอกลักษณ์อย่างเหนียวแน่นครับ จะเล่าให้ฟังตอนต่อไป

เป็นสีสรรที่แตกต่างไปจากชีวิตเดิมๆครับ :)

สวัสดีครับคุณหมอ สาธุ ขอบคุณที่ชม

ระลึกถึงคุณหมอเสมอครับ :)

สุกฤตา
IP: xxx.157.165.238
เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลยค่ะ   แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่า      จะรักใครนอกจากพ่อแม่ได้มากขนาดนั้นได้ยังไงค่ะ

ช่างเหลือเชื่อจริงๆนะคะที่ทำได้

เอ  หรือเป็นเพราะหนูไม่เคยรักใครนอกจาคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่รู้ค่ะเลยนึกไม่ออก  แห่ะๆ

เขียนเมื่อ 

เอารูปหยดน้ำมาฝากอาจารย์ค่ะ

เขียนเมื่อ 

         เรื่องนี้ของอาจารย์ทั้งสนุกและอร่อยเลยค่ะ อ่านไปแอบกลืนน้ำลายไป หมอกำลังเป็นขาประจำของหมี่จั๊บอยู่ คงพอแทนกันได้ค่ะ โห แต่เห็นชามอ่างขนาดนั้น แค่เห็นก็ชวนอิ่มแล้วค่ะ

         นึกถึงป่าป๊าเลยค่ะ เวลาป๊าจะกินข้าว แม่ต้องเอาไปอุ่นให้ร้อนก่อนเกือบทุกครั้ง หมอยังนึกค่อนเลยว่าจะกินร้อนๆไปทำมั๊ย ลวกปากพอง(สงสัยรุ่นลูกจะเป็นเจ๊กกบฏหมดแล้วค่ะ เพราะกินแค่อุ่นๆหรือเย็นๆก็กิงล่าย กิงเรียบ)

          ว่าแต่ว่า อาจารย์กับอาจารย์นางสิงโต อย่ากินอาหารอิตาลีบ่อยนะคะ เดี๋ยวไขมันในตับจะเกินงาม ฮิฮิ

หนูสุกฤตา

หายไปจากวงการนานนะครับ

ไปปฏิบัติธรรมที่ไหนหรือปล่าว?

นึกภาพไม่ออก เพราะอาจไม่มีประสบการณ์จริง

เพราะเอาใจที่เต็มไปด้วยความรักให้คุณพ่อคุณแม่และลูกเสียหมดสต็อกแล้ว :)

อย่างไรก็ตาม ของพรรณนี้มันอยู่ที่บุพเพสันนิวาสครับ คือกรรมที่ประกอบร่วมกันมาก่อน

บางคนก็มาค้นพบประสบรักเร็ว...

บางคนก็มาช้า ต้องคอยคู่นานหน่อย

เพราะอาจยังไม่เกิด หรือเกิดแล้วแต่พลัดไปอยู่ที่อื่น

พอถึงเวลา ก็จะมาเองครับ

(เอ้า! ไป ไป... น้องเล็กชนีน้อยมาแอบฟัง เป็นเด็กเป็นเล็กต้องรออีกนาน) :)

หนูแป๋ว สวยมาก

หมายถึงรูปนะ :) อย่าเพิ่งดีใจ :)

เดี๋ยวจะตามไปเลีย เอ้ย! ไปอ่านครับ

ช่วงนี้ใช้เสียงมากอยู่ด้วย

หมอนิดครับ

คาดว่าเรื่องนี้ จะเข้าล็อกหมอพอดี

คือทั้งมันทั้งน่ากิน...

คนจีนชอบกินของร้อนๆ และมีวิธีกินไม่เหมือนชาติอื่นๆ อาจารย์สังเกตุดูพ่อ เวลากินซุบร้อนๆ หรือข้าวต้ม เขาจะซดหรือพุ้ยเข้าปากได้อย่างว่องไว ทำปากห่อๆ ซดกลืนซดกลืน

พอทดลองทำบ้าง ไม่ไหวลวกปากคอยับเยิน :)

เรียกว่าฝีปากไม่ถึงง่ะ

ชามที่เห็นนี้ ทีแรกแทบผงะ นึกภาพเขาประคองสองมือมาตั้งดู น้ำปริ่มขอบชามเลย

ทีแรกนึกว่า ชามเดียวทั้งโต๊ะ ยังเฉยๆ พอเอามาตั้งอีกตรงหน้าแทบเป็นลม

อาจารย์ก็กินแทบตายจนจุกมาถึงคอ ได้เท่าที่เห็นนี่แหละ

นั่นแน่ คุณแม่หมอก็สวีทไม่เบา ยิ้มก็หวาน สวยอย่างนี้ตอนสาวๆคุณพ่อคงเลิฟน่าดู

ระยะนี้สองอาจารย์เว้นอาหารไอ้เลี่ยนไปหลายเดือนแล้ว ...แต่พูดแล้วชักคิดถึง

อืมม? โทรจองเลยดีกว่า...แล้วค่อยไปนอนเปิดพุงให้หมอวิจารณ์ทีหลังก็แล้วกัน :)

เขียนเมื่อ 

        อาจารย์คะ  อาจารย์ใช้เทคนิคอะไรแต่งภาพให้โฟกัสจุดเดียวในรูป แล้วที่อื่นเบลอหมดคะ ช่วยสอนสั่งลูกเต่าน้อย(หมูยักษ์ก็ได้ค่ะ)ด้วยค่ะ สงสัยจะทำแบบเดียวกับรูปคุณซูซานที่แต่งรูปต้นไผ่ใช่ไหมคะ

         ที่อาจารย์เล่าเรื่องคนจีนซดของร้อนๆ แม่นแล้วค่ะ หมอเห็นป๊าซดแกงจืด หรือพุ้ยข้าวต้มร้อนๆยังอึ้งทึ่ง แล้วก็หยอง เพราะในตำราเรียนบอกว่าโรคมะเร็งที่หลอดอาหารจะเยอะในกลุ่มคนจีนนี่แหละค่ะ เค้าเลยสงสัยว่าอาจจะมาจากกินอาหารร้อนเกินไปหรือเปล่า  

          อาจารย์กะอาจารย์ฮูหยินทานตามสบายเลยค่ะ หมอเข้าใจแล้ว

คุณหมออนิศรา ค่ะ

ถ้าหนูเดาไม่ผิดคิดว่าอาจารย์พิชัยน่าจะใช้เจ้าโปรแกรม Picasa ของ Google ค่ะ เป็นโปรแกรมฟรีค่ะ ทำอะไรได้หลายอย่าง Download ได้เลยที่ http://picasa.google.com/ ค่ะ

เขียนเมื่อ 
เห็นแล้วรู้สึกหิวแทน ฮ่าๆๆ อยากมีแบบนี้บ้างจัง กินร้อนๆๆ คนทำไปหาเอาในต่างประเทศ กลัวได้แหม่มดำๆๆมาฝากอาจารย์ เออาจารย์ไม่ปฎิเสธใช่ไหมครับ ฮ่าๆๆๆ

สวัสดีค่ะ ศิษย์พี่ใหญ่

  • เส้น....ข้ามสะพานนั้นอ่านแล้วซาบซึ้งมากค่ะ..เป็นรักแท้ประมาณว่ารักนี้นิรันดร์กาล...ชื่นชมสาวจีนคนนั้น...
  • .....ท่านพี่ถนัดซ้าย....เวลายกตะเกียบแล้วศอกไปชนสาวสวยบ้างไหมคะ(บ่อยๆหรือเปล่าคะ)..อิ..อิ.....
  • แหม....เห็นพี่ท่านซดซวบๆๆ.....ดูดเส้น...จ้วบจ้าบๆๆๆ...ซี๊ดแล้ว....ต้องบอกว่า..โอ๊ว!...พระเจ้าจอร์ช  มันยอดมากเล้ยยยย....
  • คิดถึงศิษย์พี่ใหญ่เสมอค่ะ

อ้อ...ลืมไปค่ะ...งานนี้หากเป็นหญิงไปเรียน....ชายคงปล่อยอดตายตั้งแต่อาทิตย์แรกๆแล้ว..อิ..อิ....

เขียนเมื่อ 
        ขอบคุณหนูมะปรางเปรี้ยวมากค่ะ ขอให้สวยคอเอียงตลอดไป ฮิฮิ
หมอนิดครับคำตอบอยู่มี่หนูมะผางส้มนินจาตอบหมอไปแล้วครับเทคนิคนี้ สมัยก่อนช่างภาพอะนาล็อกนิยมทำกันเรียกว่าเลนท์ซอร์ฟ หรือใช้ฟิลเตอร์ขอบนุ่ม ผมเคยเอากระดาษทิชชู่เจาะรูตรงกลาง แล้วมาแปะหน้าเลนท์ ก็สวยฟุ้งนุ่มขอบแต่กลางภาพชัดใช้ถ่ายในคอนเชบป์ที่ว่า...I only have eyes for youเหมือนฉากหนังตอนเห็นนางเอกชัดเด่นอยู่คนเดียว คนอื่นเบลอหมด

 

ขอบคุณหนูน้อยนินจามากที่ช่วยตอบ

ขอให้อานิสงส์ ขาวขึ้น ขาวขึ้น ขาวววววววววววขึ้น

ในเร็ววันเทอญ :)

อ.ขจิต กามนิตหนุ่ม

เห็นหิวตลอดนี่ครับ ไปบันทึกของหนูหว้าก็หิวมาม่า :)

ว่าแต่ไปอเมริกา จะหาใครที่ทำหมี่ให้กิน

แหม่มดำๆ อาจารย์ไม่ปฏิเสธ เอ้ย! ไม่ต้องสเป็ก :)

ยกให้อ.ขจิตก็แล้วกัน

 

น้องหญิงใหญ่

ซาบซึ้งแมะ ตำนานรักข้ามสะพาน

พี่ใหญ่ไปอ่านของหนูก็เป็นตำนานรักข้ามหอ(พยาบาล)ได้นะครับ

คนมือซ้าย หัวใจก็อยู่ทางซ้าย เวลาเอียงก็เอียงซ้ายครับ แฮ่มๆ :)

แต่ เวลากินไม่เอียงไปทางไหน ที่เห็นหันหน้าไปทางซ้าย คือ...หลบกล้องครับ เดี๋ยวเห็นตอนอ้าปากสุดฤทธิ์ เลยดูว่าจะเอียงไปสบตากันหรือปล่าว:)

ที่จริงนั่งห่างกันมาก ศอกไม่มีทางถูกกันดอกครับ

แต่ใจอาจถูกใจได้ :) :) :) (ฮ่าๆ ยอกย้อนซะไม่มี)

 

ปล. หากเป็นน้องหญิงใหญ่เรียนจองหงวน

คงมีชายหนึ่งส่งเสียหาอาหารข้ามภูเขาไปแน่ๆ

เพียงแต่ว่า หอบหมูยอ น้ำตก เสือร้องไห้ นั้น หากยกเตาอังโล่ไปด้วย ก็จะหนักพอดู

กลายเป็น ตำนานรักหมูยอสะท้านแผ่นดินได้นะครับ :)

 

เขียนเมื่อ 
มิน่าวันนี้ยุงเยอะเชียว สำนวนน้ำเน่าไปนิดหรือเปล่าเจ้าคะศิษย์พี่ 555 ใจอาจถูกใจได้ เดี๋ยวท่านฮูหยินก็สำแดงอิทธฤทธิ์หรอกค่า หลบดีๆ แล้วกันเน้อ

จะบอกว่าส่งเมล์เพลงที่พี่ท่านเคยขอไว้นานแล้วไปให้ Santa Lucia 4 เวอร์ชั่น ลองไปเช็คเมล์ดูนะเจ้าคะ ^ ^ (ตกลงว่าเขาเอาไวน์ไปให้หรือยังคะ พึ่งคุยกับคนที่รับปาก เขาบอกว่าลังนึงแน่ะ ตกใจเลย งานนี้ท่านพี่ท่าจะต้องแจกจ่ายแบ่งปันผู้อื่นไปบ้าง มิฉะนั้นคงได้เมาข้ามปี)

ไชโย!

น้องเล็กแก้มยุ้ย

กำลังคิดถึงพอดีก็โผล่มาแซวเรา

อันฮูหยินนั้น รู้ดีอยู่แล้วว่า เพลงประจำตัวเธอเวลาปรากฏกายนั้น คือเพลงนี้ :)

อนึ่งศิษย์พี่มีความประพฤติดีมิมีด่างพร้อย จึงได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างใหญ่หลวง

มีแต่เพียงสำนวนเท่านั้น ที่ยังพอสวิงสวายได้ :)

เข้าตำราประเภท ฟ้าร้อง(ดัง) แต่ฝนมิตก... ฮ่า! ฮ่า!

 

ลืมขอบคุณสำหรับ ไวน์สะตอเบอรี่ตั้ง 1 ลัง!!!!!!!!

ถึงยังมาไม่ถึง ก็เตรียมฉลองไว้ก่อนแล้วครับ

เอ! ฉลองไว้ ศาลยกฟ้อง พอดี :) วันเกิดด้วย

ขอบคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 
วันเกิดอาจารย์เหรอคะ เกิดเดือนเดียวกับหนูเลยอ่ะ ของหนู 22 เมื่อกี้เลยโทรไปเร่งอีกทีว่าให้ลงมาจากดอยได้แล้ว เดี๋ยวไม่ทันวันเกิดศิษย์พี่ใหญ่ของน้อง

เดี๋ยวๆ...เจ้าค่ะ  ใครเกิดกันวันไหนนะเจ้าคะ.....เราหูผึ่งซะและ....เล่นรับรู้กันสองคน...ไม่อ๊าววว...ไม่เอา.....หญิงไม่ยอมนะ   ต้องให้หญิงรู้เรื่องวันเกิดด้วย  จะจัดงานฉลองให้ทั้งศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์น้องเล็กแก้มยุ้ย..เร็วๆเร้วววว...บอกหน่อยนะจ๊ะ   แล้ววันนั้นจะใส่สายเดี่ยวไปร้องเพลงกะเต้นรำอีก...น้า....น้า.....

อ๊ะ..อ้า...ไม่ต้องบอกเค้าละ...เค้ารู้และ...เรื่องสืบ..สายลับ   ตามรอยสบายชิลๆ....

จะเตรียมเมาไวน์ไว้รอ

รอ รอ รอ รอ รอ

รอว่าเมื่อไรอาจารย์จะว่างชวนสาว ๆ หนุ่ม ๆ ดรีมทีม มาชวนเติมฝันซะที

ตาเริ่มลายแล้วค่ะ  นี่ขนาดยังไม่ได้ดื่มนะเนี่ย

น้องเล็กแก้มยุ้ย

หมดกัน! หมดกัน! อารามดีใจเลยเผยฟามลับออกไป

เก็บมาไว้ตั้งนาน กลัวคนรู้อายุว่าอีกสองปีก็เกษียณแล้ว :) อุบ! หลุดไปอีกอันแล้ว :)

 

 

  • ยังไม่หมดค่ะ ...ยังไม่หมด... เหลือไวน์อีกตั้งหนึ่งลังแน่ะค่ะ...คืนวันนั้นจะสวีทกับใครหรือกับฮูหยิน...ก็ได้หลายมื้อเลยค่ะ
  • ....และก็ไม่มีใครแก่เกินกัน(สักเท่าไหร่)ค่ะ...อิ...อิ

น้องหญิงใหญ่

ศิษย์พี่ใช่บอกใคร เรื่องความลับแห่งอายุขัย

เพราะวันเวลาย่อมเดินไป...และกลืนกินสรรพสิ่ง

แต่ใจของเล่าฮูนั้น กลับถดถอยลงสู่วัยเยาว์ยิ่งนัก

บางคราคล้ายเพิ่งห้าขวบ ...บางคราคล้ายสิบสี่

ความหลังจึงปรากฏขึ้นบ่อยๆ...(เอ๊ะยังไง?)

อายุเป็นเพียงตัวเลข เหมือนใครบางคน(ที่ไม่ยอมแก่)พูดไว้

แต่ก็เป็นตัวเลขแห่งสติ

ที่คอยย้ำว่าเวลาที่ผ่านมานั้นมีค่าเพียงไร

และได้ใช้เวลาเป็นประโยชน์แก่ตนและผู้อื่นอย่างไร

ระลึกถึงจึงมีความสุขใจ

และช่วงเวลาแห่งความสุขใจ จึงไม่มีเวลาที่บ่งบอกตัวเลขใด

ศิษย์พี่กล่าวมาทำให้น้องได้คิด

  • เวลาที่ผ่านมาแม้เนิ่นนาน...หากได้ใช้ให้เกิดประโยชน์และเกิดความสุขต่อผู้ใด...ก็ทำให้เราสุขใจไปด้วยจริงๆค่ะ....
เขียนเมื่อ 

ความลับแตกดังโพล๊ะ ^ ^

ดีใจที่ได้ยินคำว่าศาลยกฟ้องค่ะอาจารย์..

ส่วนเรื่องอีก ๒ ปีเกษียณเนี่ย ควรจะดีใจด้วยหรือเปล่าคะ อิ อิ 

เขียนเมื่อ 
ศิษย์น้องปล่าวพูดอะไรเลยนะนี่ หลังจากวางหูโทรศัพท์ก็กินข้าวอยู่อย่างเอร็ดอร่อย ตบท้ายด้วยเค้กบลูเบอรี่แล้วก็พึ่งมาเห็นข้อความนี่ล่ะ ศิษย์พี่เฉลยความลับมาเองท้างน้าน ศิษย์น้องมิเกี่ยวเน้อ แต่เรื่องวันนี่ถ้าศิษย์พี่ไม่ได้บอกออกไป ก็มีแต่น้องเล็กเท่านั้นแหล่ะที่รู้ เหอๆๆ เดี๋ยวพี่ติ๋วอกแตกตายแน่งานนี้

ชะช้า...น้องเล็กแก้มยุ้ย...

  • คิดเหรอ....ว่าพี่จะไม่รู้ว่าพี่ใหญ่เกิดวันไหนปีอะไร..เอาเวลาตกฟากมะ...ของแบบนี้ไม่ต้องถามใคร   ถามใจตัว(พี่)เองก็ตอบได้แล้วจ้ะ...อิ...อิ...
  • ว่าแต่วันเกิดของน้องเถอะ...อยากได้อะไร....ขอแม่หรือยัง....ทำไงเค้าจะได้ไปฉลองวันเกิดด้วยน้า....อยู่ใกล้กันก็ดีซีเน๊อะ....
เขียนเมื่อ 
ไอ้หย๋า รู้เวลาตกฟากอย่างนี้ก็ตู้ได้อ่ะจิ อยากรู้ว่าตู้แปลว่าอะไร ก็รอคนเหนือมาตอบแล้วกัน

น้องเล็กว่าจะทำบาบีคิว หรือหมูกระทะกินกันที่บ้าน และชวนฉิงอ้ายเตอมาด้วยไง (ชวนมาใช้แรงงาน) เห็นท่านแม่ว่าจะซื้อน้ำหอมให้มั้ง เลยบอกยี่ห้อกับกลิ่นที่ชอบไปแล้ว ปีที่แล้วได้ลิปสติกมาอ่ะ ^ ^ ส่วนน้องชายทนไม่ได้ ให้ของขวัญมาแล้ว เก็บไม่อยู่อยากให้พี่สาวตัวเองได้ใช้ เป็นพวงกุญแจรูปหัวไชเท้าน่ารัก และโคมจีนห้อยโทรศัพท์ เวลาโทรเข้าจะมีแสงแว๊บๆ ส่วนเจ้าตัวเล็กบอกว่าจะกู้ธนาคารมาซื้อเครื่องนวดให้อา เขาบอกว่ากู้ได้เพราะเขาเป็นลูกค้าชั้นดีอ่ะ ฝากเดือนละเป็นพันเชียวนะ ขำมาก

ฮ่าฮ่า หนูอึ่ง

ไม่ช้าเกินรอ...จะส่งเทียบไปเชิญ

รวมแก๊งค์้ชียงใหม่อีกครา...

คราวนี้เตรียมไวน์หนูซูซานไว้สัก หกขวดก็พอ :)

น้องรอง

ยกแล้ว...แต่อาจไปฟ้องใหม่ :)

ตามเหตุของวัฏฏะทุกข์ อย่ากังวล

แต่ที่เกษียณอีกสองปี น่าดีใจเพราะจะหมดภาระไปอย่างหนึ่ง ใช้หนี้ทางโลก...ทางธรรมยังเก็บจีวรและบาตรไว้ในโอกาสที่ใกล้มาถึงนี้ :)

ศิษย์น้องหญิงใหญ่

การใช้เวลาในช่วงชีวิตของเรา สร้างประโยชน์สุขให้แก่ตนเองและบุคคลอื่นนั้น

เป็นคุณค่า ของเวลาอย่างแท้จริง

สมควรนำมาระลึกถึง เป็นขวัญและกำลังใจแก่ชีวิตครับ

น้องเล็กแก้มยุ้ย

ซนจริงๆ มาตู้ ตู้ อะไรกัน

พี่ใหญ่จึงมิอาจบอกเวลาตกฟากได้

เพราะแท้จริงแม้ตัวเองและมารดาก็ยังฉงนอยู่

เพราะสมัยนั้นการบันทึกข้อมูลยังไม่มีระบบ

รู้แต่ว่าเกิดวันครู...กลางวันหรือกลางคืน

พี่ใหญ่ยังถามไถ่มารดาอยู่จนถึงวันนี้

จะซักไซร้หนักๆเข้า ก็กลัวได้คำตอบว่า เก็บมาจากกองขยะ จึงยุติเสีย :)

เพราะฉนั้น อย่ามา"ตู้"เสียให้ยาก ฮิฮิ!

(ตู้ หมายถึงการทำคุณไสยมนต์ดำ เสกของ เสกตะปูเข้าท้อง แต่ที่ศิษย์พี่กลัวมากที่สุดคือ... เสกน้องนางมาอยู่ในห้อง แฮ่ะแฮ่ะ หัวจะพาลแบะเอา)

ส่วนศิษย์น้องเล็กนั้น

ในคราวันคล้ายวันเกิด...ปรารถนาสิ่งใดวานบอก

ศิษย์พี่ใหญ่(ยืดอก) จะมิขัดความประสงค์

ยกเว้นดาว ดาราและเดือนบนฟ้า(รวมดาวเทียมและเอเลี่ยนด้วย)

และในมหาสมุทร์ ประเภทปลาวาฬ ปลาหายาก หอยหายาก ปูหายาก กุ้งแพงๆ

และในพื้นดิน เช่นสัตว์ป่าดุร้าย(ขี้เกียจตายตอนแก่) และ รวมทั้งสิ่งที่ไม่ควรอุตริจะอยากได้

อีกทั้งแก้วแหวนเงินทองอัญมณีของมีราคาค่างวดที่เด็กเล็กอย่างเจ้ามิควรประดับ เพราะจะเป็นอันตรายแก่ตัวเจ้า(แฮ่ะ แฮ่ะ อาศัยความปรารถนาดีนำหน้า)

ศิษย์พี่ก็อาจหามาให้เจ้าได้...:)

แต่ถ้าหากให้เสนอของขวัญวันเกิด...กำลังบอกขาย เอ้ย! เสาะหาคู่ครองที่สมควรแก่เจ้าอยู่ กำลังประกาศหาบุคคลที่มีคุณสมบัติดังนี้

  1. รูปหล่อแบบตี๋ๆ ตาต้องชี้ประมาณ65 องศาขึ้นไป หรือวัดขนาดตอนเบิกตากว้างสูงสุดตอนตกใจ ไม่เกินเม็ดก๋วยจี๊
  2. ความสูงไม่เกิน 155 หากสูงเกินกว่านี้ จะมีอัตราห่างเกินพิกัดความงามตามสุนทรียภาพ
  3. นำหนักอย่างน้อย 80 กิโลกรัมขึ้นไป เพราะควรจะรับน้ำหนัก เวลาน้องเล็กเมาไวน์ จะได้เอาขึ้นขี่หลังแบบหนังเกาหลีได้
  4. ควรจบมาทางสายศิลป์ หากเป็นสายวิทย์ก็ควรเรียนทางสถาปัตย์ วิศวะ เทือกนี้ หรืออย่างน้อยหากไม่มีวุฒิทางการศึกษาสายใด สายสิญญ์ก็เอา เพราะต้องมีความรู้ทางศาสนา เช่นเป็นอนุศาสนาจารย์ ทำนองนี้ หรือร้องเพลงสวดได้
  5. ควรมีหลักการดำเนินชีวิตแบบหมีแพนด้า เพราะจะได้เตรียมตัวเข้าสู่ครอบครัวหมีแพนด้าได้
  6. คุณสมบัติประการสุดท้าย ควรดื่มได้แต่พองาม เช่นมีรสนิยมรู้จักชนิดของสุรายาเมา ไม่ใช่รู้แต่ชนิดของยาดอง เหล้าขาวเป็นพื้น

ฮ่าฮ่า! เอามั้ยๆๆๆ

เขียนเมื่อ 
อิอิ จะตู้โต๊ะ หรือเตียงก็ช่างเถอะ เวลาตกฟากนี่ไม่มีใครรู้นะดีแล้ว ม่ายงั้นเดี๋ยวโดนสาวๆ ทำเสน่ห์ยาแฝดไม่รู้ด้วยนะเจ้าคะ ^ ^

ไอ้ที่จะมีคนบุกมาหานี่ก็น่ากลัวอยู่ใช่น้อยนะ ศิษย์พี่เราร่ำเรียนวิชามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิชาขุนแผนสะเดาะกลอน (ใจ) หรือกระบี่ไร้รัก แต่ถ้าเจอน้องนางมารอถึงห้องก็ต้องใช้วิชาตัวเบาโดดออกทางหน้าต่างให้ทัน มิฉะนั้นหมดไปหนึ่งคดีอาจเจออีกหนึ่งคดีก็เป็นได้ 555
เขียนเมื่อ 
อ้าว ศิษย์พี่ใหญ่ประกาศหาคู่ให้ศิษย์น้องเล็กซะแล้ว ระดับนี้แล้วม่ายต้องเดือดร้อนศิษย์พี่ก็มีเก็บสต็อกสับรางมิทันแล้ว ขืนรับเข้ามาอีกศิษย์น้องเห็นจะต้องย้ายบ้านไปอยู่หัวลำโพงเป็นแน่แท้ 555 อย่าดูเบาไป (ดูหนักๆ ก็ได้) ศิษย์น้องนี้มิเคยว่างเว้นจากการมีแควนตั้งแต่เรียนมัธยมนะจะบอกให้ เห็นห้าวๆ อย่างนี้เถ้อะ คนชอบของแปลกมันมีอยู่นะ จะบอกให้ ^ ^ ถ้าศิษย์พี่จะประกาศแบบนี้น่าจะเลือกศิษย์พี่รอง ศิษย์น้องนินจาน้อยและศิษย์นินจาไร้ยิ้มมากกว่า (รายหลังนี่น่าเป็นห่วงสุด)
เขียนเมื่อ 
  • คารวะท่านเจ้าสำนัก
  • ฝากบอกศิษย์น้องแก้มยุ้ยไม่ต้องเป็นห่วง
  • จะเอาแหม่มมาฝาก
  • อิอิอิๆๆ
  • แต่ว่าอันนี้
  • ตู้ หมายถึงการทำคุณไสยมนต์ดำ เสกของ เสกตะปูเข้าท้อง แต่ที่ศิษย์พี่กลัวมากที่สุดคือ... เสกน้องนางมาอยู่ในห้อง
  • ทำไม่เป็น
  • แต่ถ้าเสกเด็กเข้าท้อง พอทำได้ แต่เลือกคนทำนะจะบอกให้
  • ฮ่าๆๆๆ
  • ขอคารวะหนึ่งจอก(กาแฟดำ กินให้ตัวดำไปเลย เพราะตอนนี้ก็ดำอยู่แล้ว)
  • ท่านแม่บอกว่า ดำดีสีไม่ตก
  • ขาวสกปรก คบไม่ได้
  • อิอิอิๆๆ

ศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์น้องเล็กแก้มยุ้ย

  • ที่ถามว่า "เอาเวลาตกฟากมะ"นั้น...  ถ้าน้องตอบว่า "เอา"  ก็จะบอกว่า..."ไม่รู้" จ้ะ...แฮ่ๆ....
  • ส่วนวันเกิดพี่ใหญ่นั้น  ที่รู้มาทั้งๆที่ไม่มีใครบอกแม้แต่คนเดียวเพราะนั้นเป็นสุดยอดวิทยายุทธ์...ที่เราดัดแปลงจากอาจารย์...ประเภทนั่งทางใน   โหนกิ่งไผ่  ออกเสียงร้อง...จนอ่านใจคนออก...ยังมิอาจสอนใครได้เพราะหากจิตใจผู้ฝึกไม่มั่นคงพอ  อาจจะกระอักออกปาก...แล้วออกหัว(แบะ)ได้...เก็บไว้เป็นสุดยอดเสน่ปลายจวักดีกว่า...อิ...อิ....

...เออ...แต่วิชาเสกเด็กเข้าท้องของ"นินจาไร้ยิ้มขจิต"...น่าสนใจและติดตามแฮะ ... 

ศิษย์น้องเล็ก

อย่าเพิ่งปรามาส...โฆษณาแบบนี้เรียกว่า

แบบปาติหารมีจริงที่ต้องขอซื้อ :)

ที่น้องเคยหานั้น เป็นสเปกหนึ่งแต่สเปกนี้น่าสนกว่านะ

มิกล้า มิกล้า

นินจาไร้รอยยิ้ม กามนิตหนุ่ม

ท่านอุตสาห์มาเยี่ยม เพื่อบอกเคล็ดวิชาไสยดำ

อันเป็นของถนัด คือ วิชาเสกเด็กเข้าท้อง แฮ่!

สงสัยจบปริญญาเอกสาขานี้ :)

ฮ่า ฮ่า ดำดีสีไม่ตก ดำสกปรกคบไม่ได้

จริงตามคุณแม่บอก อ.ขจิตเลยให้ในบันทึกมีฝนตกตลอดเวลา เพื่อพิสูจน์สีไม่ตกนี่เอง :)

น้องแก้มยุ้ย บอกว่าของฝากไม่เอาแหม่มแน่ๆ

แต่พี่ใหญ่ยินดีรับ :)

น้องหญิงใหญ่

โธ่...นึกว่ารู้ตกฝาก จะมาถามไปอวดแม่สักหน่อย

สมัยก่อนกว่าจะหาสูจิบัตรเจอเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ แถมหาได้ก็ไม่เจอเวลาตกฝากอีก เพราะกระดาษแหว่งไปหมดแล้ว

มีแต่รอยเท้าเท่าฝาหอยเท่านั้นที่ปรากฏอยู่ เอาไปทำยาอะไรก็ไม่ได้

ว่าแต่อย่าไปสนใจวิชาอ.ขจิตเลยนะน้องหญิง อันตราย! เป็นวิชาไสยมืด ไสยดำปิ้ดปี๋เลย

แกถนัดเศกเด็กออกมาเป็นเด็กผิวดำด้วย

เหมือนใครก็ไม่รู้?

เขียนเมื่อ 
มา Happay Birthday ศิษย์พี่ท่านก่อนใคร

จุ๊หนี่ "ฟุหยูตงไห่ต้า โซ่วปี่หนานซันฉาง" แปลว่า
ขออวยพรให้ศิษย์พี่ "มีวาสนาใหญ่ยิ่งกว่าทะเลทิศตะวันออก และมีอายุยืนยาวเหมือนภูเขาทิศใต้"
เป็นคำอวยพรจากศิษย์น้องเล็กและครอบครัวค่ะ อภินันทนาการคำอวยพรโดยท่านแม่เช่นเคย


สุขสันต์วันเกิดนะคะ อาจารย์

ขอให้อาจารย์มีความสุขทุกวันคืน

มีพลังใจ พลังกาย แผ่ขยายมาถึงน้อง ๆ

คิดหมายสิ่งใดให้สมดังปอง

นะคะ นะคะ นะคะ

....

รักหมดใจ

 

เขียนเมื่อ 
Bd07+copy
sompornp
IP: xxx.28.27.3
เขียนเมื่อ 

จากใจ bloggers ทุกท่านค่ะ

 

%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2

สุขสันต์วันเกิดค่ะ....

  • ขอให้อาจารย์สุขภาพแข็งแรงและอยู่เป็นเพื่อนแท้ของพวกเราไปนานๆค่ะ

     ...แม้ไม่ใช่คนแรก(ที่มากล่าวอวยพร)ของอาจารย์

...แต่เป็นคนที่มีอาจารย์อยู่ในใจเสมอค่ะ....

1974 ช่อดอกกุหลาบแดง

สุขสันต์วันเกิดค่ะ.........ศิษย์พี่ใหญ่ :)

ขอให้ศิษย์พี่มีความสุขมากๆ นะค่ะ มีสุขภาพแข็งแรงและก็น่ารักอย่างนี้ไปนานๆ นะค่ะ

 

ขอขอบคุณทุกๆท่านครับ :)

ซาบซึ้งใจในความรัก คิดถึงและปรารถนาดีของทุกท่าน...เดี๋ยวเช็ดน้ำตาก่อน...

ขอให้พรทั้งหลายจงสนองกลับให้ทุกท่านมีความสุข สดชื่น สมหวังในสิ่งที่ดีงามทุกประการ

และเป็นกำลังที่ดีงามสร้างสรรค์สังคมไทยต่อไปครับ

  • เข้ามาซับน้ำตาแห่งความปิติให้อาจารย์ค่ะ....วันนี้ขอให้อาจารย์มีความสุขมากๆๆๆๆ....   และสุขทุกๆวัน(เผื่อพวกเราเหล่าศิษย์จอมซนด้วยนะคะ.)..
  • แถมมื้อค่ำนี้ค่ะ...สปาเกตตี้หอยลาย..น่าอย่อยค่ะ

พี่ติ๋ว

กำลังจะบอกว่าหิว  แต่คิดได้ว่าวันนี้กินมื้อเดียว

ฮา....ยกยอดไปพรุ่งนี้ละกัน  1  จานโต ๆ นะจ๊ะ

เขียนเมื่อ 
ไม่ยอมน้อยหน้า เอาเมนูหนึ่งในอาหารค่ำวันนี้มาฝากเช่นกัน Okonomiyaki กินแล้วโด๊บดีค่ะ ต้นหอมญี่ปุ่นบานตะเกียง ปลาแห้ง สาหร่าย ไข่ดาวแบบไม่สุก กินเสร็จแล้วต้องหาอะไรทำ เพราะมันให้พลังงานเยอะจัด มื้อค่ำศิษย์พี่วันนี้ท่าจะหรูกว่านี้เยอะ เสียดายอดไปแจม ^ ^

อย่าลืมตบท้ายของโปรดค่ะ....ไอสครีม  หวานเย็นชื่นใจค่ะ

Cherry ice cream in a dish

เขียนเมื่อ 

แม้มิได้มาเป็นคนแรก ก็ขอมาเป็นคนสุดท้าย เพื่อขอรวมเอาคำอวยพรของทุกๆ ท่าน ที่มอบให้อาจารย์แล้วมาให้อีก เพื่อให้เป็นพรที่มีพลังมากที่สุด...อิอิอิ

ขอให้อาจารย์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งกายและใจ เป็นขวัญและกำลังให้กับพวกเราตลอดไปค่ะ.....HAPPY BIRTHDAY ค่ะ

sasinanda
IP: xxx.121.195.219
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์

P

มาช้าไปหน่อย แต่ขออวยพรอาจารย์.....

ขอให้มีความสุข และสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ตลอดปีนะคะ

ดอกไม้นี่ เพิ่งถ่ายรูปมาเมื่อวานนี้เองค่ะ เขาจัดสวยมากค่ะ

 

ขอบคุณอีกครั้งหนูติ๋วและแก้มยุ้ย

ที่นำเสนออาหารยามดึก :)

เดี๋ยวจะโหลดเอาไว้กินตอนฝันนะครับ

อืมม? กินสปาเก็ตตี้หอยลาย แล้วตามด้วยOkonomiyaki เพื่อกินแล้วโด๊บดีค่ะตามคำแนะนำ

แล้วตามด้วยไอศครีมถ้วยพูน

สงสัยตื่นมาจะฟิตจัด จนกระโดดข้ามกำแพงมหาวิทยาลัยได้แน่นอน ฮิฮิ

หนูแป๋ว

แม้มาช้ากว่าใคร ก็ไม่ได้หมายว่าไกลจากใจศิษย์พี่

เห็นแมะ...หวานซะไม่มี:)

ขอบคุณมากครับสำหรับภาพสวยๆ

คงต้องกลับไปหลับใหม่เพื่อจะได้กินต่อ

มีเค้กตั้งสามชิ้น จะกินหมดมั้ยหนอ? เดี๋ยวชวนศิษย์น้องๆมาเข้าฝันกินด้วยกันดีกว่า  :)

แถมด้วยเด็กผมยุ่งเสื้อแดงยื่นดอกไม้ให้...น่ารักจัง

แต่รูปสุดท้าย ไอ้หนูก้นจ้ำม่ำนั้นหมายถึงอะไรเอ่ย?

รึหมายถึงตัวอาจารย์ตอนเกิด...ฮ่าฮ่า

ไม่เซ็กซี่ขนาดนี้ดอก..ฮ่าฮ่า!

อรุณสวัสดิ์ค่ะ อาจารย์

  • ตื่นมาตกใจไอสครีมถ้วยพูนของหนูหายไปไหน....ที่แท้อาจารย์หม่ำไปแล้วนี่เอง..เฮ้อ..โล่งอกค่ะ

ขอบคุณมากครับ คุณศศินันท์

รูปดอกสวยมากและหอมฟุ้งมาถึงผม

พรใดที่ให้มาขอให้ย้อนกลับแถมยกกำลังสี่แถมกลับไปนะครับ :)

เขียนเมื่อ 
นี่มื้อค่ำอีกวันค่ะ วันหยุดทีไร เปรมทุกที อันนี้ส่งตรงมาถึงบ้านเจ้าค่ะ เอาภาพมายั่วน้ำลายศิษย์พี่ทั้งหลาย

หมายเลขบันทึก

126867

เขียน

10 Sep 2007 @ 18:21
()

แก้ไข

06 Sep 2013 @ 18:19
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ความเห็น: 88, อ่าน: คลิก