สวัสดีครับทุกท่าน

       แถมอีกบทความครับ เพราะมักจะมีอาการจี๊ดขึ้นสมองเสมอครับ เมื่อได้ยินคำว่าลิขสิทธิ์ หรือ Copyright โดยเฉพาะการเอาธรรมชาติ สิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติไปใส่เสื้อผ้าใหม่แล้วจดเป็นลิขสิทธิ์นะครับ ผมไม่รู้ว่าธรรมชาติมีการจดลิขสิทธิ์บ้างหรือเปล่าครับ ว่าวันนี้คุณกินผักบุ้งของฉันไปสามจาน ผักบุ้งเคยเรียกร้องชีวิตลิขสิทธิ์ สิทธิของตัวเองบ้างไหมครับ

     วัวควาย หมู เห็ด เป็ดไก่แต่ละวันที่โดนเชือด แล้วนำไปประกอบอาหาร จดลิขสิทธิ์ทางการค้าขาย กันได้อย่างดิบดี สัตว์เหล่านั้น เคยได้รับสิทธิ์บ้างไหมหนอ มีลิขสิทธิ์ Copyleft, Copyright หรือ Copywrong ให้เค้าบ้างไหมหนอ

     หากความรู้ที่อยู่ในธรรมชาติ หรือรากของความรู้อยู่ในธรรมชาติ ทำลายรากก็ไร้คำตอบ  หากนำมาอยู่ภายใต้กฏหมายต่างๆ เหล่านี้เพื่อทำมาหากิน หรือเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกันตลอดไป ภายในการเคารพสิทธิ์ในการคิดค้น ดูไปแล้วมันก็สวยหรูดีนะครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดแล้วความรู้เหล่านี้ จะถูกนำไปใช้โดยต้องมีการจ่ายค่าต่างๆ ให้กับคนที่ดูแลหรือคิดค้นทางด้านค่าของความคิดทางปัญญา หรือในด้านอื่นๆ ก็แล้วแต่ครับ

     ที่ผ่านมาเราก็เจอกันเยอะไม่ว่ากรณียา กรณีข้าวหอม...และอื่นๆ  หากมีคนเอาต้นหญ้าที่งอกในบ้านผมโดยเอาไปตกแต่งอะไรบางอย่างก่อน แล้วสรุปว่าหญ้าเหล่านั้นเกิดที่บ้านผม ผมจะต้องทำลายหญ้าเหล่านั้นทิ้งไหมครับ ผมไม่ทราบนะครับ ว่าธรรมชาติเค้าคงคิดไว้แล้วครับ ว่าอะไรควรจะอยู่ตรงไหน งอกได้ตรงไหน หากเหมาะก็งอก หากไม่เหมาะก็ไม่งอก  ไม่มีกฏหมายฉบับใดจะบังคับให้พืชงอกได้ หากไม่มีปัจจัยที่พร้อม ขาดน้ำ ขาดปุ๋ย ขาดอากาศ

    แต่ในทางหนึ่งของลิขสิทธิ์ก็มีข้อดี กรณีที่มีการละเมิดกันก็สามารถจะเอาผิดโดยใช้กฏหมายเป็นตัวบังคับเพื่อเอาความผิด แต่ผมมองแล้วเส้นทางนี้ มันหดหู่อย่างไรไม่ทราบครับ...ไม่แน่ใจว่าคุณคิดกันอย่างไร...แต่สำหรับตัวผมแล้ว ไม่เคยคิดที่จะทำอะไรเพื่อมานั่งจดลิขสิทธิ์ให้เสียเวลาเลย หากทำแล้วให้ใช้กัน ก็ใช้กันไป สบายใจกว่าตั้งเยอะ แต่ผมก็คิดแบบแคบๆ ของผมอย่างนี้หล่ะครับ เพราะคิดว่าทำแล้วได้ความรู้ จะไปสร้างอะไรก็ได้อีกมากมาย สร้างได้อีกเยอะแยะหากอยากจะทำ ไม่ใช่เพราะว่าเก่ง แต่ผมว่าความรู้ควรจะมีการให้อย่างอิสระ

    การเกื้อกูลทางธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ เคยเรียกร้องลิขสิทธิ์กันบ้างไหมครับ เพราะน้ำเองก็ต้องเปลี่ยนสถานะ ไฟเองก็เปลี่ยนสภาพอย่างอื่นให้เป็นอย่างหนึ่งได้ ลมก็เช่นกัน ดินก็เปลี่ยนได้ สิ่งเหล่านี้ มีการเรียกร้องลิขสิทธิ์กันอย่างไรบ้างครับ

    อย่างสึนามิที่เกิดขึ้น นี่นับว่าเป็นการลงโทษทางการละเมิดสิทธิ์ทางธรรมชาติได้ไหมครับ ดินถล่มเพราะดูดน้ำมาใช้มากนะครับ อันนี้การเรียกร้องหรือเปล่าครับ หรือว่าพายุต่างๆ ที่พัดซัดน้ำลงไปกองไว้ในพื้นดิน แบบนี้ถือว่าเป็นการเรียกร้องทางลิขสิทธิ์ของธรรมชาติได้ไหมครับ

    ผมไม่รู้ครับ ว่าคนเรานี้ จะเอาอะไรกันมากมาย สำหรับเรื่องความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ และภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองคิดได้นะครับ ใช่แท้และแน่นอนว่าตัวเราต้องเคารพคนอื่นและให้เกียรติคนอื่น แต่ผมมองว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ดี ส่วนลิขสิทธิ์ เป็นเครื่องมือแบบไหนกันแน่ ดาบคมเดียวหรือสองคมหรืออะไร เราเห็นใจธรรมชาติกันขนาดไหนหนอ....

    สิ่งที่เขียนมาทั้งหมดนี้ อาจจะเข้าใจผิดไปเองหรือไม่เข้าใจคำว่าลิขสิทธิ์นะครับ และบ่นไปแค่นั้นนะครับ และเชื่อว่าหลายๆ อย่างที่คิดขึ้นมาใหม่ จะเป็นเจ้าของทางปัญญาก็ไม่ว่ากันครับ แต่อะไรที่มันคือธรรมชาติ มีอยู่ในธรรมชาติแล้ว เรื่องเหล่านี้ สับสนครับ.... ทุกอย่างควรมีขอบเขตของมันเองครับ....ทางสายกลางของมันก็ควรจะดีอยู่ครับ

  ท้ายสุดเอาภาพมาฝากกันนะครับ ว่าแต่ละตัวนี่โลโก้เป็นอย่างไรครับ เผื่อจะได้เข้าใจกันทันทีที่เห็นนะครับ

Das Copyleft-Logo. Es ist ein vertikal gespiegeltes Copyright-Zeichen (©), eines also, das nach links statt nach rechts geöffnet ist.

อันนี้ Copyleft ครับ ตัวซีหันไปทางซ้าย (พี่แอมป์ เรียกว่า ลิขซ้าย)


 

© อันนี้ Copyright ครับ


 

copywrong 

ส่วนอันนี้ค้นเจอเอานะครับ เป็น Copywrong (ลิขผิด) หรือเหมืือนกับว่า No Copyright ! นะครับ

พี่แอมป์ (ดอกไม้ทะเล) เบิกทางไว้แล้วด้านล่าง ผมเลยขอนิยามศัพท์ใหม่แบบเรียกเป็นไทย คือ Copyleft (ลิขซ้าย) , Copywrong (ลิขผิด) , Copyright ลิขใช่(ลิขสิทธิ์) 


 

ขอบคุณมากครับ ใช้พื้นที่ g2k บ่นอีกแล้วครับผม

เม้ง