หลังจากแม่ของแคงคลอดน้องชาย ทำให้ขณะนี้แคงมีน้อง ๒ คนแล้ว น้องคนที่ ๑ เป็นผู้หญิงชื่อน้องเขียวหวาน น้องคนที่ ๒ เป็นผู้ชายชื่อน้องยาน
แม่ต้องนอนรักษาแผลจากการคลอดน้อง ตามแบบโบราณทางถิ่นใต้เรียกว่าการอยู่ไฟ โดยการที่หมอตำแยยายชุมต้องมาดูแล ให้แผลภายในท้องของแม่แห้งสนิท มิฉนั้นจะมีผลต่อร่างกายเมื่อสูงอายุ ซึ่งแม่ของแคงเป็นแม่ค้าหาบขนมขาย ต้องทำงานหนักอยู่แล้วยิ่งต้องระวัง
ลักษณะการอยู่ไฟ หมอตำแยจะให้แม่ขึ้นไปนอนบนแคร่ฟากไม้ไผ่ ซึ่งสูงประมาณ ๑ ศอก แล้วใช้ภาชนะโลหะวางกับพื้นก่อไฟใช้ถ่านเพื่อให้ความร้อนกับก้อนหินขนาดโตประมาณเท่าลูกมะพร้าวอ่อนซึ่งเรียกว่าก้อนเส้า(ภาษาถิ่น) แล้วผลักไว้ใต้แคร่ฟากไม้ไผ่ ให้ความร้อนกับแม่ที่นอนอยู่ด้านบน ลักษณะดูแล้วเหมือนการอบซาวน่านั่นเอง แต่ไม่ร้อนมากถึงกับทนไม่ได้
ในบางครั้งก็จะเอาก้อนเส้าที่ร้อนพอประมาณมาห่อผ้าหนาๆ มาวางประคบหน้าท้องขณะที่แม่จะนอนตะแคงซ้ายหรือขวาสลับกันไป ทำอยู่อย่างนี้ประมาณ ๑ เดือน จนหมอตำแยยายชุมบอกว่าแห้งสนิทแล้ว ไปทำงานได้ตามปกติแต่ไม่ให้หักโหมมากนัก
ขณะที่อยู่ไฟนั้น หมอตำแยจะกำหนดอาหารโดยให้แม่กินข้าวกับพืชสมุนไพรหลายอย่าง เช่น ตะไคร้ ไม่มีเนื้อสัตว์ เพราะกลัวแผลอักเสบเป็นหนอง ซึ่งแคงชอบขอแม่กินด้วย
ส่วนอาหารของน้องนั้น แคงเห็นพ่อไปซื้อน้ำผึ้งรวงที่ร้านขายยาลุงโกศัลย์ มาชุบสำลีแตะที่ลิ้นของน้อง สลับกับกินนมแม่
ในช่วงนี้แคงมีความสุขที่ได้มีน้องคนใหม่ ตื่นตาตื่นใจที่มีญาติจากต่างจังหวัดมาเยี่ยมแม่ เช้าก็อาบนำแต่งตัวไปโรงเรียน ตกเย็นโรงเรียนเลิกก็รีบวิ่งมาดูแม่กับน้อง
๑ เดือน ผ่านไปแม่อยู่ไฟจนแผลในท้องแห้งสนิทแล้ว ก็เริ่มนึกถึงการทำมากินอีกแล้ว เพราะเงินที่เก็บไว้ก็ร่อยหรอจนใกล้หมด แม่จึงนั่งปรึกษากับพ่อว่าจะทำอย่างไร พ่อก็เสนอความคิดว่าขายเฉพาะเสาร์อาทิตย์ซึ่งเป็นวันที่พ่อหยุดงาน โดยเมื่อช่วยกันทำขนมเสร็จแล้ว พ่อจะเป็นคนหาบแม่จะเป็นคนขาย แม่ตอบตกลง แต่จะทำขนมน้อย และหาบไม่ไกลจากบ้านเพราะต้องกลับมาให้นมน้อง ส่วนแคงต้องอยู่บ้านเลี้ยงน้องทั้ง ๒ คน
แคงจึงได้เห็นพ่อหาบขนมขายเป็นครั้งแรก พ่อหาบได้ถนัดเพราะพ่อเป็นลูกชาวนาทุ่งจะทิ้งพระ ต้องหาบข้าวจากนามาเก็บไว้ที่เรือนข้าวครั้งละมากๆ
ครอบครัวของแคงจึงมีความสุข แม่มีเงินพอที่จะซื้อกับข้าวและขนมให้แคงกับน้อง
สวัสดีค่ะ
การอยู่ไฟของคนโบราณดีมาก ความร้อนจะช่วยสมานแผล เลือดลมหมุนเวียน คนสมัยใหม่ คลอดเสร็จ ก็อยู่แต่ห้องแอร์ พอลุกมักหน้ามืดง่าย ( ตัวดิฉันมีหน้าที่ดูแลแม่และเด็กค่ะ)
มีความรู้ดีจัง ขนาดดิฉันเป็นผู้หญิงไม่ค่อยได้รู้เรื่องเท่าไหร่ แต่สมัยนี้ไม่ค่อยได้เห็นแล้ว เพราะส่วนใหญ่คลอดที่ ร.พ. กลับมาแล้วไม่ค่อยได้อยู่ไฟกัน
ขอบคุณครับคุณบุญรุ่ง
ผมได้ข้อมูลเพิ่มอีกแล้ว แล้วทำไมคนรุ่นใหม่ถึงไม่ชอบอยู่ไฟครับ ทั้งที่ลาคลอดได้ตั้ง ๓เดือน
ขอบคุณครับ
ขอมาต่ออีกกระทู้นะคะ
อาจเป็นได้ว่า ไม่รู้ไมเข้าใจ คนสมัยใหม่บางทีไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ และจะเรียกว่าค่านิยมหรือเปล่า คือความเชื่อถีอกับภูมิปัญญาชาวบ้าน มีน้อย ยุ่งยาก ก็จะอาศัยแต่ยาสมัยใหม่ ซึ่งช่วยได้บ้าง แต่ไม่เป็นธรรมชาติ
ขอเล่านิดหนึ่งค่ะ เพื่อเป็นความรู้ เผยแพร่กัน อย่างแผลคลอด( อย่างธรรมชาติ) นี้ จะเจ็บปวดมากหลังคลอด แต่ถ้าได้ไฟผิงแผล จะหายปวดเป็นอัศจรรย์ หายเร็วด้วย แต่สมัยใหม่ ก็จะกินแต่ยาแก้อักเสบ ซึ่งมีผลถึงลูกได้อีก อีกอย่างถ้าให้ลูกดูดนม จะทำให้ มดลูกหดตัว เข้าอู่เร็ว ขับน้ำคาวปลาได้หมดเร็ว แต่สมัยใหม่ ไม่รู้ จึงทำให้ ระยะเวลาของกระบวนการนั้น ล่าช้า ทำให้ต้องดุแลตัวเองนานเกินไปเป็นต้น เอาไว้คราวหน้าจะช่วยดูแลหลังคลอดให้แม่แคงก็แล้วกันนะคะ
ขอบคุณครับคุณซะห์
หมอตำแยแถบบ้านเราก็หมดอายุกันไปตามๆกัน ที่เห็นทำกันอยู่ก็เป็นหมอแผนโบราณ กรุงเทพเยอะเลย
สู้ให้ตลอดนะครับ มีอะไรให้ช่วยบอกได้นะครับ สวัสดีครับ
ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับคุณบุญรุ่ง เป็นวิทยาทานแก่คนรุ่นใหม่ อย่างน้อยก็อ่านแล้วกระตุกบ้าง สงสารเด็กน้อยต้องรับเคราะห์จากยาแก้อักเสบ
สวัสดีครับ
ขอบคุณครับ
ผมจะเขียนหน้าใหม่ให้ครับ
สวัสดีครับ