นี่เป็นประสบการณ์การเดินทางเที่ยวชม 4 จังหวัดของญี่ปุ่นภายในวันเดียวที่เหน็ดเหนื่อยที่สุดนับตั้งแต่มาถึงญี่ปุ่น

          ความตอนที่แล้วเราเที่ยวไปเกือบทั้งวันแล้วยังเหลือแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง คงต้องรีบแล้วครับเพราะเกือบจะพลบค่ำแล้ว

 ปราสาทโอซาก้า ปราสาทฐานหินที่แสนสง่างาม

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                        </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                   เราใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงเศษถึงโอซาก้าเกือบมืด โชคดีที่ประตูยังเปิดอยู่ และฟ้ายังไม่มืด ทำให้เราได้ดูปราสาทโอซาก้าได้ชัดเจน แต่ก็โชคไม่ดีที่ไม่ได้ขึ้นไปชมบนปราสาทช่างน่าเสียดายนัก จะโทษบริษัททัวร์ก็ไม่ถนัด เพราะพวกเราเองนี่แหละที่บางคนชอบอ้อยอิ่งทำให้เสียประโยชน์  คำที่เกลียดที่สุดตอนนี้ก็เห็นจะเป็นคำว่า  "เดี๋ยวไป"   "รอแป๊บ"  เพราะฉะนั้นเราจึงได้แต่เดินชมรอบๆ บริเวณเท่านั้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                 ปราสาทโอซาก้า เป็นปราสาทที่ยิ่งใหญ่และสง่างามที่สุดของญี่ปุ่น สร้างโดยโชกุนโดโยโดมิ  ฮิเดโยชิ  ตัวปราสาท  ตัวปราสาทมี 5 ชั้นวางอยู่บนฐานหินแกรนิต นับว่าเป็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่งดงาม  ที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือ การนำเอาหินแกรนิตก้อนใหญ่และหนามาตัดจัดวางซ้อนกันอย่างได้รูปทรง สัดส่วน คะเนน้ำหนักหินแต่ละก้อนไม่ต่ำกว่า 1- 2 ตัน บางก้อนอาจถึง 3 ตัน  บริเวณพื้นที่ปราสาทแบ่งถูกแบ่งด้วยกำแพงหนาสูงใหญ่  3 ชั้น และล้อมรอบด้วยคูน้ำกว้าง   เหตุที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันศัตรู (นินจา) ลอบเข้ามาทำร้าย  หากศัตรูเก่งกล้าสามารถเข้ามาได้และกระโดดขึ้นหลังคา โชกุนก็จะรู้ตัวจนได้ เพราะบนหลังคาป้อม ปราสาท จะโรยด้วยหินเกล็ด ต่อให้มีฝีเท้าเบาแค่ไหนหากเผลอไผลไปเหยียบเข้าก็จะเกิดเสียงดัง ทหารองครักษ์พิทักษ์โชกุนก็จะกรูเข้ามาจัดการ ซึ่งแน่นอนต้องมีการวางยามไว้อย่างหนาแน่น นึกไม่ออกเหมือนกันว่าศัตรูหน้าไหนจากภายนอกจะเข้าถึงตัวโชกุนได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                     พูดถึงโชกุนคนนี้หน่อย เพราะชีวประวัติน่าสนใจไม่น้อย  โชกุนโดโยโดมิ  ฮิเดโยชิ  มิได้มีชาติกำเนิดในตระกูลโชกุน อดีตนั้นค่อนข้างต่ำต้อยเพราะเคยเป็นกรรมกร เคยเป็นหัวขโมย มีชีวิตที่อัตคัตขัดสน  ครั้งหนึ่งไปทำงานกับพ่อค้าและได้ขโมยรองเท้าของเจ้านายซ่อนไว้ในอกเสื้อ แต่ก็ถูกจับได้นำตัวมาสอบสวน เจ้านายถามเหตุผลว่าทำไมต้องขโมยรองเท้าซ่อนไว้อกเสื้อด้วย ฮิเดโยชิ ตอบเพื่อเอาตัวรอดว่าต้องการเก็บรองเท้าของผู้มีบุญบารมีเอาไว้ เผื่อว่าตนจะได้มีบุญวาสนาเช่นเดียวกับเจ้านายบ้าง  คำตอบของฮิเดโยชิถูกใจเจ้านายมาก และเห็นว่ามีแววฉลาด  กล้าตอบด้วยวาจาฉะฉาน องอาจ คนอย่างนี้ถ้าเลี้ยงไว้ดีๆ จะมีคุณแก่ตนในภายหน้า  เจ้านายจึงให้อภัยและสนับสนุนให้ทำงานในตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้น จนเป็นที่โปรดปรานของเจ้านาย  ในที่สุดฮิเดโยชิก็มีบุญวาสนาจริงๆ จนได้เป็นแม่ทัพ และเป็นโชกุนในเวลาต่อมา  นี่เป็นชีวิตโดยย่อสรุปความตามที่ไกด์ราณีเล่าให้ฟัง ผิดถูกอย่างไรก็ต้องไปหาความรู้อ่านเพิ่มเติมในภายหลังก็แล้วกัน  แต่จากเรื่องของฮิเดโยชินี้ก็ให้ข้อคิดกับเราได้ไม่น้อยว่า  คนเราถ้ามีความฉลาดบวกกับมีโอกาสได้แสดงความฉลาดก็จะสร้างคุณแก่ตัวและสังคมได้  เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นผู้บังคับบัญชาที่ดี ก็ต้องรู้จักให้โอกาสแก่ผู้มีความฉลาด ได้แสดงความรู้ ความสามารถบ้าง สำคัญอยู่ที่ผู้บังคับบัญชาสามารถค้นพบผู้ที่มีความฉลาดนั้นหรือไม่เท่านั้น </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                    ฟ้าโอซาก้ามืดสนิทแล้ว แต่ยังมีเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาอาหารค่ำ เราตัดสินใจไปซื้อของที่ย่านนำบะ ย่านสินค้าแบบไนท์บาซาร์เชียงใหม่ แต่กว้างใหญ่มากกว่า ที่ย่านนำบะนี้มีร้านจำหน่ายสินค้านานาชนิด มีทั้งห้างสรรพสินค้า แหล่งบันเทิงเริงรมย์หลากหลายประเภท โดยเฉพาะร้านเล่มเกมต่างๆ มีลูกค้าทุกเพศทุกวัยมาอุดหนุนหนาแน่นทุกร้าน ขอย้ำว่าลูกค้านั้นมีทุกเพศทุกวัยจริงๆ ทั้งเด็กวัย 6 - 7 ขวบ ไปจนถึงวัยพ่อ  วัยปู่ย่าตายายเดินไปร้านไหนก็จะเห็นเขาเล่นเต็มไปหมด โดยเฉพาะเกมปาจิงโกะ ซึ่งคล้ายๆ กับสล็อต แมชชีน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งเป็นเกมพนันอย่างหนึ่ง มีลูกค้ามาอุดหนุนหนาแน่นทุกเครื่อง ทราบว่าบางคนถึงกับเล่นเป็นอาชีพคือดำเนินชีวิตด้วยการเล่นปาจิงโกะ ไม่ประกอบอาชีพใดๆ เลย  </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

                       ย่านนำบะ เป็นย่านการค้ายามราตรีที่มีหลังคาคลุมถนนทุกสายไว้ทั้งหมดจึงไม่ต้องกลัวฝนฟ้า หิมะตก บรรดาร้านค้าต่างๆ ก็ประดับไฟสีสว่างวูบวาบเพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้าที่เดินกันขวักไขว่ด้วยจำนวนมหาศาล ที่ต้องเรียกว่ามหาศาลก็เพราะมันเยอะแยะลานตาไปหมด ทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น และวัยชราอย่างพวกเรา ไม่รู้มาจากไหนกันบ้าง  พวกเรานัดหมายกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งบริเวณชั้น 8 มี ร้าน 100  เยน  ให้เราไปเลือกซื้อสินค้ากันตามความชอบใจทุกชิ้นราคา 100 เยนเหมือนกันหมด สินค้าก็มีตั้งแต่สากกะเบือ ยันเรือรบ(ของเล่น)  ไกด์ให้เวลาเรา 1 ชั่วโมง ให้มาพบกันบริเวณชั้นล่าง เพราะจะพาเราไปกินอาหารค่ำ    

                 

ร้าน 100 เยน (37 บาท) ก็เหมือนกับร้าน 19 บาท 29 บาท หรือ 99 บาท อย่างบ้านเรา คุณภาพของสินค้าอยู่ในระดับพอใช้ จะให้ดีเลิศเกรดเอ คงเป็นไปไม่ได้  เราต้องรู้จักเลือกซื้อเท่าที่จำเป็น เพราะถ้าซื้อหลายๆ ชิ้น รวมกันเข้าก็ 2 - 3 พัน เยน ไม่น้อยเหมือนกัน แล้วเราก็จะเอาสินค้าเหล่านั้นมากองรกไว้ที่บ้าน ใช้ได้เพียง 2 - 3 ครั้งก็หมดสภาพเป็นต้น  ผู้เขียนหมดไป 2,000 เยน ได้เนคไทสีสวย ถ่านไฟฉายสำหรับใส่กล้องถ่ายรูป เสื้อกล้ามและของฝากกระจุกกระจิกให้เพื่อนฝูงที่เชียงใหม่ เพื่อนคงไม่รู้หรอกว่ามาจากร้าน 100 เยน บอกเขาว่าซื้อมาจากญี่ปุ่นเขาก็พอใจ ซึ้งใจแล้วว่าเรานึกถึงเขา เวลาไปไหนไกลบ้านไกลเมือง ยังมีเวลานึกถึงเขา

 

                     เมื่อครบเวลาตามนัด ทุกคนก็กลายสภาพเป็นบ้าหอบฟางกันเป็นแถว ชาวญี่ปุ่นเขาก็คงดูออกว่าเราเป็นคนต่างด้าวต่างแดนมา หรือไม่ก็พวกญี่ปุ่นบ้านนอกเข้ากรุง เราไม่สนใจหรอก เพราะสภาพของพวกเขาก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าเรา โดยเฉพาะบรรดาวัยรุ่นแต่งตัวกันอย่างชนิดฝรั่งตะวันตกชิดซ้าย แต่ก็เพลิดเพลินเจริญตาดีโดยเฉพาะ  พวกชราวัย หัวใจหนุ่ม  อย่างผู้เขียน หัวใจเต้นโครมๆ ไม่เป็นจังหวะทุกทีที่ได้เห็น  ต้องสารภาพว่า วัยรุ่นญี่ปุ่นที่แต่งตัวแฟนซีหลุดโลกนี้ ได้เข้ามามีอิทธิพลเหนือวัยรุ่นไทยอยู่ไม่น้อย เพราะวัยรุ่นไทยบางกลุ่มบางพวกก็มีปัญหาเก็บกดจากสภาพครอบครัวที่มีปัญหา  โรงเรียนที่เคร่งครัดในกฎระเบียบ  และการรับค่านิยมจากตะวันตกที่อาจจะถึงขีดสุดจนเกิดความเบื่อ อยากจะเปลี่ยนแนวบ้าง ก็เลยหันมาเป็น "ญี่ปุ่นนิยม" ถัดมาก็เป็น "เกาหลีนิยม"  แล้วต่อไปจะเป็นอะไรนิยมอีกก็ไม่รู้

                   ไกด์ราณีถือธงม่วงนำหน้าอีกครั้งและย้ำให้พวกเรา 20 กว่าคนเดินตามให้ทัน เพราะจะพาเราเดินผ่าใจกลางย่านนำบะยามราตรีที่มีคนมหาศาลเดินขวักไขว่ และย้ำว่าอย่าพยายามวอกแวกชมนั่นนี่เพลิน จะพลัดหลงกัน พวกเราก็ไม่รู้ว่าร้านอาหารจะอยู่ไกลแค่ไหนคิดว่าแหมแค่นี้ย้ำอะไรกันนักหนา  เดินช้าๆ หน่อยก็ไม่ได้ มีอะไรให้เพลิดเพลินเจริญตาเยอะแยะไปหมด  ไกด์ราณีเธอไม่ฟังเสียงพอก้าวออกไปเท่านั้น เธอก็เดินจ้ำเอาๆ ทำให้เราต้องสาวเท้าก้าวจ้ำตามเธอติดๆ ให้ท่านนึกสภาพดูเอาเถิด ย่านนำบะกับผู้คนจำนวนมหาศาลแล้วพวกเรา 20 คนเดินแหวกทะเลฝูงชนให้ทันไกด์ราณีจอมเดินเร็ว คงเป็นไปได้ยาก  และหนทางที่จะไปร้านอาหาร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ก็ไกลมาก เราเดินกันกว่า 15 นาที ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะถึงร้าน สงสารอาจารย์ท่านหนึ่งที่ท่านขาไม่ดี เดินช้ากว่าปกติ ขนาดในที่ที่ไม่มีผู้คนและเดินอย่างปกติท่านก็เดินไม่ทันอยู่แล้ว แต่นี่ ต้องเดินจ้ำเอาๆ และแหวกฝูงผู้คน หนทางก็ไกล คะเนแล้วก็ร่วมๆ 2 กิโลเมตรทำให้เราต้องรอกันเป็นระยะๆ กว่าจะถึงร้านอาหาร ก็กินเวลากว่าครึ่งชั่วโมงด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเต็มที  </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                อาหารมื้อค่ำนี้เป็นอาหารจีน รสชาติก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก จึงไม่มีอะไรแนะนำ กินอิ่มแล้วก็ออกไปขึ้นรถที่เขามาจอดรอ แล้วพาคณะของเราเข้าที่พัก คือโรงแรมฮั่นกิว (Hankyu)  ในบริเวณใกล้ๆ ย่านนั้น  ผู้เขียนขนกระเป๋าขึ้นห้องพัก อาบน้ำแล้วก็เข้านอนเลยเพราะอ่อนเพลียมาก อาจารย์ที่พักห้องเดียวกันมาชักชวนไปชมโอซาก้ายามราตรีอย่างไรๆ ก็ไม่ไป เพราะเพลียจริงๆ  นี่เป็นประสบการณ์การเดินทางเที่ยวชม 4 จังหวัดของญี่ปุ่นภายในวันเดียวที่เหน็ดเหนื่อยที่สุดนับตั้งแต่มาถึงญี่ปุ่น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">.............................................................................</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

                

 ถัดจากนี้ไป จะเป็นการแนะนำมหาวิทยาลัยอีกสองแห่ง ก็จะเป็นตอนจบการเดินทาง 7 วันในญี่ปุ่น  ต่อจากเรื่องญี่ปุ่น เราจะไปจีน ดินแดนมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลก กันครับ   

</span>