เที่ยวปราสาทโอซาก้ายามพลบค่ำแล้วท่องนำบะยามราตรี

นี่เป็นประสบการณ์การเดินทางเที่ยวชม 4 จังหวัดของญี่ปุ่นภายในวันเดียวที่เหน็ดเหนื่อยที่สุดนับตั้งแต่มาถึงญี่ปุ่น

          ความตอนที่แล้วเราเที่ยวไปเกือบทั้งวันแล้วยังเหลือแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง คงต้องรีบแล้วครับเพราะเกือบจะพลบค่ำแล้ว

 ปราสาทโอซาก้า ปราสาทฐานหินที่แสนสง่างาม

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                        </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                   เราใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงเศษถึงโอซาก้าเกือบมืด โชคดีที่ประตูยังเปิดอยู่ และฟ้ายังไม่มืด ทำให้เราได้ดูปราสาทโอซาก้าได้ชัดเจน แต่ก็โชคไม่ดีที่ไม่ได้ขึ้นไปชมบนปราสาทช่างน่าเสียดายนัก จะโทษบริษัททัวร์ก็ไม่ถนัด เพราะพวกเราเองนี่แหละที่บางคนชอบอ้อยอิ่งทำให้เสียประโยชน์  คำที่เกลียดที่สุดตอนนี้ก็เห็นจะเป็นคำว่า  "เดี๋ยวไป"   "รอแป๊บ"  เพราะฉะนั้นเราจึงได้แต่เดินชมรอบๆ บริเวณเท่านั้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                 ปราสาทโอซาก้า เป็นปราสาทที่ยิ่งใหญ่และสง่างามที่สุดของญี่ปุ่น สร้างโดยโชกุนโดโยโดมิ  ฮิเดโยชิ  ตัวปราสาท  ตัวปราสาทมี 5 ชั้นวางอยู่บนฐานหินแกรนิต นับว่าเป็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่งดงาม  ที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือ การนำเอาหินแกรนิตก้อนใหญ่และหนามาตัดจัดวางซ้อนกันอย่างได้รูปทรง สัดส่วน คะเนน้ำหนักหินแต่ละก้อนไม่ต่ำกว่า 1- 2 ตัน บางก้อนอาจถึง 3 ตัน  บริเวณพื้นที่ปราสาทแบ่งถูกแบ่งด้วยกำแพงหนาสูงใหญ่  3 ชั้น และล้อมรอบด้วยคูน้ำกว้าง   เหตุที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันศัตรู (นินจา) ลอบเข้ามาทำร้าย  หากศัตรูเก่งกล้าสามารถเข้ามาได้และกระโดดขึ้นหลังคา โชกุนก็จะรู้ตัวจนได้ เพราะบนหลังคาป้อม ปราสาท จะโรยด้วยหินเกล็ด ต่อให้มีฝีเท้าเบาแค่ไหนหากเผลอไผลไปเหยียบเข้าก็จะเกิดเสียงดัง ทหารองครักษ์พิทักษ์โชกุนก็จะกรูเข้ามาจัดการ ซึ่งแน่นอนต้องมีการวางยามไว้อย่างหนาแน่น นึกไม่ออกเหมือนกันว่าศัตรูหน้าไหนจากภายนอกจะเข้าถึงตัวโชกุนได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                     พูดถึงโชกุนคนนี้หน่อย เพราะชีวประวัติน่าสนใจไม่น้อย  โชกุนโดโยโดมิ  ฮิเดโยชิ  มิได้มีชาติกำเนิดในตระกูลโชกุน อดีตนั้นค่อนข้างต่ำต้อยเพราะเคยเป็นกรรมกร เคยเป็นหัวขโมย มีชีวิตที่อัตคัตขัดสน  ครั้งหนึ่งไปทำงานกับพ่อค้าและได้ขโมยรองเท้าของเจ้านายซ่อนไว้ในอกเสื้อ แต่ก็ถูกจับได้นำตัวมาสอบสวน เจ้านายถามเหตุผลว่าทำไมต้องขโมยรองเท้าซ่อนไว้อกเสื้อด้วย ฮิเดโยชิ ตอบเพื่อเอาตัวรอดว่าต้องการเก็บรองเท้าของผู้มีบุญบารมีเอาไว้ เผื่อว่าตนจะได้มีบุญวาสนาเช่นเดียวกับเจ้านายบ้าง  คำตอบของฮิเดโยชิถูกใจเจ้านายมาก และเห็นว่ามีแววฉลาด  กล้าตอบด้วยวาจาฉะฉาน องอาจ คนอย่างนี้ถ้าเลี้ยงไว้ดีๆ จะมีคุณแก่ตนในภายหน้า  เจ้านายจึงให้อภัยและสนับสนุนให้ทำงานในตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้น จนเป็นที่โปรดปรานของเจ้านาย  ในที่สุดฮิเดโยชิก็มีบุญวาสนาจริงๆ จนได้เป็นแม่ทัพ และเป็นโชกุนในเวลาต่อมา  นี่เป็นชีวิตโดยย่อสรุปความตามที่ไกด์ราณีเล่าให้ฟัง ผิดถูกอย่างไรก็ต้องไปหาความรู้อ่านเพิ่มเติมในภายหลังก็แล้วกัน  แต่จากเรื่องของฮิเดโยชินี้ก็ให้ข้อคิดกับเราได้ไม่น้อยว่า  คนเราถ้ามีความฉลาดบวกกับมีโอกาสได้แสดงความฉลาดก็จะสร้างคุณแก่ตัวและสังคมได้  เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นผู้บังคับบัญชาที่ดี ก็ต้องรู้จักให้โอกาสแก่ผู้มีความฉลาด ได้แสดงความรู้ ความสามารถบ้าง สำคัญอยู่ที่ผู้บังคับบัญชาสามารถค้นพบผู้ที่มีความฉลาดนั้นหรือไม่เท่านั้น </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                    ฟ้าโอซาก้ามืดสนิทแล้ว แต่ยังมีเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาอาหารค่ำ เราตัดสินใจไปซื้อของที่ย่านนำบะ ย่านสินค้าแบบไนท์บาซาร์เชียงใหม่ แต่กว้างใหญ่มากกว่า ที่ย่านนำบะนี้มีร้านจำหน่ายสินค้านานาชนิด มีทั้งห้างสรรพสินค้า แหล่งบันเทิงเริงรมย์หลากหลายประเภท โดยเฉพาะร้านเล่มเกมต่างๆ มีลูกค้าทุกเพศทุกวัยมาอุดหนุนหนาแน่นทุกร้าน ขอย้ำว่าลูกค้านั้นมีทุกเพศทุกวัยจริงๆ ทั้งเด็กวัย 6 - 7 ขวบ ไปจนถึงวัยพ่อ  วัยปู่ย่าตายายเดินไปร้านไหนก็จะเห็นเขาเล่นเต็มไปหมด โดยเฉพาะเกมปาจิงโกะ ซึ่งคล้ายๆ กับสล็อต แมชชีน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งเป็นเกมพนันอย่างหนึ่ง มีลูกค้ามาอุดหนุนหนาแน่นทุกเครื่อง ทราบว่าบางคนถึงกับเล่นเป็นอาชีพคือดำเนินชีวิตด้วยการเล่นปาจิงโกะ ไม่ประกอบอาชีพใดๆ เลย  </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

                       ย่านนำบะ เป็นย่านการค้ายามราตรีที่มีหลังคาคลุมถนนทุกสายไว้ทั้งหมดจึงไม่ต้องกลัวฝนฟ้า หิมะตก บรรดาร้านค้าต่างๆ ก็ประดับไฟสีสว่างวูบวาบเพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้าที่เดินกันขวักไขว่ด้วยจำนวนมหาศาล ที่ต้องเรียกว่ามหาศาลก็เพราะมันเยอะแยะลานตาไปหมด ทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น และวัยชราอย่างพวกเรา ไม่รู้มาจากไหนกันบ้าง  พวกเรานัดหมายกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งบริเวณชั้น 8 มี ร้าน 100  เยน  ให้เราไปเลือกซื้อสินค้ากันตามความชอบใจ ทุกชิ้นราคา 100 เยนเหมือนกันหมด สินค้าก็มีตั้งแต่สากกะเบือ ยันเรือรบ(ของเล่น)  ไกด์ให้เวลาเรา 1 ชั่วโมง ให้มาพบกันบริเวณชั้นล่าง เพราะจะพาเราไปกินอาหารค่ำ    

                 

ร้าน 100 เยน (37 บาท) ก็เหมือนกับร้าน 19 บาท 29 บาท หรือ 99 บาท อย่างบ้านเรา คุณภาพของสินค้าอยู่ในระดับพอใช้ จะให้ดีเลิศเกรดเอ คงเป็นไปไม่ได้  เราต้องรู้จักเลือกซื้อเท่าที่จำเป็น เพราะถ้าซื้อหลายๆ ชิ้น รวมกันเข้าก็ 2 - 3 พัน เยน ไม่น้อยเหมือนกัน แล้วเราก็จะเอาสินค้าเหล่านั้นมากองรกไว้ที่บ้าน ใช้ได้เพียง 2 - 3 ครั้งก็หมดสภาพเป็นต้น  ผู้เขียนหมดไป 2,000 เยน ได้เนคไทสีสวย ถ่านไฟฉายสำหรับใส่กล้องถ่ายรูป เสื้อกล้ามและของฝากกระจุกกระจิกให้เพื่อนฝูงที่เชียงใหม่ เพื่อนคงไม่รู้หรอกว่ามาจากร้าน 100 เยน บอกเขาว่าซื้อมาจากญี่ปุ่นเขาก็พอใจ ซึ้งใจแล้วว่าเรานึกถึงเขา เวลาไปไหนไกลบ้านไกลเมือง ยังมีเวลานึกถึงเขา

 

                     เมื่อครบเวลาตามนัด ทุกคนก็กลายสภาพเป็นบ้าหอบฟางกันเป็นแถว ชาวญี่ปุ่นเขาก็คงดูออกว่าเราเป็นคนต่างด้าวต่างแดนมา หรือไม่ก็พวกญี่ปุ่นบ้านนอกเข้ากรุง เราไม่สนใจหรอก เพราะสภาพของพวกเขาก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าเรา โดยเฉพาะบรรดาวัยรุ่นแต่งตัวกันอย่างชนิดฝรั่งตะวันตกชิดซ้าย แต่ก็เพลิดเพลินเจริญตาดีโดยเฉพาะ  พวกชราวัย หัวใจหนุ่ม  อย่าง ผู้เขียน หัวใจเต้นโครมๆ ไม่เป็นจังหวะทุกทีที่ได้เห็น  ต้องสารภาพว่า วัยรุ่นญี่ปุ่นที่แต่งตัวแฟนซีหลุดโลกนี้ ได้เข้ามามีอิทธิพลเหนือวัยรุ่นไทยอยู่ไม่น้อย เพราะวัยรุ่นไทยบางกลุ่มบางพวกก็มีปัญหาเก็บกดจากสภาพครอบครัวที่มีปัญหา  โรงเรียนที่เคร่งครัดในกฎระเบียบ  และการรับค่านิยมจากตะวันตกที่อาจจะถึงขีดสุดจนเกิดความเบื่อ อยากจะเปลี่ยนแนวบ้าง ก็เลยหันมาเป็น "ญี่ปุ่นนิยม" ถัดมาก็เป็น "เกาหลีนิยม"  แล้วต่อไปจะเป็นอะไรนิยมอีกก็ไม่รู้

                   ไกด์ราณีถือธงม่วงนำหน้าอีกครั้งและย้ำให้พวกเรา 20 กว่าคนเดินตามให้ทัน เพราะจะพาเราเดินผ่าใจกลางย่านนำบะยามราตรีที่มีคนมหาศาลเดินขวักไขว่ และย้ำว่าอย่าพยายามวอกแวกชมนั่นนี่เพลิน จะพลัดหลงกัน พวกเราก็ไม่รู้ว่าร้านอาหารจะอยู่ไกลแค่ไหนคิดว่าแหมแค่นี้ย้ำอะไรกันนักหนา  เดินช้าๆ หน่อยก็ไม่ได้ มีอะไรให้เพลิดเพลินเจริญตาเยอะแยะไปหมด  ไกด์ราณีเธอไม่ฟังเสียงพอก้าวออกไปเท่านั้น เธอก็เดินจ้ำเอาๆ ทำให้เราต้องสาวเท้าก้าวจ้ำตามเธอติดๆ ให้ท่านนึกสภาพดูเอาเถิด ย่านนำบะกับผู้คนจำนวนมหาศาลแล้วพวกเรา 20 คนเดินแหวกทะเลฝูงชนให้ทันไกด์ราณีจอมเดินเร็ว คงเป็นไปได้ยาก  และหนทางที่จะไปร้านอาหาร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ก็ไกลมาก เราเดินกันกว่า 15 นาที ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะถึงร้าน สงสารอาจารย์ท่านหนึ่งที่ท่านขาไม่ดี เดินช้ากว่าปกติ ขนาดในที่ที่ไม่มีผู้คนและเดินอย่างปกติท่านก็เดินไม่ทันอยู่แล้ว แต่นี่ ต้องเดินจ้ำเอาๆ และแหวกฝูงผู้คน หนทางก็ไกล คะเนแล้วก็ร่วมๆ 2 กิโลเมตรทำให้เราต้องรอกันเป็นระยะๆ กว่าจะถึงร้านอาหาร ก็กินเวลากว่าครึ่งชั่วโมงด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเต็มที  </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                อาหารมื้อค่ำนี้เป็นอาหารจีน รสชาติก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก จึงไม่มีอะไรแนะนำ กินอิ่มแล้วก็ออกไปขึ้นรถที่เขามาจอดรอ แล้วพาคณะของเราเข้าที่พัก คือโรงแรมฮั่นกิว (Hankyu)  ในบริเวณใกล้ๆ ย่านนั้น  ผู้เขียนขนกระเป๋าขึ้นห้องพัก อาบน้ำแล้วก็เข้านอนเลยเพราะอ่อนเพลียมาก อาจารย์ที่พักห้องเดียวกันมาชักชวนไปชมโอซาก้ายามราตรีอย่างไรๆ ก็ไม่ไป เพราะเพลียจริงๆ  นี่เป็นประสบการณ์การเดินทางเที่ยวชม 4 จังหวัดของญี่ปุ่นภายในวันเดียวที่เหน็ดเหนื่อยที่สุดนับตั้งแต่มาถึงญี่ปุ่น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">.............................................................................</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

                

 ถัดจากนี้ไป จะเป็นการแนะนำมหาวิทยาลัยอีกสองแห่ง ก็จะเป็นตอนจบการเดินทาง 7 วันในญี่ปุ่น  ต่อจากเรื่องญี่ปุ่น เราจะไปจีน ดินแดนมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลก กันครับ   

</span>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สายธารวรรณศิลป์

คำสำคัญ (Tags)#ท่องเที่ยว#ภาษาไทย#สินค้า#ญี่ปุ่น#โอซาก้า#ทัวร์#นินจา#โชกุน#km เชียงใหม่#นำบะ

หมายเลขบันทึก: 126352, เขียน: 08 Sep 2007 @ 20:03 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 18:19 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก


ความเห็น (10)

ได้ชมปราสาทและประวัติโชกุนอย่างนี้สนุกดีค่ะ หนูเคยไปแต่โตเกียวไปเรื่องงาน ไม่ได้มีโอกาสเที่ยวมากมาย ไว้สงสัยต้องหาโอกาสไปทัวร์บ้าง

ถ้าพูดถึงวัยรุ่น เดี๋ยวนี้เซ็นเตอร์พ้อยท์บ้านเราก็ไม่น้อยหน้าหรอกค่ะ อาจารย์ต้องลองไปเดินดูเอง บางทีเหมือนหลุดออกมาจาก cattalog idol ของญี่ปุ่น เดี๋ยวนี้เทรนด์เกาหลีก็มาแรงเหมือนกัน

คุณ Little Jazz

           ผมกำลังพัฒนาเทคโนโลยีเรื่องบล็อกต่อครับคือการจัดระบบข้อมูลเก็บเป็นส่วนๆ เพิ่มบล็อกกวี  วรรณกรรมเรื่องสั้น  สารคดี  บทความ  การสอนภาษาไทย   การใช้ภาษาไทย  ภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศท เป็นต้น ขอความรู้เพิ่มเติมหน่อยครับ

สวัสดีค่ะ

ตามที่เคยบอกว่าได้ไปมา10 วันเหมือนกัน วัยรุ่น ชอบดื่มเบียร์ และสูบบุหรี่กันนะคะ

สวัสดีค่ะอาจารย์

คนเยอะมากเลยนะคะ เก่งจังเที่ยวยังไง4จังหวัดใน 1วัน ยอดเยี่ยม เป็นดิฉัน ไม่ไหวค่ะ เดินเมื่อยขา และต้องฝ่าฝูงชนอีก

เขียนเล่ามาอีกนะคะ

หลายบล็อกมีการแบ่งเรื่องชัดเจนอย่างที่อาจารย์บอกก็น่าสนใจค่ะ แต่ปัญหาก็คือเราจะต้องให้เวลามากขึ้นในการเขียน เพราะมากบล็อกก็ยิ่งต้องเขียนเยอะ และสร้างความสม่ำเสมอในการมาตอบลปรร.กับผู้อื่น

แต่ขอทำนายไว้ล่วงหน้าว่าถ้าอาจารย์แบ่งแบบที่บอกไว้และเขียนได้สม่ำเสมอ บล็อกนี้จะไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะสำหรับชาว G2K แต่จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้เว็บรายอื่นๆ จำนวนมากค่ะ ดูตัวอย่างได้จากอาจารย์ขจิตที่มีคนนำเรื่องราวเทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษไปลิงค์ตามที่ต่างๆ จำนวนมาก ทำให้คนเข้ามาดูข้อมูลจากสารพัดที่ค่ะ

นักเรียนจะเข้ามาหาข้อมูลทำงานส่งครู คนชอบกาพย์กลอนวรรณกรรมก็จะเข้ามาอ่าน ครูระดับต่างๆ ก็จะเข้ามาศึกษาแนวทางการสอนภาษาไทยในระดับมหาวิทยาลัย ชาวต่างชาติจะเข้ามาศึกษาภาษาไทยจากบล็อกอาจารย์ นับว่าเป็นกุศลกับทุกคนค่ะถ้าทำได้อย่างที่บอก แต่อย่าลืมแบ่งเวลาไว้นอนบ้างนะคะ ^ ^

คุณ ตันติราพันธ์ ครับ

            เป็นวัยรุ่นญี่ปุ่นก็น่าเห็นใจแทนนะครับ ลูกศิษย์ที่เป็นอาสาสมัครมาเรียนภาษาไทยกับผมทุกปีๆ ละ 2 รุ่นๆ ละ 10-12 คนก็เคยมาเล่าว่า  ที่ญี่ปุ่นหาซื้อบุหรี่ เหล้า เบียร์ง่ายมาก  แต่หาที่สูบบุหรี่ กินเบียร์แสนยาก เขาชอบมาเมืองไทยครับ เที่ยวเก่ง สูบเก่ง กินเก่งยิ่งกว่าเราอีกเพราะเมืองไทย สะดวก ถูก และไม่มีระเบียบ เขาปล่อยเต็มที่ครับ

สวัสดีครับ คุณ sasinanda

                 เที่ยวแบบสไตล์ไกด์ครับ เธอเป็นหญิงไทยที่คล่องแคล่วบู้นิดๆ มีสามีเป็นญี่ปุ่น เธอเลยเดินเร็วติดนิสัยญี่ปุ่น เธอบบอกว่า ในตัวเมืองใหญ่ๆ ของญี่ปุ่น ขืนเดินช้าไม่ทันกินครับ

คุณ Little Jazz ครับ

          สงสัยผมจะกลายเป็นมนุษย์ค้างคืนไปแล้วครับ ตั้งแต่เขียนบล็อกมาได้เกือบเดือน อดนอนทุกคืนครับ งานก็มากขึ้น สงสัยทำหลายบล็อกถ้าจะเมาหัวจริงๆ เหมือนคุณว่านั่นแหละ  ขอบคุณครับสำหรับคำปรารถนาดี จะพยายามรักษาสุขภาพไว้ให้เขียนบล็อกได้นานๆ ครับ

  • แวะมาติตามต่อคะ...
  • ชีวิตกลางคืนในญี่ปุ่นน่าสนใจมากนะคะ
  • อย่างที่อาจารย์เล่าคะ...เด็กญี่ปุ่นมีเสรีภาพมากคะ
  • ไม่ทราบอาจารย์ได้ไปเดินย่านที่เป็นบาร์ไหมคะ
  • ที่น่าแปลกมีแต่วัยรุ่นผู้ชายยืนเรียกแขก
  • ไม่มีผู้หญิงยืนแบบบ้านเรา
  • ยังตั้งข้อสงสัยว่าทำไมวัยรุ่นชายหันมาขายบริการทางเพศกันมากขึ้น

คุณ naree suwan ครับ

             ผมเข้าไปในบาร์เล็กๆ แห่งหนึ่ง แต่ก็ไม่ทันสังเกตว่าวัยรุ่นชายจะหันมาขายบริการทางเพศด้วย แต่ก็เป็นข้อสังเกตที่น่าจะเป็นไปได้ว่ามี แต่เราไม่ทราบ 

            ในโรงแรมที่ผมพักนั้น มีช่องสำหรับดูหนัง X

ขั้นวิตถารก็มี  ที่ทราบก็เพราะนักศึกษาที่ไปด้วยกับเราเขาเผลอกดโดยไม่อ่านให้ดีว่าต้องเสียเงินประมาณ 1000 เยน จึงดูได้  ผมก็หลวมตัวดูไปกับเขาบ้าง แต่ก็ให้รีบปิดเพราะดูนานก็อาจเสียเงินเยอะ แสดงให้เห็นว่า เขาก็ค่อนข้างจะเปิดเผยเรื่องนี้เหมือนกัน ถ้าเป็นบ้านเราคงถูกจับไปแล้ว