สวัสดีครับทุกท่าน
สบายดีกันไหมครับ วันนี้จะคุยเรื่องปัญหา และภูมิปัญหา ของท้องถิ่นหรือในชุมชนต่างๆ กันนะครับ แต่ละที่ก็มีแต่ละปัญหา เหมือนหรือแตกต่างกันไปตามภูมิประเทศ สังคม ขนบธรรมเนียบ การใช้ชีวิต พฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต และปัจจัยอื่นๆ ทั้งทางกายภาพและมโนภาพ
ผมว่าการพัฒนานั้น เราจำเป็นต้องเริ่มต้นกันที่ปัญหาเลยครับ เพราะหากไม่มีปัญหาการพัฒนาอาจจะวิ่งไปไม่ถึงไหนก็ได้ครับ เพราะปัญหาเหล่านั้นจากสิ่งที่พบเห็น ไม่ว่าจะภายในร่างกายเรา หรือรอบตัวเรา ล้วนนำมาสู่การปรับปรุง ต่อสู้ อยู่ร่วม และศึกษาทำความเข้าใจเพื่อการอยู่ร่วมให้ได้ และอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจกันได้ ปัญหามากมายที่ได้เปลี่ยนเป็นปัญญาไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมมีนวัตกรรมต่างๆ ออกมาสนับสนุนปัญญานั้นให้เกิด การเปิดภูมิปัญหา จึงเป็นที่มาของภูมิปัญญาเช่นกัน ปัญหาที่ว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่พบอยู่ หรือจะเป็นปัญหาทางความคิด ที่นำไปสู่ความขัดแย้งต่างๆ ปัญหาทางการวิจัยที่นำไปสู่การค้นหาคำตอบ ปัญหาทางสิ่งแวดล้อมและปัญหาอื่นๆ
หากเราสามารถมีแนวทางร่วมในการแชร์หรือว่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาชุมชน หรือภูมิปัญหาท้องถิ่นร่วมกันแล้ว ก็จะเกิดเป็นเครือข่ายของภูิมิปัญหาที่จะนำไปสู่การแก้ไขร่วมกันผ่านเครือข่ายที่เหนียวแน่นได้ โดยที่เครือข่ายนี้ ไม่ได้แบ่งแยกหรือมีกำแพงกั้น หากปัญหาคล้ายๆ กันถูกนำมารวมกัน โดยที่อยู่บนพื้นฐานที่อาจจะต่างสภาพแวดล้อมหรือต่างปัจจัยหรือแม้ว่าจะเหมือนกันบางประการ การมองหาทางออกร่วมนำไปสู่การต่อยอดในการเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญาได้
ถึงเวลานั้น ภูมิปัญหาท้องถิ่น ก็จะกลายเป็น ภูมิปัญญาท้องถิ่น
เครือข่ายภูมิปัญหาท้องถิ่นก็จะกลายเป็น เครือข่ายภูมิปัญญาโลกไปเองในที่สุด
นวัตกรรมทั้งหลายที่ถูกสร้างขึ้น ที่ทำให้เราเห็นว่านี่คือภูมิปัญญาท้องถิ่น ล้วนมีที่มาด้วยกันทั้งสิ้น นั่นคือหาไปค้นหาต้นเหตุหรือที่มาของภูมิปัญญานั้น เราจะเจอว่าเป็นที่มาของภูมิปัญหาก่อน ที่ก่อตัวทางความคิด ทางสังคม กันมาก่อน จึงจะกลายเป็นสิ่งเหล่านั้นได้
อย่างเช่น ถามง่ายๆ ว่าทำไมทางยุโรป มักจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่า แถบเขตร้อนบริเวณเส้นศูนย์สูตร เพราะเค้าก็มีปัญหาในแบบของเค้าที่จะคิดและต้องปรับตัว เพื่อจะอยู่ร่วมหรือทำความเข้าใจกับสิ่งแวดล้อม จริงๆ แล้วบ้านเราเองก็มีปัญหาเยอะครับ แต่เรื่องปัจจัยสี่มักจะไม่มีปัญหามากในการปรับตัว แต่ตอนนี้อาจจะไม่ใช่แล้วก็ได้ครับ
อย่างบ้านเราจะมีสองหรือสามฤดูกาล แต่ทางเหนือหรือใต้ของเส้นศูนย์สูตรแบบสูงๆ ไปหน่อยจะมีสี่ฤดูกาล การวางแผนต่างๆ ก็จำเป็น เพราะจะมีภูิิิมิปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้นคนได้ชื่อว่ามีสมอง คิดเป็นทำเป็นฝึกเป็น ก็ต้องหาทางออก เปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญาได้
หากเราสามารถเชื่อมโยงแนวทางออกของปัญหาร่วมกัน การต่อยอดและนำไปสู่การแก้ไขก็จะง่ายขึ้น หรือมองจากหลายๆ มุมร่วมกัน จะทำให้การมองปัญหาแตกฉานมากขึ้นนั่นเอง
ปัญหาของหนึ่งชุมชน จะกระทบกับชุมชนอื่นร่วมกันอย่างเป็นวัฏจักรเสมอ
มีความเห็นแย้งหรือตาม เชิญท่านบรรเลงไว้ได้นะครับ
ขอแสดงความนับถือ
เม้ง
</ul>
สวัสดีครับน้องเม้ง เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับเพื่อน
กับบันทึกดีๆ อดไม่ได้ต้องมาทักทาย
- - - - - -
ภูมิปัญหา หรือ อาจเรียกได้ว่า ปัญหาที่มาท้าทายให้เกิดการใช้ "ความรู้" มาแก้ไข กระบวนการต่างๆที่นำมาใช้แก้ไขเกิดทางเลือก เกิดปัญญาในการแก้ไขปัญหาอื่นๆได้ กลายมาเป็นสิ่งสั่งสมที่เรียกว่า "ภูมิปัญญา"
บนดอยสูง ...
ผมเคยทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาทางด้านสุขภาพ ผมทำใน หญิงหลังคลอดชาวลีซู (Lisu postpartum)ผมได้ศึกษาและเรียนรู้ กระบวนการดูแลสุขภาพตนเอง (Self health care) ที่เกิดจากปัญหาสุขภาพ การคลอดบุตร เป็นวิกฤตของชีวิตที่ผู้หญิงชนเผ่า บนดอย ต้องผ่าน และรอดชีวิต ดังนั้นแล้วกระบวนการดูแลสุขภาพตนเอง ภุฒิปัญญาในการดูแลสุขภาพตนเองตรงนั้นน่าสนใจมาก
ไม่น่าเชื่อในหลายๆประเด็นที่ผมเก็บข้อมูลมา ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกิดจากปัญหา โดยตรง ปัญหาที่ว่า "การเจ็บป่วย" และมีผลต่อชีวิตโดยตรง
นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งครับ ที่ให้เห็นว่า จากปัญหา ผ่านกระบวนการแก้ไขปัญหา จนกลายมาเป็นปัญญา
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับคุณนารี
ขอบคุณมากๆ เลยกั๊บผม
ไว้โอกาสหน้ามีใบอะไรแปลกๆ มาแลกเปลี่ยนกันอีกนะครับผม
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
ชุมชนไหนที่เขาอยู่กันมานานๆ เขาจะรู้ปัญหาของเขา และมีวิธีเอาตัวรอด ถ้าหัดสังเกต เช่น พวกภัยธรรมชาติต่างๆ อย่างคลื่นซึนามิ จะมีเอกลักษณ์พิเศษ ชาวบ้านจะวิ่งขึ้นเขาสูงไว้ก่อน แต่เนื่องจาก ปรากฏการณ์นี้ ไม่ค่อยเกิดขึ้น การระวังตัว จึงน้อยไป เป็นต้นค่ะ
ปัญหาต่างๆ ที่เขาประสบจึงก่อให่เกิดเป็นภูมิรู้และบอกเล่ากันต่อๆมาค่ะ
แต่บางอย่าง ชาวบ้านก็ไม่สามารถอธิบายถึงที่มาที่ไปได้เช่นกัน
เคยเห็นเครื่องมืออยู่อย่างหนึ่ง เขาเรียกโปงลาง ก็พัฒนามาจากภูมิปัญญาชาวบ้านเหมือนกัน
</ul>
</ul>
</ul>
ภูมิปัญญา มีที่มาหนึ่งจากภูมิปัญหาแน่นอนครับ แต่เอ ปัญหาจะเรียกเป็น ภูมิได้หรือไม่ น่าคิดนะครับ ภูมิ ในที่นี้น่าจะแปลว่าเต็มเปี่ยม สูงเยี่ยม ภูมิใจ อะไรประมาณนี้
ผมว่า การพัฒนา สิ่งประดิษฐ์ แนวคิด ปรัชญา ก็มีรากฐานทั้งหมด
1. อาจเกิดจากปัญหาที่พบของผู้คน
2. อาจเกิดจากศรัทธาที่มีต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่เรียกว่าแรงบันดาลใจ เช่น ศาสดา ศาสนา ความรัก ความเกลียดชัง
3. อาจเกิดจากกิเลศแห่งความโลภและครอบครองหรือตอบสนองตนเองหรือกลุ่ม
เราจึงมีทั้งศาสตร์ด้านมืด และสว่าง จางวางขาวและจางวางดำ มีสวรรค์นรก มีปีศาจและเทพบุตร ฯลฯ
ขอบคุณครับผม
</ul>