ผู้ป่วยอัมพาตท่านหนึ่งแนะนำนักกิจกรรมบำบัดอย่างน่าสนใจ
"ทำไมหมอไม่หาตัว indicator มาวัดบอกผมหละ ว่ากิจกรรมนี้จะช่วยบำบัดผมได้ดีขึ้นอย่างไร"
ดอกเตอร์ใหม่ทางกิจกรรมบำบัดก็ต้องใช้สมองมากขึ้น ในการที่จะวัดผลการรักษาจากกิจกรรมหนึ่งที่เรียกว่า sliding board with 1-kg sand bag and 25 degree of inclination
ผมจึงทบทวนความรู้ว่า การทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวหนึ่งรูปแบบหรือขั้นตอนในเวลาหรือจำนวนครั้งที่จำกัด เราจะเรียกว่า task หากไม่สามารถกระทำได้ตามกำหนดเราแปรผลว่ามีปัญหาความทนทานต่อการทำกิจกรรม (poor endurance) หากเพิ่มขั้รูปแบบหรือขั้นตอนของกิจกรรมดังกล่าวในระดับที่เรียกว่า activity แล้วไม่สามารถอดทนต่อการทำกิจกรรมให้สำเร็จได้ในเวลาที่นานขึ้น เราจะบอกว่ามีปัญหาความอดทนในการทำกิจกรรมที่ต่ำ (low tolerance)
และปัจจุบันเรามองระดับของการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่มีหลากหลายขั้นตอนและรูปแบบ (activity and participation) ซึ่งเรากำลังจะมองปัญหาความเหนื่อยล้าในหลายๆมิติ เช่น รู้สึกล้าทางความคิด (cognitive fatigue)-คาดหวังว่าจะทำกิจกรรมนี้ไม่สำเร็จด้วยความ เหนื่อยล้า รู้สึกล้าทางจิตใจ (mental fatigue) -เหนื่อยใจไม่อยากทำกิจกรรมให้สำเร็จ
แต่สำหรับกรณีศึกษาท่านนี้มีปัญหาสองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน คือ poor endurance leading to physical fatigue โดยอธิบายจากการทดลองดังนี้
ทดสอบเลื่อนถุงทรายขึ้นลงตลอดความชัน จำนวน ๓๐ ครั้ง
จับเวลาสิ้นสุด และถามความรู้สึกล้าทางร่างกาย แบบสุ่มครั้งที่เลื่อนขึ้นที่ ๑, ๖, ๑๑, ๑๗, ๒๒, และ ๒๕ โดยมีระดับล้าน้อย (๑) ถึงมาก (๕)
รอบแรก ผู้ป่วยมีความล้าในช่วง ๑-๓ ใช้เวลา ๒.๑๒ นาที
ให้มีระยะพักนาน ๕ นาที
รอบสอง ผู้ป่วยมีความล้าในช่วง ๒-๔ และใช้เวลามากขึ้น ๒.๓๓ นาที
แปรผลว่า เมื่อผู้ป่วยมีความทนทานต่ำ จะใช้เวลามากขึ้น และส่งผลให้ร่างกายล้ามากขึ้น
คราวนี้เราลองใช้สื่อกิจกรรมบำบัด ด้าน activity analysis & synthesis ได้แก่ graded sliding board into simple task without slope โดยใช้เวลาที่ทำได้มากที่สุดจากรอบสอง
รอบสาม ใช้กติกาเดิม แต่ปรับการเลื่อนถุงทรายเดิมในระดับที่ไม่มีความชัน ด้วยเวลา ๒.๓๓ นาที ผู้ป่วยทำได้ ๓๖ ครั้ง ด้วยความล้าในช่วง ๑-๔
ให้มีระยะพักนาน ๕ นาที
รอบสี่ กำหนดให้ทำ ๓๖ ครั้ง (จากรอบสาม) ผู้ป่วยทำได้เร็วขึ้นด้วยเวลา ๑.๕๐ นาที มีความล้าลดลงในช่วง ๑-๓
แปรผลว่า ผู้ป่วยทำกิจกรรมที่ปรับให้ง่ายขึ้น เพื่อเพิ่ม endurance และส่งผลให้เกิดความล้าลดลงด้วย
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เมื่อลดปัญหาของรูปแบบหรือขั้นตอนของกิจกรรมหนึ่งให้สามารถส่งเสริมให้ผู้ป่วยทนทานมากขึ้น นักกิจกรรมบำบัดควรพัฒนารูปแบบกิจกรรมให้ใกล้เคียงกิจกรรมการดำเนินชีวิตจริงมาที่สุดในระดับ activity and participation (complicated tasks) และน่าจะใช้เทคนิคการเรียนรู้วิธีการจัดการความล้าทางร่างกายด้วยตนเอง (fatigue management) เช่น environmental modification, energy conservation in daily lives, activity simplification, relaxation and coping skill training, etc.