จดหมายส่งต่อ: อยู่ที่คิด

me_off
เริ่มต้นที่ตอนจบ
มีคนชอบถามหนูดีว่า จะใช้สมองอย่างไรถึงจะคุ้มค่า  จะใช้ชีวิต ใช้เวลาอย่างไรถึงจะถือว่าสมองของเราไม่ได้สูญเปล่า    ด้วยความที่หนูดีเรียนมาด้านสมองและทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ  จึงถูกถามในเรื่องนี้เป็นประจำ และก็เป็นคำถามที่ทำให้หนูดีสนุกมากที่จะตอบเสมอ  เพราะคำถามชนิดนี้ มีคำตอบได้มากมาย ไม่เคยตายตัว  ใครตอบก็ไม่มีวันซ้ำกัน            วันนี้ลองมาฟังนักวิจัยด้านสมองตอบคำถามนี้ดูกันเล่น ๆ ไหมคะ            สมัยที่หนูดีเรียนอยู่ที่อเมริกา  เคยถูกให้ทำแบบฝึกหัดหนึ่งซึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตหนูดีไปตลอดกาลเลย  คือ เกม เริ่มต้นที่ตอนจบ    โดยเกมนี้เล่นไม่ยาก  แต่ใช้เวลาพอสมควร หนูดีเคยนำมาฝึกกับลูกศิษย์ของหนูดีบ่อย ๆ   มีคนนั่งหลับตาไป ร้องไห้ไป มาหลายคนแล้ว   เพราะเป็นเกมที่ทำให้เราได้ย้อนหลังกลับไปมองชีวิต   ไม่ใช่แต่ต้นจนอวสาน  แต่ว่ามองจากอวสาน มาตอนต้น              ถ้าพูดเปรียบเทียบเป็นภาษานักธุรกิจก็ต้องบอกว่า  Begin with the end in mind.  ก็คือ การเริ่มต้นมาจากการมองเห็นภาพตอนจบ หรือสัมฤทธิผลของเรื่อง            เกมนี้เริ่มที่  หนูดีจะขอให้ผู้อ่าน ลองหาเวลาเงียบ ๆ อยู่กับตัวเอง ในตอนที่เราไม่มีเรื่องรีบร้อนอันใดต้องไปทำ  แล้วให้นั่งลง  หลับตาจินตนาการภาพตัวเรา  ตอนอายุสักแปดสิบ   โดยให้สมมติว่า  เราจะต้องตายตอนอายุสักแปดสิบ   และตอนนั้น เราเจ็บป่วย นอนอยู่บนเตียง    หลังจากนั้น ให้เราลองจินตนาการ ย้อนกลับไปมองทั้งชีวิตของเราว่า ที่ผ่านมา เราได้ใช้มันไปอย่างไรบ้าง  เราใช้เวลาของเราทำอะไรไป  เราวิ่งตามอะไร  เราวุ่นวายกับอะไร  เรารักใคร เราไม่รักใคร  ความสุข ความทุกข์ของเราเป็นผลจากอะไร          แต่สองคำถามที่สำคัญที่สุดก็คือ เราจะเสียดายที่สุด หากเราตายไปโดยไม่ได้ทำอะไร ..  เราจะเสียดายที่สุด หากเราไม่ได้ใช้เวลากับใคร            หากเราตอบคำถามเหล่านี้ได้ อย่างกระจ่างชัด   ก็จะมีเวลาบางช่วงที่เราจะไม่ใช้ไปอย่างที่เราใช้อยู่ จะมีกิจการบางกิจการ ที่เราไม่เลือกจะก่อตั้ง มีเพื่อนบางคนที่เราอาจจะเลิกคบ มีเงินบางก้อนที่เราจะปฏิเสธไม่รับสารพัดของสิ่งที่จะเกิดขึ้น     ถ้าเรามีเวลาถอยออกมาจากชีวิต แล้วย้อนกลับไปมองเหมือนกับว่า เรากำลังดูหนังวิดิโอชีวิตของคนอื่นอยู่ แล้วก็วิจารณ์ว่าเขาคนนั้นตอนยังมีชีวิตอยู่ น่าจะทำอะไรที่ควรทำ            ทั้งหมดนี้ เป็นเทคนิคที่ง่ายดายและลึกซึ้ง   เมื่อหนูดีลองทำแล้ว   เป็นประโยชน์อย่างยิ่งถึงขั้นหนูดีเปลี่ยนอาชีพ  เปลี่ยนชีวิต   เพราะจากที่เคยคิดอย่างเด็กอายุยี่สิบ  หนูดีกระโดดข้ามไปคิดแบบแปดสิบได้ ตอนนี้เลยเหมือนย้อนกลับมาใช้ชีวิตรอบสอง  โดยอายุยังไม่ครบสามสิบเลย  เหมือนมีสองชีวิตเลยค่ะ            เมื่อก่อนหนูดีเคยคิดว่า  ความสำเร็จในชีวิตก็เหมือนกับการหาของใส่กล่อง คนเก่งกว่าก็ใช้เวลาเป็น ใช้ชีวิตคุ้ม  ก็หาของมาใส่กล่องได้เร็วและมากกว่าคนอื่น   แต่อีกปัจจัยที่ทำให้กล่องเต็มได้ ที่หนูดีไม่เคยคิดมาก่อนจะเล่นเกมนี้ก็คือ แค่เราเปลี่ยนขนาดกล่องให้เล็กลงซะ มันก็เต็มได้โดยไม่ยากเย็นเลย            ดังนั้น การใช้สมองให้เต็มที่ คุ้มค่า เพื่อให้ชีวิตมีสุขได้ครบด้านและง่ายดาย น่าจะอยู่ที่ศักยภาพในการถอยออกมาแล้วมองชีวิตจากมุมห่างออกไปอีกหน่อย มองย้อนกลับจากวันสุดท้ายของชีวิตก็เป็นความท้าทายที่น่าสนุกอีกแบบหนึ่ง   มันเปลี่ยนชีวิตหนูดีมาแล้ว  ในทางที่ดีขึ้นอย่างมหัศจรรย์  ด้วยคำถามง่าย ๆ  ไม่กี่คำถาม   แล้ววันนี้  ท่านผู้อ่านของหนูดีคิดว่า ชีวิตนี้ ไม่ได้ทำอะไรแล้วจะเสียดายที่สุดคะ   และไม่ได้ใช้เวลากับใครแล้วจะเสียดายที่สุดคะ

 

บทความ ของ วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญอัจฉริยภาพปริญญาโท จากฮาร์วาร์ด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นายเพิ่ม

คำสำคัญ (Tags)#ความเชื่อ#ใจ#เริ่มต้น#ตอนจบ

หมายเลขบันทึก: 124757, เขียน: 03 Sep 2007 @ 23:15 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 20:12 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)