ผมมีเครือญาติ 2 สาย คือ

1 เครือญาติทางสายเลือด

2 เครือญาติทางสายใจ

กลุ่มญาติทางสายใจกำลังเดินหน้าพัฒนาไปอย่างเป็นปึกแผ่น เกิดกระบวนการต่างๆที่ล้วนแต่น่าอัศจรรย์ใจ เกิดหมากผลในวงกว้างที่เราไม่คาดการมาก่อน จุดเริ่มต้นมาจากคุณลูกสาวชื่อ "แป๊ด" แห่งสงขลานัครินทร์ เธอเป็นคนนำร่องเรื่อง"ใจสั่งมา" ที่มันเกิดเป็นรูปธรรมอย่างเข้มแข็งเพราะเธอไม่ได้พูดเฉยๆ แต่ลงทุนขนลูกเต้าหนีบเอาคุณเมตตานั่งรถไฟมาจากหาดใหญ่ แล้วต่อรถตู้ที่กรุงเทพบุกป่าฝ่าดงนับพันกิโลเมตรมาจนถึงที่นี่ ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นหน้าและไม่เคยมาที่นี่จึงไม่ต้องอธิบายใช่ไหมว่าใจสั่งมาเป็นอย่างไร เป็นเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานใจล้วนๆ อะไรที่ไม่ใช่ความจริงใจเราจะไม่ประพฤติปฏิบัติต่อกันเป็นอันขาด เพราะเรื่องนี้วัดกันที่ใจ

หลังจากนั้นคนที่มีใจสั่งมาก็เกิดขึ้นเป็นพุ่มเป็นพวง กลุ่มเฮฮาศาสตร์เป็นแหล่งรวมพลคนมีใจอย่างแท้จริง ไปไหนกลุ่มเราก็กระตู้วู้หากันเป็นที่ประหลาดใจแก่คนที่พบเห็นทั่วไป เข้าใจไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเราแล้วใจจดใจจ่อเจอกันเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น มิตรภาพจะเบ่งบานปลื้มสุข ที่ก่อเกิดขึ้นในวงล้อมของความจริงใจต่อกัน มันวิเศษจริงๆ วิเศษเป็นที่สุดแล้วลูกหลานเอย.. 

ตอนเด็กๆ ผมถูกปล่อยเกาะให้อยู่กับคุณอาและคุณน้าผู้หญิงที่เป็นพี่เลี้ยง ผมตัวเล็กยามไปเที่ยวคุณน้าก็จะจับขี่คอไปไหนๆกันอย่างสนุก คุณน้าดูแลจนกระทั้งผมโตแยกย้ายเข้าโรงเรียน แต่กลับมาเจอก็จะโผกอดกันเหมือนเดิม วันที่คุณน้าลาจากโลกนี้ไปผมสุดแสนอาลัยอย่างบอกไม่ถูก ชีวิตนี้จึงโหยหาคุณน้า อยากได้คุณน้ากลับมาเหมือนเดิม และตอนนี้ก็ได้คุณน้าแล้ว ผมจะรักน้าให้สมกับที่ร้องหามานาน นะน้านะ

เมื่อเข้ามาอยู่โลกอินเตอร์เน๊ท ผมค้นหาญาติที่พิเศษประเภทยอดเยี่ยมเจอบ้างแล้ว เช่น เพื่อนบุญธรรม ลูกสาว-ลูกชายบุญธรรม หลานๆบุญธรรม อาจารย์บุญธรรม ป้าบุญธรรม คุณลุงบุญธรรม ลูกศิษย์บุญธรรม ตำแหน่งเหล่านี้ใช้ว่าจะได้มาง่ายๆ กว่าจะเสาะหากันเจอเสียเวลาไปค่อนชีวิต ตอนแรกนึกว่าจะตายเปล่าๆไปเสียแล้ว ความมีญาติดีเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆนะครับ การได้อยู่กับคนดี เกี่ยวข้องกับคนดี มันยิ่งกว่าความโชคดีที่มีทั้งหมดในโลกนี้ มีเพื่อนตายคนเดียวดีกว่ามีเพื่อนที่ไม่จริงใจทั้งโลก  ใครจะเข้าใจตรงนี้ได้ก็ต่อเมื่อท่านมีเพื่อนตายอย่างผม ไม่อย่างนั้นเข้าถึงความรู้สึกที่ว่านี้ไม่ได้หรอก 

วันนี้มหาชีวาลัยอบอุ่นใจอย่างที่สุด เล่าไม่ได้..มันตื้นตันตั้งแต่นาทีแรกที่เห็นคุณน้าโผล่มาถึง เราเฝ้ารอคอยการเดินทางของเธอทั้งคืน ถึงแม้จะทราบว่ามาถึงพรุ่งนี้เช้า แต่ตื่นขึ้นมาก็อดที่จะคาดการไม่ได้ว่าชั่วโมงนี้มาถึงตรงไหนแล้วนะ จากการเดินทางมาหลายชั่วโมง เชียงใหม่-บุรีรัมย์-สตึก ตอนเช้าแม่หวีไปรับที่ตัวอำเภอเข้าบ้านป่า บางท่านอาจจะสงสัยว่ามาทำไมรึ โธ่จะต้องอธิบายอะไรเล่า คนเราเห็นหน้ากันยามโซพิษไข้ แค่นี้ก็เกินใจที่จะเล่าแล้ว  

   

(เห็ดโคนยักษ์ กับฝูงเป็ดสีทองเดินท่องเที่ยว)

อาหารมื้อเย็นมีก๊วนเฮฮามาร่วมรับประทานอาหารกัน เป็นวันแรกที่เห็ดโคนยักษ์ออกมา หนูออยกับหนูกิ่งไปเจอเลยเอามาปิ้งตำน้ำพริกเป็นอาหารพิเศษ รับประทานกับแค็ปสุกรที่น้าอึ่งเอามาฝาก อิ่มจนอืดทั่วหน้า ดร.ศักดิ์พงศ์ หอมหวน อาจารย์สำเนียง-อาจารย์พรมมี ประยุทธเต อาจารย์อลงกรณ์-อาจารย์พันดา เลิศปัญญา หนูกิ่ง หนูออย แม่หวี น้องวิว น้องทัศน์ และก็นับเป็นความบังเอิญอย่างเหลือเชื่อ ลำไยเบี้ยวชมพูกล่องใหญ่ ของฝากจากคุณพุทธชาติ ศิริบุตร แห่งกระทรวงICT.ฝากมารถบัสประจำทางคันเดียวกันนี้ เราเลยได้ผลไม้ฉลองร่วมกับน้อยหน่าจนหัวใจหวานฉ่ำ  

(เต๊นท์ คือบ้านหลังเล็กๆที่เด็กๆชอบมาก น้าอึ่งยังนอนมาแล้ว)

ผมได้ปรึกษากับคุณน้า เรื่องที่หลานๆบุญธรรมชาวใต้จะมาที่นี่ช่วงปิดเทอม เราจัดรายการชนิดที่ว่า กว่าคุณแม่จะชวนคุณลูกกลับคืนถิ่นใต้ได้ก็มีหวังถอนใจหลายเฮือก เพราะเราแจกสะบั้นหั่นแหลกดังนี้. 

  1. แจกบ้านคนละหลัง
  2. แจกวัวคนละตัว เชื่องมากเดินจูงไปกินเลาะเล็กกินหญ้า
  3. แจกลูกเป็ดสีทอง
  4. แจกลูกไก่ต๊อก
  5. แจกไข่นกกระจอกเทศ
  6. เตาทำขนมครก